New card Homework 7ดาวหาง“ลู่หลิน”โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า อีกประมาณสองสัปดาห์จากนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ชาวโลกจะได้เห็นดาวหางลู่หลินด้วยตาเปล่า โดยมันเป็นดาวหางดวงเดียวที่มีโอกาสจะสว่างถึงระดับที่สังเกตการณ์ได้ไม่ยากนักด้วยกล้องสองตา โดยเฉพาะดาวหางลู่หลินถูกค้นพบเมื่อ 11 กรกฎาคม 2550 จากภาพถ่ายที่หอดูดาวลู่หลินในไต้หวัน โดย เย่ ฉวนจื้อ นักศึกษาชาวจีนของมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น นายวรเชษฐ์ บุญปลอด รายงานในเว็บไซต์ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 ดาวหางลู่หลินจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดที่ระยะห่าง 0.411 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 61.5 ล้านกิโลเมตร) คาดว่าจะมีโชติมาตรราวๆ 5 หรือ 6 เช้ามืดวันนั้นดาวหางอยู่ห่างไปทางทิศใต้ของดาวเสาร์ประมาณ 2 องศา วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ดาวหางจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มันอาจสว่างขึ้นได้เล็กน้อยจากระดับปกติ เนื่องจากวันนั้นดาวหางอยู่ใกล้ระนาบสุริยวิถี หลังจากนั้นจึงจะจางลง คืนวันที่ 27 ถึงเช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ดาวหางผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะไม่ถึง 1 องศา เข้าสู่กลุ่มดาวปูในช่วงต้นเดือนมีนาคม ผ่านใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในคืนวันที่ 5 ถึงเช้ามืดวันที่ 6 มีนาคม (แสงจันทร์รบกวน) ปลายเดือนมีนาคมคาดว่าดาวหางจะจางลงไปที่โชติมาตร 8การดูดาวหางดวงนี้ต้องใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ ควรหาสถานที่ที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เมืองใหญ่มีโอกาสเห็นน้อยมาก เนื่องจากดาวหางไม่สว่างนัก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นการคาดหมายจากข้อมูลเท่าที่มีอยู่ ดาวหางเป็นวัตถุที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เช่นอาจจางลงหรือสว่างกว่าที่คาดไว้. ที่มา http://www.thairath.co.th วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552
การพิมพ์ไร้สาย...ยังถือเป็นช่วงเดือนแห่งความสุข ที่ยังคงมีการบันทึกภาพประทับใจกันอย่างต่อเนื่องจึงหยิบแนวโน้มการพิมพ์ในโลกยุคใหม่มาฝากกับ...ยุคของการพิมพ์แบบไร้สายที่สามารถพิมพ์ได้ไร้ขีดจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา...ตอบรับกับความต้องการใช้งานที่รวดเร็ว สะดวก และคล่องตัว ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่ทุกวันนี้เน้นการใช้อินเทอร์เน็ตที่บ้าน จากเดิมต้องเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์ แต่ปัจจุบันไวร์เลส หรือเทค โนโลยีไร้สายได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมาก ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาของเอชพี เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ระบุเมื่อปี 2005 บ้านที่มีอินเทอร์เน็ตจะมีคนใช้ไวร์เลสอยู่แค่ 44 ล้านคน แต่ปี 2006 อัตราคนใช้ไวร์เลส สูงขึ้นถึง 68 ล้านคน และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดไว้ว่าปี 2011 จะมีคนใช้ไวร์เลสถึง 230 ล้านคน หรือประมาณ 27% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนข้อมูลในส่วนของประเทศไทย ผู้บริหารจากเอชพี บอกว่าไม่น่าจะต่างกับภาพรวมมากนัก เพราะจริง ๆ แล้วตลาดบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในบ้านเราก็เติบโตไม่น้อยไปกว่าที่อื่น หรือจะดูในระดับภูมิภาคข้อมูลที่ได้ก็ไม่ต่างกันคือ แนวโน้มของการเติบโตของไวร์เลส มีสูงขึ้นมาก ปัจจุบันเอชพีมีลูกค้าใช้การพิมพ์งานแบบไวร์เลสมากขึ้นเป็นสองเท่า ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์เอกสาร รูปภาพ หรือว่าเป็นการใช้งานของข้อมูลทั่วไป นอกจากนี้การใช้งานของลูกค้าที่บ้านเติบโต ขึ้นในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ข้อมูล หรือว่าจะเป็นลักษณะของการเข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตทั่วไป และที่สำคัญคือการใช้งานแบบ Share printing หรือการใช้งานเครื่องพิมพ์ร่วมกันรองรับการสั่งการจากคอม พิวเตอร์หลายเครื่อง ซึ่งมีมากขึ้นถึง 37%สำหรับเอชพีมีการพัฒนาโซลูชั่นการพิมพ์ไร้สายอย่างต่อเนื่อง โดยมีการผลิตเครื่อง พิมพ์ไวร์เลส ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ว่าเน้นในส่วนเครื่องพิมพ์สำหรับธุรกิจและเครื่องพิมพ์แบบพกพาหรือ โมบาย พรินเตอร์ มากกว่า เนื่องจากมองว่าคน ที่ใช้งานไวร์เลสมัก จะทำงานนอกสถานที่ หรือว่าในออฟฟิศ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันอยู่แล้วอย่างไรก็ดี