Monday, February 16, 2009

Home Work 4

26 comments:

  1. นางสาวนภาพร ปินตารักษ์ รหัสนักศึกษา 51210071

    หุ่นยนต์เวียดนามหล่อเหลาแอ็คอาร์ทโกอินเตอร์
    ASTV ผู้จัดการรายวัน -- สัปดาห์นี้หุ่นยนต์ TOPIO ผลงานการประดิษฐ์ของบริษัทเอกชนเล็กๆ แห่งหนึ่งในเวียดนาม กำลังอวดความสามารถอยู่ที่เมืองนูเร็มเบิร์ก เยอรมนี เพียงชั่วเวลาข้ามปีเท่านั้น TOPIO ได้รับการพัฒนาให้หล่อเหลาขึ้น สูงขึ้น และฉลาดขึ้นในทุกๆ ทาง ชื่อเสียงนับวันขจรไกล

    ที่มา : http://www.rssthai.com/reader.php?t=it&r=13292

    ReplyDelete
  2. นางสาวคำเพียง ยงจันทึก รหัสนักศึกษา 51210091

    ที่มา : โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2552 15:40 น.

    ไอบีเอ็มจับมือกูเกิลปั้นซอฟต์แวร์สุขภาพ

    ยักษ์ใหญ่สีฟ้าไอบีเอ็ม (IBM) จับมือกับกูเกิล (Google) พัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดที่สามารถโอนย้ายข้อมูลจากอุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคล เช่น เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด เครื่องตรวจวัดชีพจร เป็นต้น เข้าไปบันทึกในบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพออนไลน์ Google Health และบริการค่ายอื่นๆ เพื่อให้ทีมคุณหมอและนักกายภาพสามารถดึงข้อมูลได้จากระยะไกลแสนสะดวกสบาย

    รายงานระบุว่า ไอบีเอ็มได้รับความช่วยเหลือจากสมาคม Continua Health Alliance องค์กรซึ่งเน้นการกำหนดมาตรฐานเพื่อให้อุปกรณ์การแพทย์ต่างชนิดต่างค่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยซอฟต์แวร์ของไอบีเอ็มจะดึงเอาข้อมูลสุขภาพในอุปกรณ์สุขภาพพกพาส่วนบุคคล มาส่งตรงเข้าสู่บริการ Google Health ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้เก็บข้อมูล จัดการ และแบ่งปันข้อมูลสุขภาพออนไลน์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2008 ที่ผ่านมา

    แม้พันธมิตรการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ไอบีเอ็มเลือกคือ Google Health แต่ Sameer Samat ผู้รับผิดชอบบริการ Google Health กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างสองบริษัทจะทำให้ผู้ให้บริการรายอื่นและผู้ใช้ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า เนื่องจากบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลออนไลน์หรือ personal health record (PHR) รายอื่นนอกจากกูเกิล ก็สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ไอบีเอ็มเช่นกัน

    "ซอฟต์แวร์นี้ของไอบีเอ็มเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ส่วนตัวแบบพกพาและโรงพยาบาล สามารถช่วยให้ผู้ใช้อัปโหลดข้อมูลสุขภาพเข้าสู่แพลตฟอร์ม PHR ได้ง่ายขึ้น"

    ไม่ใช่เพียงไอบีเอ็ม เอชพี (Hewlett-Packard) ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และออราเคิล (Oracle) ต่างก็พัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งตรงตามมาตรฐานที่สมาคม Continua Health Alliance กำหนดเช่นกัน

    นอกจากความร่วมมือกับไอบีเอ็ม กูเกิลยังเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆสามารถส่งข้อมูลตำแหน่งพื้นโลกที่ตนเองยืนอยู่ในขณะนั้นให้กับเพื่อนและครอบครัวแบบอัตโนมัติ ใช้ชื่อบริการว่า Google Latitude สามารถใช้บริการใน 27 ประเทศ

    ผู้ใช้ Google Latitude จะสามารถเลือกได้ว่าจะส่งข้อมูลพิกัดเส้นรุ้งแวงที่ตนเองยืนอยู่ให้ใครและในเวลาใดก็ได้ รวมถึงสามารถเลือกสถานที่ที่ต้องการแสดงละติจูดได้ด้วย โดยบริการนี้สามารถใช้งานร่วมกับ Google map ทั้งจากโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์พีซี

    ReplyDelete
  3. คิวบาเปิดตัวระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

    ประเทศคิวบาเปิดตัวการใช้งานระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่คิวบาพัฒนาขึ้นมีชื่อเรียกว่า โนวา ที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบลีนุกซ์ ได้เริ่มเปิดใช้งานแล้วในสัปดาห์นี้ วัตถุประสงค์ที่ทางการคิวบาพัฒนาระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งานเองก็เพื่อจะให้มีการนำมาใช้งานแทนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นระบบลีนุกซ์ หรือไมโครซอฟต์ ที่ใช้กันอยู่เป็นส่วนใหญ่ในขณะนี้
    ทั้งนี้เพื่อจะหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากสหรัฐ เพราะหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐนั้นสามารถเข้าถึงรหัสของระบบไมโครซอฟต์ได้ นอกจากนี้ มาตรการกีดกันทางการค้าต่อคิวบานั้น ยังทำให้การเข้าถึงระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ถูกกฎหมายของไมโครซอฟต์เป็นไปได้ยาก และระบบโนวานี้ ก็สามารถใช้งานแทนไมโครซอฟต์ได้ทุกโปรแกรม.-สำนักข่าวไทย

    ที่มา http://news.mcot.net/ วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552

    ReplyDelete
  4. ขีปนาวุธเร็วกว่าเสียง
    ถ้าจะว่าไปแล้ว ประวัติศาสตร์ด้าน “การบิน” ของมนุษยชาติ น่าจะเริ่มตั้งแต่คราวที่สองพี่น้องตระกูลไรท์ทำการทดลองบินเครื่องบินลำแรกของโลก เมื่อราวร้อยกว่าปีก่อน นับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา อากาศยานรูปแบบต่าง ๆ ก็ได้ถูกพัฒนามาเป็นลำดับ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ที่เราสามารถส่งยานอวกาศออกไปนอกโลกได้
    ถ้าไม่นับรวมถึงยานอวกาศ จุดสูงสุดของเทคโนโลยีทางด้านอากาศยานในปัจจุบันนี้ ก็น่าจะเป็นเครื่องบินที่สามารถทำการบินด้วยความเร็วเหนือเสียง ซึ่งนอกจากเครื่องบินขับไล่แบบไอพ่นแล้ว เครื่องบินคองคอร์ด ที่เพิ่งปิดฉากอำลาการบินในเชิงพาณิชย์เมื่อไม่นานมานี้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่คุณผู้อ่านรู้จักและคุ้นเคยกันมากที่สุด
    แต่พัฒนาการของอากาศยานที่มีความเร็วเหนือเสียง ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ถ้าใครติดตามข่าวสารในแวดวงการบินก็คงจะพอทราบว่า ยังมีอีกโครง การหนึ่งของ NASA ชื่อว่าโครงการ X-43A ซึ่งเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาอากาศยานที่มีความเร็วเหนือเสียง โดยจากการทดลองบินล่าสุดเมื่อในปี พ.ศ. 2547 นั้น สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 9.4 มัค หรือ 9.4 เท่าของความเร็วเสียงเลยทีเดียว
    นอกจากโครงการดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกโครงการที่น่าสนใจชื่อว่าโครงการX-51Aซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพสหรัฐกับออสเตรเลีย
    โดยถือเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบของขีปนาวุธที่สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงซึ่งหมายความว่า ขีปนาวุธดังกล่าวสามารถวิ่งไปทำลาย เป้าหมายทั่วโลกได้ในระยะเวลาไม่เกิน2-3ชั่วโมง!
    โครงการ X-51Aอาศัยเทคโน โลยีของโครงการX-43Aซึ่งอาศัยเครื่องยนต์ที่เรียกว่าscramjets(supersonic combustion ramjets)โดยการทำงานของเครื่องยนต์ scramjetsนั้นอากาศจะไหลเข้าไปในเครื่องยนต์ด้วยความเร็วเหนือเสียง ทำให้เกิดภาวะ “คลื่นกระแทก” อากาศที่มีความเร็วเหนือเสียงจะถูกผสมเข้ากับเชื้อเพลิง “ไฮ โดรเจน” หลังจากนั้นจะถูกจุดระเบิดเกิดเป็นแรงขับดันมหาศาลทำให้สามารถเร่งความเร็วจนกระทั่งมีความเร็วเหนือเสียงได้หลายเท่าอย่างที่กล่าวมาแล้ว
    แต่สำหรับโครงการ X-51A นั้น ความยุ่งยากซับซ้อนจะน้อยกว่าโครงการ X-43A เนื่องจากว่าขนาดของอากาศยานจะเล็กกว่าเกือบ10 เท่าและถูกออกแบบโดยไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเป็นอากาศยานที่มีคนโดยสารที่สำคัญก็คือเป็นการ “ใช้ครั้งเดียวทิ้ง”เพราะว่าจุดประสงค์หลักก็คือการทำลายเป้าหมายต่างๆอยู่แล้วนั่นเอง
    สำหรับตัวอากาศยานนั้น บริษัท Boeing รับผิดชอบในการสร้าง ซึ่งจะต้องถูกเชื่อมติดกับจรวดขับดัน อีกทีหนึ่ง ส่วนเครื่องยนต์ scramjets นั้นถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Pratt & Whitney ที่ มีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องยนต์ สำหรับเครื่องบินอยู่แล้ว

    การทดลองบินครั้งแรกของ X-51A จะมีขึ้นภายในปีนี้ โดยที่เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 จะทำหน้าที่พาเอาเจ้า X-51A พร้อมจรวดขับดันขึ้นไปยังระดับความสูงราว 10 กิโลเมตร จากนั้นจรวดขับดันจะเริ่มทำงานหลังจากที่แยกตัวออกจากเครื่องบิน B-52
    เมื่อจรวดขับดันทำความเร็วได้ถึงราว 4.5 มัคแล้ว เครื่องยนต์ scramjets ก็จะเริ่มทำงานและ X-51A ก็จะแยกตัวออกจากจรวดเป็นอิสระก่อนที่จะทำความเร็วไปจนกระทั่งถึง 7 มัค หรือ 7 เท่าของความเร็วเสียงก่อนที่จะตกลงในมหา สมุทร
    การทดลองบินของโครงการ X-51A จะมีขึ้นราว 10 เที่ยวบิน ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า และทางกองทัพอากาศประเทศสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะนำขีปนาวุธที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมาประจำการได้ไม่เกินปี พ.ศ. 2578 หรืออีก 28 ปีข้างหน้าถึงจะได้เห็นกัน.
    สืบค้นจาก http://www.dailynews.co.th วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552

    ReplyDelete
  5. นักวิจัยมหาวิทยาลัยมอนทรีลของแคนาดาศึกษาพบว่า การสวดภาวนาจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ลดน้อยลงได้
    เขาแจ้งว่า การสวดภาวนาตามแบบอย่างนิกายเซน ช่วยให้รักษาความสมดุลทั้งทางกาย ใจ และอารมณ์ และช่วยคลาย ความเจ็บปวดลงได้ ผู้ที่ฝึกฝนการสวดภาวนาได้แสดงให้เห็นว่า มีความรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดขณะที่สวดภาวนาอยู่น้อยกว่า กันมาก เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่เฉยๆ นักวิจัยบอกต่อไปว่า “การ ศึกษาซึ่งนับเป็นก้าวแรกใน
    การค้นคว้าว่า การสวดภาวนามีอิทธิพลต่อการรับรู้ความเจ็บปวดอย่างไรและด้วยเหตุใด”
    นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาการทดสอบความเจ็บปวด กับผู้ที่ผ่านการฝึกการสวดภาวนามาไม่ต่ำกว่า 1,000 ชม. เทียบกับผู้ที่ไม่ได้ฝึก ปรากฏมีผลต่างกันมาก ผู้ที่ฝึกฝนการสวดภาวนาจะทนกับความเจ็บปวดได้เหนือกว่าคนที่ไม่ได้ฝึก แม้แต่ตอนที่ไม่ได้สวดภาวนาอยู่.

    http://www.thairath.co.th/content_technology.html

    นางมะลิวรรณ บุญนะฤธี
    รหัสนักศึกษา 51210073

    ReplyDelete
  6. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  7. โดย : ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ (buncht@mtec.or.th)
    จากคอลัมน์ : Know How & Know Why
    นอกจากข่าวสงครามที่ดำเนินไปอย่างไร้มนุษยธรรมแล้ว ช่วงที่ผ่านมา คงจะ ไม่มีข่าวไหนมาแรงเกินกว่าเรื่องหวัดมรณะ หรือ โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ซึ่งแปลมาจากคำว่า Severe Acute Respiratory Syndrome (SARS) ที่สื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับเรียกว่า ซารส์ ... ฟังเผิน ๆ คล้ายกับ ‘ส่า (ไข้)’ เหมือนกันนะครับ
    สถิติที่แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของการระบาด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อ หรือผู้เสียชีวิต ลักษณะอาการของผู้ที่ติดเชื้อ รวมทั้งวิธีการป้องกันตัว คงจะมีให้เห็น ตามสื่อต่าง ๆ มาพอสมควรแล้ว แต่ที่ยังไม่ค่อยพูดถึงกันมากนัก ก็คือ ตัวต้นเหตุ และกลไกการแพร่ระบาดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อทราบแล้ว ก็คงจะช่วยให้เข้าใจรอบด้าน ขึ้นอีกนิดดีไหมครับ
    ในช่วงที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ เชื่อกันว่า เชื้อโรคที่น่าจะเป็นต้นเหตุ เป็นไวรัส ที่อยู่ในสกุล (genus) ที่มีชื่อว่า โคโรนาไวรัส (Coronavirus) ไวรัสสกุลนี้ ได้ชื่อ อย่างนี้เพราะมีรูปร่างกลม ๆ แถมสวมมงกุฎอยู่โดยรอบ (คำว่า corona มีรากศัพท์ มาจากภาษาลาติน ซึ่งแปลว่า มงกุฎ) แต่แบบนี้คงเป็นได้แค่ ‘นางมารสวมมงกุฎ’ ไม่ใช่นางงามแน่! ไวรัสในสกุลนี้ตัวเดิมที่เคยรู้จักกันนั้น เป็นสาเหตุของไข้หวัดราว 15% ของไข้หวัดทั้งหมด
    ภาพที่แสดงไว้นี้เป็นโคโรนาไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า 229E ไม่ใช่ตัวต้นเหตุ ของ SARS แต่นำมาให้ชมเป็นตัวอย่างว่า ไวรัสสวมมงกุฎนั้นมีหน้าตาเป็นยังไง เห็นมงกุฎสวย ๆ ไหมล่ะ



    ช่วงแรก ๆ ที่ข่าวเริ่มโหมกระพือนั้น สื่อบางสื่อให้ข้อมูลว่า เชื้อนี้สามารถ ล่องลอย และแพร่ไปในอากาศได้ไกล ๆ ซึ่งฟังแล้วน่ากลัวจริง ๆ แต่มาระยะหลัง เริ่มเชื่อกันว่า เชื้อไวรัสมงกุฎนี่ น่าจะแพร่ด้วยกลไกการแพร่เชื้อ โดยการเกาะไป กับหยดของเหลว และการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง ซึ่งฟังดูน่ากลัวน้อยกว่านิดหน่อย (แต่ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี) แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มาดูกันซักหน่อยว่าการแพร่เชื้อใน 3 ลักษณะนี้ต่างกันยังไง
    ถ้าเชื้อโรคเกาะไปกับหยดของเหลวหรือฝุ่นขนาดเล็ก ๆ (เท่ากับ 5 ไมครอน หรือเล็กกว่า) ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศได้นาน ๆ แบบนี้ ลมพัดไปทางไหน เจ้าเชื้อที่เกาะ กับหยดของเหลวหรือฝุ่น ก็จะเฮไปทางนั้นด้วย แบบนี้เรียกว่า การแพร่เชื้อไป ในอากาศ (airborne transmission) ครับ
    แต่ถ้าเชื้อโรคเกาะไปกับหยดของเหลวขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่า 5 ไมครอน) เช่น บางส่วนที่เราไอหรือจามออกมา อย่างนี้ก็เรียกว่า การแพร่เชื้อไปกับหยดของเหลว (droplet transmission) ซึ่งในแง่ของระยะทางแล้ว จะดูน่ากลัวน้อยกว่าแบบแรก ที่แพร่ไปในอากาศ เพราะหยดของเหลวที่มีขนาดใหญ่นั้น จะไปไหนไม่ได้ไกล ๆ อย่างเก่งก็ 3 ฟุต (เกือบ ๆ 1 เมตร) จากคนที่ฮัดชิ้วออกมา คุณหมอบางท่าน อาจเพิ่ม ระยะออกไปเป็น 5 ฟุต ด้วยซ้ำ เพราะยิ่งไกลก็ยิ่งลดโอกาสเสี่ยง



    ส่วนในกรณีที่ใครไอหรือจามแล้วคว้าผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูไม่ทัน แค่ใช้มือป้องปาก แล้วเกิดเผลอไปจับสิ่งของต่าง ๆ โดยยังไม่ได้ล้างมือ ไม่ว่าจะเป็น ลูกบิดประตู ดินสอ ปากกา หรือหูโทรศัพท์ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้ามีใครได้สัมผัสกับ ของชิ้นดังกล่าวก็อาจจะรับเอาเชื้อไปได้โดยตรง ยิ่งถ้าคนที่สัมผัสเผลอแตะจมูก หรือขยี้ตาก็จะติดเชื้อได้ แบบนี้แหละที่เรียกว่า การแพร่เชื้อแบบสัมผัสโดยตรง (contact transmission)
    สำหรับเชื้อไวรัสต้นเหตุของ SARS นั้น เชื่อกันว่าน่าจะแพร่โดยกลไก แบบที่สอง คือ เชื้อแพร่ไปกับหยดของเหลว เป็นหลัก ตามมาด้วยแบบที่สามคือ การแพร่แบบสัมผัสโดยตรง ส่วนแบบแรกนั้น บางท่านก็ยังเผื่อ ๆ ใจไว้นิดหน่อยว่า อาจจะเป็นไปได้บ้างเหมือนกัน
    เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็คงต้องทบทวนวิธีการป้องกันการติดเชื้ออย่างง่าย ๆ ที่รู้กันมา ตั้งแต่เด็ก คือ ล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนทานอาหาร หรือสัมผัสกับจมูก หรือตา หรือถ้าคุณต้องทำงานที่พบกับคนมาก ๆ เช่น งานบริการ ก็จะดีไม่น้อย ที่ใส่ หน้ากากป้องกันเอาไว้ ผมเพิ่งไปธนาคารแห่งหนึ่งมา ปรากฏว่าพนักงานเกือบทุกคน ใส่หน้ากาก ยกเว้นบางท่านที่บอกว่า รำคาญ แต่บ่น ๆ เกี่ยวกับ SARS ว่า สยอง!
    พยายามติดตามข่าวและทำตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข บวกสามัญสำนึก นิดหน่อยก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้บ้างแล้วครับ ... ฮัด .. ฮัด... ฮัด... ฮัด ... ชิ้วววว!!! (อย่าลืมอยู่ห่างจากผมอย่างน้อย 3 ฟุต ล่ะ)

    แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์
    คุณผู้อ่านที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ droplet transmission ลองไปอ่าน Droplet Precautions ที่ http://www.med.utah.edu/hospepi/dropletpre.cfm และที่ DrGreene.com ที่ http://www.drgreene.com/21_1073.html ส่วนเรื่องโคโรนาไวรัส (coronavirus) ลองไปอ่าน Coronaviruses ที่ http://gsbs.utmb.edu/microbook/ch060.htm สำหรับเรื่องหวัดมรณะ ลองค้นด้วยคำว่า SARS เดี๋ยวก็โผล่ออกมาเพียบ!

    ReplyDelete
  8. ห้องปฏิบัติการเดรเปอร์ที่รัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐฯ กำลังพยายามประดิษฐ์หมึกที่ใช้ในการสัก ซึ่งจะสามารถบอกให้รู้ระดับน้ำตาลกลูโคสใต้ผิวหนังได้ เพื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ต้องทรมานกับความเจ็บปวด เมื่อต้องตรวจหาปริมาณน้ำตาลอีกต่อไป
    นักวิจัยนาโนเทคโนโลยีอธิบายว่า รอยสักที่สัก ด้วยหมึกแถวไหล่นี้ จะไม่ใหญ่โตอะไรนัก ขนาด 2-3 มม.ก็พอ และไม่ต้องสักลึกเหมือนกับการสักธรรมดาด้วย
    นักวิทยาศาสตร์หญิงฮีทเธอร์ คลาร์ก บอกต่อไปว่า เดิมทีไม่ได้คิดว่าจะประดิษฐ์หมึกสักเพื่อ ตรวจวัดหากลูโคส เพียงแต่คิดอยากจะได้หมึกที่ตรวจหาโซเดียม เพื่อคอยเฝ้าดูสุขภาพของหัวใจ แต่เมื่อปรึกษากันดู ก็มีความเห็นว่า ควรจะลองคิดทำดู และปรับปรุงให้สามารถตรวจวัดกลูโคสได้ เมื่อมันตรวจพบกลูโคส มันจะออกสีเหลือง หากว่าระดับต่ำ มันจะออกสีชมพู และหากว่ามีระดับปกติจะเปลี่ยนเป็นสีส้มด้วยเหตุนั้น จะทำให้ผู้ป่วยดูรู้ออกว่า ระดับน้ำตาลที่ผิดปกติสูงหรือต่ำไป กลับเป็นปกติแล้วหรือยัง หรือกลับหนักลง.
    ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=123849
    นางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086

    ReplyDelete
  9. นาฬิกาคอมพิวเตอร์ โดย นายวิชัย ศังขจันทรานนท์

    ภายในส่วนควบคุมของเครื่องคอมพิวเตอร์มีวงจรสร้างสัญญาณนาฬิกาอยู่ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรสร้างสัญญาณนาฬิกานี้สร้างขึ้นโดยอาศัยวงจรออสซิลเลเตอร์(oscillator) ที่เป็นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า วงจรมัลทิไวเบรเตอร์ (multivibrator) หรือใช้ผลึกควอรตซ์(quartz) ซึ่งมีคุณสมบัติสั่นสะเทือน มีสัญญาณไฟฟ้าเกิดขึ้นด้วยความถี่ที่คงที่ เมื่อใส่แรงดันไฟฟ้าไปที่ผลึกควอตซ์โดยการนำเอาสัญญาณนาฬิกานี้มาป้อนเข้าวงจรนับและวงจรตรรกของนาฬิกา แล้วป้อนเข้าส่วนแสดงผลแบบตัวเลข ซึ่งจะแสดงชั่วโมง นาที วินาที วัน เดือนและปี
    นาฬิกาคอมพิวเตอร์แตกต่างกับนาฬิกาแบบตัวเลขธรรมดาตรงที่สามารถสั่งให้เปลี่ยนวันที่ ๑ ใหม่ทุกๆ เดือนได้เองไม่ว่าเดือนนั้นจะมี ๓๐ หรือ ๓๑ วัน หรือเดือนกุมภาพันธ์ที่มี ๒๘ หรือ ๒๙ วัน พร้อมกันนั้นสามารถเปลี่ยนวันจันทร์ วันอังคาร... พร้อมทั้งเดือนและปี สามารถตั้งเวลาปลุกหรือเวลาเตือนได้ตามความต้องการ และใช้เป็นนาฬิกาจับเวลาได้ด้วย
    เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้สร้างส่วนควบคุมกลางหรือซีพียูเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถนำมาสร้างนาฬิกาคอมพิวเตอร์ที่เล็กมากขนาดนาฬิกาข้อมือได้

    ปัจจุบันนาฬิกาข้อมือมีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว โดยนำไมโครโพรเซสเซอร์มาช่วยทำให้มีความสามารถพิเศษหลายอย่าง ที่นอกเหนือไปจากการแสดงเวลาเป็นตัวเลขอย่างเดียว เช่น แสดงวัน เดือน ปี เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้เป็นประจำ และปุ่มกดสำหรับใช้เป็นเครื่องคำนวณอีกด้วย

    ที่มา : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
    http://guru.sanook.com/enc_preview.php?id=2105&title=นาฬิกาคอมพิวเตอร์
    นางสมใจ ไกรพันธ์ รหัสนักศึกษา 51210083

    ReplyDelete
  10. โปรโมชั่นการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง

    เทคนิคการผ่าตัดมดลูกออกผ่านกล้องโดยผ่าตัดผ่านทางผนังหน้าท้อง แต่ไม่ต้องเปิดแผลกว้างเหมือนเช่นเดิมอีกแล้ว แพทย์เพียงเจาะรูให้กล้องและเครื่องมือจับอีก 2 ก้าน เข้าไปในช่องท้องผ่านทางผนังหน้าท้อง ดูดมดลูกออกมาได้อย่างง่ายดาย โดยคนไข้ไม่รู้สึกเจ็บตัวมากนักหลังการผ่าตัด เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กมาก ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่าเดิมมาก คนไข้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 – 4 วัน ผลการผ่าตัดมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นจากความละเอียดแม่นยำของเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยในการผ่าตัดของแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้คุณผู้หญิงสมัยนี้แม้จะผ่านการผ่าตัดมดลูกมาแล้วแต่หน้าท้องยังสวยเนียนได้เหมือนเช่นเดิม ราคา 150,000.00 บาท

    ReplyDelete
  11. D-Link เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ดี-ลิ้งก์ อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีอี แอลทีดี หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านเน็ตเวิร์กรายใหญ่ระดับโลก ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้เทคโนโลยีล่าสุดของดีลิงค์ ได้แก่ D-Link Xtreme N Duo Media Router DIR-855 ไวร์เลสเราเตอร์ประสิทธิภาพสูง รองรับมาตรฐานแลนไร้สาย Draft 802.11n คลื่นความถี่แบบ Dual-Band ทั้ง 2.4 GHZ และ 5 GHZ เพื่อทำให้การประมวลผลรวดเร็วขึ้น เหมาะสำหรับการทำงานทุกประเภท ไม่ว่าเป็นการรับ-ส่งอีเมล์ การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และการสตรีมมิงภาพยนตร์ที่มีความละเอียดสูง (HD Movies)
    นายสธน หงส์ลดารมภ์ ผู้จัดการฝ่ายตัวแทนจำหน่าย (ลูกค้าองค์กร) บริษัท ดี-ลิ้งก์ฯ กล่าวว่า D-Link DIR-855 นับเป็น Green Ethernet และ Green WiFi Technology ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ SharePort ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแบ่งการใช้พริ้นเตอร์ในเครือข่าย สแกนเนอร์ และฮาร์ดดิสก์ภายนอก ผ่านพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการเชื่อมต่อสัญญาณอัตโนมัติ ด้วยการวิเคราะห์ความยาวของสายเคเบิล และจ่ายกระแสไฟที่เหมาะสม
    ผจก.ฝ่ายตัวแทนจำหน่าย บริษัท ดี-ลิ้งก์ฯ กล่าวด้วยว่า D-Link ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ Green Network อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม สำหรับผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์กอันเหมาะสมอย่างยิ่งกับสภาวะการณ์ใน ขณะนี้ โดย D-Link XTreme N Duo Media Router DIR-855 มีกำหนดวางจำหน่ายที่ร้านค้า และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในไตรมาสแรกของปี 2552 นี้เป็นต้นไป

    ข่าวจากไทยรัฐ
    นางสาวศุภมาส เนติชัย รหัสนักศึกษา 51210088

    ReplyDelete
  12. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  13. ไอบีเอ็มสบโอกาสภาวะโลกร้อน พัฒนาเทคโนโลยีและบริการ “สีเขียว” ภายใต้โครงการ “โปรเจกต์ บิ๊ก กรีน” เสนอ 5 แนวทางในการสร้างกรีน ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือองค์กรธุรกิจ เผยในไทยองค์กรขนาดใหญ่เริ่มตื่นตัวรับกระแส

    นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจการบริการไอที บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า ไอบีเอ็มได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ให้แก่องค์กรธุรกิจ เพื่อลดการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ที่สามารถเริ่มสร้างและแปรดาต้าเซ็นเตอร์เดิมที่มีให้กลายเป็นดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว หรือกรีน ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยไอบีเอ็มได้ทุ่มเม็ดเงินสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีให้กับส่วนธุรกิจต่างๆ คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี และวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานของระบบไอที

    สำหรับโครงการที่ไอบีเอ็มริเริ่มครั้งนี้เรียกกว่า “โปรเจกต์ บิ๊ก กรีน” ซึ่งดำเนินการโดยทีมงานสีเขียวระดับโลกของไอบีเอ็ม ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรผู้ออกแบบระบบประหยัดพลังงานกว่า 850 คน จากส่วนธุรกิจต่างๆ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายคือดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรธุรกิจ ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านพลังงานและค่าใช้จ่ายจำกัดขีดความสามารถในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์

    “วิกฤติพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้ลูกค้าเราไม่สามารถขยายธุรกิจได้ตามที่ต้องการ เพราะจำเป็นต้องใช้พลังงานประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้น ดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งขยายตัวจนถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว ทำให้ไม่สามารถขยายธุรกิจให้โตและลงทุนในส่วนที่จำเป็นได้ เราจึงหาแผนปฏิบัติการให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ดาต้าเซ็นเตอร์ได้รับการใช้งานอย่างเต็มที่และประหยัดพลังงาน”

    ผู้บริหารไอบีเอ็มกล่าวว่า การแปรศูนย์เดิมให้เป็นกรีนดาต้าเซ็นเตอร์จะช่วยให้ประหยัดพลังงานได้อย่างมาก สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วไปที่มีขนาดพื้นที่ 2.5 หมื่นตารางฟุตจะสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 42% และส่วนที่ประหยัดได้นี้เท่ากับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนถึง 7,439 ตันต่อปี

    ปัจจุบันไอบีเอ็มมีลูกค้าที่ใช้เทคโนโลยีของไอบีเอ็มทั่วโลก 3,000 ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ยังไม่เป็นกรีน ดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนในไทยขณะนี้องค์กรขนาดใหญ่เริ่มตื่นตัวแล้ว 2-3 ราย ในการเข้าสู่กรีน ดาต้าเซ็นเตอร์

    ส่วนแนวทางการสร้างและแปรดาต้าเซ็นเตอร์เดิมที่มีอยู่ให้มีความสามารถในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 5 แนวทาง ประกอบด้วย 1.วินิจฉัย สำหรับองค์กรธุรกิจที่มีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้ว สามารถเริ่มต้นด้วยการประเมินทรัพยากรที่มีอยู่ ประเมินพลังงาน การจัดการพลังงานแบบเสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติ และการวิเคราะห์ปริมาณความร้อน 2.สร้าง สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่จะเริ่มต้นด้วยการวางแผน สร้าง หรืออัปเดตดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.ปรับใช้ระบบเสมือนจริง สำหรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีและโพรเซสเซอร์ที่รองรับจุดประสงค์พิเศษ 4.จัดการควบคุมดูแลด้วยซอฟต์แวร์การจัดการพลังงาน 5.ระบายความร้อน ใช้โซลูชันการระบายความร้อนด้วยของเหลว ทั้งภายในและภายนอกดาต้าเซ็นเตอร์

    จาก 5 แนวทางที่ไอบีเอ็มนำเสนอ ลูกค้าสามารถเลือกใช้บางแนวทางก็ได้ หรือใช้ทั้ง 5 แนวทางจะเป็นกรีน ดาต้าเซ็นเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ



    http://www.manager.co.th/Cyberbiz/Vi..

    นางพรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080

    ReplyDelete
  14. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  15. เทคโนประดิษฐ์ - คิดผ้าคลุมกลบเสียงสนิท

    ที่ผ่านมา เคยมีนักวิทยาศาสตร์พัฒนาผ้าคลุมล่องหนมาแล้ว โดยทดลองคลุมวัตถุให้หักเหคลื่นไมโครเวฟ หรือเรียกว่าทำให้มันล่องหน แต่สำหรับผ้าคลุมเสียงเป็นการพัฒนาวัสดุชนิดใหม่ที่สร้างปฏิกิริยาทางเสียงแบบพิเศษออกมาได้ วัสดุชนิดนี้ทำหน้าที่บังคับเสียงให้ไหลไปรอบวัตถุ เหมือนกับสายน้ำที่ไหลผ่านไปรอบก้อนหิน
    โฮเซ่ ซานเชส-เดฮีซา และทีมงานจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคแห่งวาเลนเชีย ประเทศสเปน กล่าวว่า ผ้าคลุมเสียงของพวกเขามีคุณสมบัติหักเหทิศทางเสียงรอบวัตถุที่ถูกคลุม

    ผ้าคลุมดังกล่าวทำจากวัสดุพิเศษที่ประกอบด้วยแผงทรงกระบอกขนาดเล็กสำหรับหันเหทิศทางเสียง ผลการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์พบว่า หากทอวัสดุพิเศษสัก 200 ชั้นสามารถกันเสียงได้ 100% ความหนาของผ้านั้นขึ้นอยู่ว่าต้องการกันคลื่นเสียงที่ย่านความถี่ไหน

    นักวิจัยเตรียมนำวัสดุพิเศษไปทดลองในห้องแล็บเพื่อยืนยันผลหลังจากจำลองการทดสอบบนคอมพิวเตอร์ไปแล้ว

    หากทำสำเร็จ เทคโนโลยีนี้อาจนำมาใช้สร้างบ้านกันเสียง โรงแสดงคอนเสิร์ตชั้นยอด ใช้หักเหเสียงไปยังทิศดทางอื่น และใช้คุลมเครื่องบินล่องหน นักวิจัยยังเชื่อว่า กระทรวงกลาโหมน่าจะสนใจใช้คลุมเรือดำน้ำ ซึ่งทุกวันนี้ยังสามารถถูกตรวจจับด้วยคลื่อนโซนาร์ แต่ต้องทดลองให้เห็นประสิทธิภาพจริงเสียก่อน

    ถ้าทำสำเร็จ กองทัพเรือไม่จำเป็นต้องหุ้มเรือดำน้ำด้วยวัตถุหนาเตอะ และคงช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้โข นักวิจัยกล่าว

    ก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยจากหลายสถาบันสาธิตแนวทางพัฒนาผ้าคลุมเสียงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ และในปี 2549 นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดุ๊ก ทดสอบโดยใช้อุปกรณ์ที่ประกอบด้วยวงแหวนใยแก้ว 10 วงหุ้มด้วยธาตุทองแดง เพื่อหักเหคลื่นไมโครเวฟรอบวัตถุ และทำให้คลื่นกลับคืนมาเหมือนเดิมในฝั่งตรงข้าม เมื่อมองจากฝั่งตรงข้ามจึงดูเหมือนว่าคลื่นไมโครเวฟผ่านทะลุกระบอกไป

    นอกจากนี้ นักวิจัยบางรายหวังว่าจะพัฒนาผ้าคลุ่มที่สามารถหักเหแสงทุกคลื่นความยาวที่สายตามองเห็นได้



    ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก

    นางสาวสุดใจ ปินตา รหัสนักศึกษา 51210081

    ReplyDelete
  16. พานาโซนิคได้ออกมาประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ได้มีการวางแผนเตรียมที่จะเข้าเจรจาขอซื้อกิจการของ Sanyo Electric ด้วยเงินงบประมาณจำนวนกว่า 800ล้านเยน หรือ 8.9พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนธุรกิจผลิตแบตเตอรี่โดยภายหลังจากที่มีข่าวลือออกมาเกี่ยวกับการขอเข้าซื้อกิจการซันโยของพานาโซนิค ล่าสุดทางพานาโซนิคได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะมีการเข้าเจรจาเพื่อขอซื้อกิจการของบริษัท Sanyo Electric ด้วยเงินงบประมาณจำนวนถึง 800ล้านเยน หรือ 8.9พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ทั้งนี้จุดมุ่งหมายหลักที่ทางพานาโซนิคตัดสินใจดำเนินการในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นธุรกิจที่กำลังอ่อนตัวลง ผนวกกับเป็นการสนับสนุนธุรกิจภาคอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ rechargeable ของพานาโซนิคอีกทางหนึ่ง โดยสาเหตุที่ทางพานาโซนิคตัดสินใจเลือกซันโยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์นั้น เนื่องมาจากซันโยเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดผลิตแบตเตอรี่ rechargeable ที่ใหญ่ที่สุด โดยการเจรจาขอความร่วมมือในครั้งนี้ ทางพานาโซนิคคาดหวังว่า จะได้รับเทคโนโลยีใหม่ๆจากทางซันโย เพื่อช่วยให้สามารถผลิตแบตเตอรี่สำหรับ

    ที่มา : http://www.newswit.net/read/667735.html
    นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078

    ReplyDelete
  17. สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 7 ชั่วโมง 39 นาทีที่แล้ว
    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น คาดการณ์ว่ากิจการของบริษัทจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบ 35 ปี และเงินเยนที่แข็งค่ากำลังฉุดผลประกอบการของบริษัทร่วงลงด้วย

    ที่มา http://www.ryt9.com/s/iq03/523646/
    นางสุนันทา ไม้จีน เลขประจำตัว 51210070

    ReplyDelete
  18. ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของเทคโนโลยีชีวภาพ
    พันธุวิศวกรรม : เป็นกระบวนการ ที่เจาะจงเลือกหน่วยพันธุกรรม (Gene) บางตัวของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง (ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือ จุลินทรีย์) และนำไปใส่ในสิ่งมีชีวิตอีกประเภทหนึ่ง เพื่อทำให้เกิดลักษณะพิเศษที่ต้องการ รวมถึงการตัด และต่อพันธุกรรม เช่น การตัดพันธุกรรมในการสร้างน้ำย่อยของเชื้อ R. oryzae ไปต่อเพิ่มให้กับ R. oryzae อีกตัวหนึ่ง ทำให้ R. oryzae ตัวที่ถูกเพิ่มพันธุกรรม สามารถสร้างน้ำย่อยได้มากขึ้น
    การผลิตวัคซีน : วัคซีนทุกชนิดนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพเช่นเดียวกัน วัคซีน อาจเตรียมได้จากเซลล์ของตัวก่อโรคทั้งหมด (Whole cells) หรือเตรียมจากเปลือกหุ้มตัวเชื้อ (Capsule) หรือ เตรียมจากส่วนขนละเอียดรอบตัวเชื้อ (Pilli) ก็ได้

    โดย...ศิริพร สิริเจริญทรัพย์

    ReplyDelete
  19. ไอบีเอ็มเผย โซลูชันใหม่รับภัยเศรษฐกิจรอบด้าน
    ไอบีเอ็ม อวดโซลูชันอินฟอร์เมชั่น ออน ดีมานด์ แบบครบวงจร หนุนการจัดเก็บข้อมูล พร้อมเสริมทัพองค์กร รับวิกฤตและความท้าทายของเศรษฐกิจ
    นางเจษฏา ไกรสิงขร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เห็นปัญหาและความท้าทายที่องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ต้องประสบ อีกทั้งความจำเป็นที่ต้องจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังทางธุรกิจ หรือแม้กระทั่งความท้าทายจากสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ทำให้องค์กรต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่า
    โซลูชันในการจัดการข้อมูลครบวงจรที่ไอบีเอ็มนำเสนอนั้น ประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์ เครื่องมือ และบริการทางด้านไอทีที่ครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย โดยครอบคลุมองค์ประกอบหลัก ๆ 3 ส่วน คือ
    1. การจัดการข้อมูลองค์กร (Data and Content Management) 2. การผนวกรวมข้อมูล (Information Integration) และ 3.การจัดการข้อมูลให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Business Intelligence and Performance Management) ซึ่งจาก 3 องค์ประกอบดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจรูปแบบข้อมูลที่ตัวเองมีอยู่และหาวิธีจัดการข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจได้
    http://www.manager.co.th

    ReplyDelete
  20. ดาวหาง“ลู่หลิน”โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด อาจ มองเห็นด้วยตาเปล่า
    อีกประมาณสองสัปดาห์จากนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ชาวโลกจะได้เห็นดาวหางลู่หลินด้วยตาเปล่า โดยมันเป็นดาวหางดวงเดียวที่มีโอกาสจะสว่างถึงระดับที่สังเกตการณ์ได้ไม่ยากนักด้วยกล้องสองตา โดยเฉพาะ
    ดาวหางลู่หลินถูกค้นพบเมื่อ 11 กรกฎาคม 2550 จากภาพถ่ายที่หอดูดาวลู่หลินในไต้หวัน โดย เย่ ฉวนจื้อ นักศึกษาชาวจีนของมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น
    นายวรเชษฐ์ บุญปลอด รายงานในเว็บไซต์ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 ดาวหางลู่หลินจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดที่ระยะห่าง 0.411 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 61.5 ล้านกิโลเมตร) คาดว่าจะมีโชติมาตรราวๆ 5 หรือ 6 เช้ามืดวันนั้นดาวหางอยู่ห่างไปทางทิศใต้ของดาวเสาร์ประมาณ 2 องศา วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ดาวหางจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มันอาจสว่างขึ้นได้เล็กน้อยจากระดับปกติ เนื่องจากวันนั้นดาวหางอยู่ใกล้ระนาบสุริยวิถี หลังจากนั้นจึงจะจางลง คืนวันที่ 27 ถึงเช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ดาวหางผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะไม่ถึง 1 องศา เข้าสู่กลุ่มดาวปูในช่วงต้นเดือนมีนาคม ผ่านใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในคืนวันที่ 5 ถึงเช้ามืดวันที่ 6 มีนาคม (แสงจันทร์รบกวน) ปลายเดือนมีนาคมคาดว่าดาวหางจะจางลงไปที่โชติมาตร 8
    การดูดาวหางดวงนี้ต้องใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ ควรหาสถานที่ที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เมืองใหญ่มีโอกาสเห็นน้อยมาก เนื่องจากดาวหางไม่สว่างนัก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นการคาดหมายจากข้อมูลเท่าที่มีอยู่ ดาวหางเป็นวัตถุที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เช่นอาจจางลงหรือสว่างกว่าที่คาดไว้.

    http://www.thairath.co.th/content_technology.html

    นายประมวล ธรรมวิจารณ์ รหัส 51210082

    ReplyDelete
  21. ซัมซุงเผยโฉมมือถือพลังงานแสงอาทิตย์

    โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกที่ชาร์จไฟโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซัมซุงเผยโฉมครั้งแรกในงานโมบาย เวิลด์ สเปน

    บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาโทรศัพท์มือถือรุ่น “บลูเอิร์ธ” ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบลูเอิร์ธ เป็นโทรศัพท์จอสัมผัสเต็มรูปแบบ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ติดอยู่บริเวณฝาหลัง สามารถชาร์จไฟได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมด และชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกก็ใช้วัสดุรีไซเคิลที่เรียกว่า พีซีเอ็ม

    โทรศัพท์มือถือบลูเอิร์ธ เป็นเครื่องแรกของโลกที่แบตเตอรี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ได้เปิดตัวให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสและทดลองใช้งานอย่างเป็นทางการภายในงานโมบาย เวิลด์ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีโหมดประหยัดพลังงานผ่านฟังก์ชันที่เรียกว่า อีโค-โหมด จุดเด่นอีกด้านก็คือ อีโค-วอล์ก ซึ่งเป็นฟังก์ชันนับจำนวนก้าวที่เดินของเจ้าของเครื่อง แล้วคำนวณออกมาเป็นจำนวนต้นไม้ที่จะช่วยอนุรักษ์ไว้หากเราลดการใช้พลังงานจาก รถยนต์

    แม้แต่กล่องบรรจุโทรศัพท์รุ่นนี้ก็ออกแบบให้เล็กและเบา ใช้กระดาษรีไซเคิล ประหยัดพลังงานระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานยุโรป

    นายเจเค ชิน รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายโทรศัพท์มือถือซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ระบุว่า ซัมซุงบลูเอิร์ธ ถือเป็นพันธสัญญาของซัมซุง ที่มีต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคใช้งาน ได้จริง.

    นางสาวณัฐกุลจิรา สกุณา
    รหัส 51210067

    ReplyDelete
  22. ข่าวไอที ศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2009

    ไอบีเอ็มจัดสัมมนาการบริหารไอทีอย่างชาญฉลาดในยุควิกฤติเศรษฐกิจ
    www.ThaiPR.net -- 3 ชั่วโมง 47 นาทีที่แล้ว
    ในภาวะวิกฤติปัจจุบัน การบริหารระบบ Infrastructure ด้านไอทีเป็นสิ่งสำคัญยิ่งแต่จะบริหารให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร การบริหารวิกฤติอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้องค์การของคุณก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในตลาดการแข่งขันจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่จะมองวิกฤติให้เป็นโอกาส
    นางปาณิสรา เกิดมรกต เลขประจำตัว 51210079

    ReplyDelete
  23. การถ่ายทอดเทคโนโลยี.. ง่ายจริงหรือ??

    งานถ่ายทอดเทคโนโลยีถ้าจะพิจารณากันอย่างผิวเผินแล้วอาจเห็นเป็นเรื่องง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วมีความสลับซับซ้อนและละเอียดอ่อนในตัวเองค่อนข้างมาก ถ้ากลุ่มงานใดไม่มีลักษณะเป็นนักเจรจาต่อรอง นึกภาพธุรกิจไม่เป็น ไม่ทราบเรื่องการตลาด ไม่รู้จักธรรมชาติของคน และไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีรับรองได้เลยว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นสำเร็จยากมาก…

    จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้คิดว่านักถ่ายทอดเทคโนโลยีจะต้องเป็นปราชญ์หรือเป็นซุปเปอร์แมนอะไรทำนองนั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเก่งกาจมากมายแต่ต้องรอบรู้ในหลายด้าน และต้องมีลักษณะบุคคลิกที่สามารถทำให้ผู้ที่เราเจรจาด้วยนั้นเกิดความเชื่อถือและเชื่อมั่นในสิ่งที่กำลังเจรจา บุคคลที่ต้องเจรจาด้วยนั้น ประกอบด้วยบุคคล 2 ลักษณะดังนี้

    จากบุคคลทั้งสองกลุ่ม นักถ่ายทอดเทคโนโลยีซึ่งเป็นคนกลางต้องพยายามให้เกิดการเจรจาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทั้งสองฝ่าย จึงดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากสักเท่าไร และยิ่งถ้าบรรยากาศเศรษฐกิจยังเป็นแบบที่ไม่มีความชัดเจน(ว่าจะดีหรือแย่) อีกทั้งการศึกษาวิจัยต่างๆ ก็ไม่นำเอาองค์ความรู้ไปขยายผลให้เกิดเศรษฐกิจแล้ว ก็จะทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีมีความยากลำบากมากขึ้น… ดังนั้นผลงานการศึกษาวิจัยในระดับต่างๆ จึงจำเป็นอย่างสูงที่จะต้องถ่ายทอดออกไปสู่ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมให้เร็วที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดไปยังภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ หรือแเม้แต่เกษตรกรรายย่อยตามภูมิภาคที่ทุรกันดาร

    อย่างไรก็ตามการถ่ายทอดเทคโนโลยีคงไม่ง่ายเพียงแค่การส่งเอกสารข้อมูล แล้วปล่อยให้ผู้รับนำไปทำความเข้าใจขยายผลการผลิตกันเองเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง นอกจากนั้นยังอาจมีการยัดเยียดผลงานให้ใช้ในท้องที่โดยไม่ได้พิจารณาอย่างถ่องแท้ในความเป็นไปได้ของปัจจัยต่างๆ ในท้องถิ่น ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ผู้รับไม่มีความเชื่อมั่นในนักวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งทำให้นักถ่ายทอดเทคโนโลยีไม่สามารถทำให้เกิดการพัฒนาในท้องที่นั้นได้

    ในความเป็นจริงนอกจากนักถ่ายทอดเทคโนโลยีจะทำการเจรจาจนกระทั่งทั้งสองฝ่ายเห็นประโยชน์ซึ่งกันและกันแล้ว ในช่วงต้นของการขยายผลเพื่อการผลิตนั้นยังจะต้องมีความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากผู้ผลิตเทคโนโลยี และผู้ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งต้องมีการวางแผนที่ดีพร้อมทั้งมีทีมงานเพื่อทำการทดลองขยายผลต่อไป ในระหว่างที่ทดลองขยายผลก็ต้องมีการเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ว่าถูกต้องหรือไม่ ต้องปรับปรุงอย่างไร และต้องทดลองใหม่จนกระทั่งได้สิ่งที่ต้องการ จากนั้นจึงเริ่มทำการผลิตอย่างจริงจัง ดังนั้นในขั้นตอนแรกนี้จำเป็นที่ผู้ผลิตเทคโนโลยีจะต้องมีเวลาสำหรับการให้คำแนะนำหรือฝึกอบรมให้เกิดความเข้าใจในหมู่พนักงาน และยังต้องมีความมั่นใจว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน มีคุณภาพได้มาตรฐาน และไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค

    กว่างานถ่ายทอดเทคโนโลยีจะประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม มีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องมีความจริงใจ จริงจัง และมีเวลา รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ซึ่งผลสำเร็จก็จะเป็นผลงานที่ก่อให้เกิดภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดแต่ถ้าทุกๆ ผลงานการศึกษา การวิจัยต่างๆ ร่วมมือกัน และถ่ายทอดออกไปก็จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน

    นางพิระตา บิณศิรวานิช รหัสนักศึกษา 51210072

    ReplyDelete
  24. สมโชค คำแพง รหัส 51210077
    ข่าวเทคโนโลยี / คอมพิวเตอร์

    หัวข้อ : เผยไทยเริ่มเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์
    ข้อความ : กรุงเทพฯ ๒๗ ธ.ค.- จุฬาฯ เตรียมจัดสัมมนาความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์ เชื่อประเทศไทยเริ่มเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ โดยจะเน้นชี้จุดให้เอกชนเห็นถึงจุดอ่อนและแนวทางป้องกัน
    ผศ.ดร.กมเลศน์ สันติเวชชกุล ผู้อำนวยการ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ จะจัดงานสัมมนาวิชาการหัวข้อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบสารสนเทศ (Security Day) หลังจากพบว่าการแพร่กระจายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการธุรกิจและราชการ ทำให้เกิดกิจกรรมทางมิจฉาชีพในเชิงเครือข่ายและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแม้จะทำกันมานานแล้วแต่ระบบการสื่อสารระหว่างองค์กรที่มีประสิทธิภาพทำให้ผลกระทบต่อการบุกรุกเหล่านี้รุนแรงและขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว
    ทั้งนี้ในเบื้องต้นนี้ มุ่งเป้าไปที่องค์กรทางธุรกิจเป็นหลักก่อน เพราะผลกระทบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยนั้นหากมีผลต่อการค้าจะทำให้ความนิยมในการใช้งานพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเป็นอยู่นั้นเกิดการชะงัก เนื้อหาสาระในการจัดงานครั้งนี้แบ่งเป็นสามส่วนด้วยกันคือ ด้านองค์กร ด้านกายภาพ และด้านวิชาการ โดยจะเน้นให้เข้าใจและเตรียมการป้องกันในด้านการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ชี้ถึงจุดอ่อนต่อการโจมตี การใช้ลายนิ้วมือ การใช้กล้องตรวจจับ การใช้ smart card เป็นต้น และจะถ่ายทอดเชิงวิชาการ ให้กับผู้เข้าร่วมการสัมมนาให้ทราบถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นรากฐานของการใช้ระบบสารสนเทศให้มั่นคงปลอดภัย เช่นประเด็นเรื่องกฎหมาย ประเด็นเรื่องหลักฐานเอกสารในการเอาผิด ประเด็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเรื่องการเข้ารหัสขั้นสูงเหล่านี้เป็นต้น
    ในช่วง ๑๕ ปีที่ผ่านมา บรรดานักเจาะระบบหรือ hacker ไม่สนใจประเทศไทยนักเพราะในประเทศไทยมีเพียงสายสื่อสารที่ช้ามาก ๆ แต่ปัจจุบันนี้สภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไป ถนนหนทางสะดวกมากขึ้น การโจมตีจึงมีโอกาสสูงขึ้นและรุนแรงขึ้นด้วย สำหรับงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ ๑๕ ม.ค. ๒๕๔๖ ที่อาคารศศปากฐาศาลาชั้น ๙ (www.car.chula.ac.th) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ที่มา : http://www.mcot.net
    webmaster - 28/12/2002 18:58

    ReplyDelete
  25. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดพิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุค ICT ปี ๒๕๕๒
    ตามที่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้จัดกิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุค ICT เพื่อขยายเครือข่ายเยาวชนในการพัฒนาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์และทักษะด้าน ICT ของเยาวชนในระบบและนอกระบบการศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้สามารถเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทักษะด้าน ICT ระหว่างเยาวชนด้วยกันต่อไปได้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย
    ในการนี้ กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุค ICT ปี ๒๕๕๒ ได้จัดพิธีเปิดกิจกรรมฯ พร้อมทั้งจัดบรรยายวิชาการ ในหัวข้อ “คุณธรรม จริยธรรม ของยุวชน ICT” กระทรวงฯ จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด “กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนไทยในยุคICT ปี ๒๕๕๒” ในวันพฤหัสบดีที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ น.-๑๕.๓๐ น. ณ ห้องวีนัส ชั้น ๓ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๔๗ ๒๓๓๙-๔๐ ต่อ ๑๓๓ หรือ มือถือ ๐๘ ๖๐๒๖ ๖๐๖๓
    นางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์ รหัสนักศึกษา 51210068

    ReplyDelete
  26. บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ส่ง The new generation B 180 CDI Sports Tourer ลุยตลาดรถหรู ชูความอเนกประสงค์พร้อมเทคโนดลยความปลอดภัยเพียบ กับราคา 2.79 ล้านบาท

    รูปลักษณ์ภายนอกโฉบเฉี่ยวปราดเปรียว ตัวรถกะทัดรัดเหมือนคอมแพ็คคาร์ให้ความคล่องตัวสูงเหมาะกับการขับขี่ในเมือง ขณะที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเหมือนรถเอสเตทและมีพื้นที่ใช้สอยหลากหลายเหมือนรถอเนกประสงค์

    บีคลาส-ใหม่ เสริมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก-ปลอดภัย โดยจุดเด่นอยู่ที่ระบบ Hill Start Assist จะช่วยไม่ให้รถเลื่อนถอยหลังเมื่อคนขับถอนเท้าออกจากแป้นเบรกไปยังคันเร่งขณะขับขี่บนทางลาดชัน



    นอกจากนี้ยังมี Active Parking Assist ระบบช่วยในการนำรถเข้าจอด โดยเซ็นเซอร์ที่ฝังอยู่ตามแนวด้านข้างซ้ายและขวารถจะสแกนหาพื้นที่ว่าง พร้อมกับวัดระยะความยาวและความลึกของบริเวณที่จะสามารถจอดได้ ระบบจะส่งสัญญาณให้กับคนขับ เพื่อให้ผู้ขับเข้าเกียร์ถอยหลัง ยืนยันการจอด และเหยียบคันเร่ง จากนั้นระบบจะช่วยในการนำรถเข้าจอดขนานไปกับถนนได้โดยอัตโนมัติ

    ข่าวจาก manager.co.th

    ReplyDelete