จากข้อมูลปีล่าสุดทำให้ เอชพีมองเห็นว่าทิศทางการใช้ไวร์เลสในบ้านมี สูงขึ้น จึงนำโซลูชั่นไวร์เลสมาเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่บ้าน เป็น โฮม ไวร์เลส พริ้นติ้ง (Home wireless prin ting) และนำเสนอโซลูชั่นของ โฮม พริ้นติ้ง ที่เป็นรูปแบบของไวร์เลส ด้วย ทั้งโน้ตบุ๊ก ที่มีฟังก์ ชันของไวร์เลส ตั้งแต่รุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ รวมถึงกล้องดิจิทัลที่มีคนนิยมใช้มากขึ้น แต่ส่วนมากก็จะเก็บรูปเป็นซอฟต์ไฟล์ เพราะไม่สะดวกในการพิมพ์เอชพีจึงเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการพิมพ์งานผ่านไวร์เลส ด้วยการปรับตัวเครื่องพิมพ์ โฟโต้สมาร์ท และเพิ่ม ไวร์เลสเข้าไปปัจจุบันเครื่องพิมพ์ โฟโต้สมาร์ท ที่มีไวร์เลสของเอชพีจะโฟกัสไปที่เครื่องพิมพ์ออล อินวันโฟโต้สมาร์ท ตอบสนองครอบครัวที่มีมาก กว่า 3-4 คนในบ้าน โดยการใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตมักจะใช้ส่วนตัว แต่เครื่องพิมพ์จะสามารถแชร์กันพิมพ์งานได้ สามารถสั่งพิมพ์งานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละห้องมาที่เครื่องพิมพ์ตัวเดียวกันได้เครื่องพิมพ์ไร้สายจึงนับเป็นการตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน !!!.สืบค้นจาก http://www.dailynews.co.th วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552 เขียนโดย Uthai ที่ 5:54 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น
สิงคโปร์คว้าแชมป์สุดยอดประเทศนวัตกรรมปี 2009มูลนิธินวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจัดอันดับให้ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้นำด้านการคิดค้นนวัตกรรมและมีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลกประจำปี 2009 ดึงเกาหลีใต้ลงมาอยู่อันดับ 5 เหนือกว่ายักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 6 ขณะที่แดนปลาดิบคว้าอันดับ 9 ในครอง มูลนิธิ Information Technology and Innovation Foundation หรือ ITIF ประกาศอันดับประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยนอกจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ประเทศอื่นๆที่ถูกจัดให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกประจำปี 2009 ได้แก่ อันดับที่ 2 สวีเดน, อันดับ 3 ลักเซมเบิร์ก, อันดับ 4 เดนมาร์ก, อันดับที่ 7 ฟินแลนด์ อันดับที่ 8 อังกฤษ และอันดับที่ 10 คือเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือ North American Free Trade Agreement (NAFTA) ซึ่งคลุมพื้นที่ประเทศแคนนาดา เม็กซิโก และสหรัฐฯประเทศใหญ่ๆในเอเชียแปซิฟิกนั้นถูกจัดอยู่ใน 40 อันดับแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย อันดับที่ 19, จีน อันดับที่ 33 ขณะที่อินเดียอยู่ในอันดับที่ 40 โดย 15 ประเทศยุโรปตะวันตกในกลุ่มสหภาพยุโรปหรือที่เรียกรวมว่า EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 18 ITIF เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยการจัดอันดับประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ITIF พิจารณาจาก 16 ประเด็นก่อนจะนำคะแนนมาคำนวณเป็นดัชนีเพื่อจัดอันดับ ได้แก่ ความสามารถของทรัพยกรบุคคล ความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรม การระดมทุน โครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นโยบายเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการจัดการระบบเศรษฐกิจในประเทศ จุดนี้ ITIF ระบุว่า หากรวบรวมดัชนีคะแนนตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 1999-2009) ประเทศจีนกลับได้คะแนนสูงสุด เหนือกว่าสหรัฐฯที่คิดเป็นลำดับที่ 40 โดยสิงคโปร์จะอยู่ในอันดับ 2 ตามมาด้วยลิธัวเนีย เอสโทเนีย เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก สโลวาเนีย รัสเซีย ไซปรัส และญี่ปุ่น โดยประเทศอินเดียได้อันดับที่ 14 เกาหลีใต้อยู่ที่ 17 และออสเตรเลียในอันดับที่ 32 ขณะที่ประเทศกลุ่มยุโรป EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 28 หากคำนวณคะแนนตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา ร็อบ แอดคินสัน (Rob Atkinson) ประธาน ITIF ให้ความเห็นว่า การศึกษาครั้งนี้ยึดหลักพิจารณาความสามารถในการแข่งขันและการคิดค้นนวัตกรรมของแต่ละประเทศโดยใช้ปัจจัยหลายส่วนประกอบกัน ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสามารถด้านเศรษฐกิจหรือนโยบายอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน http://www.bcoms.net ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552
เอเอ็มดีแนะนำควอดคอร์ซีพียูใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอเอ็มดี ได้ประกาศเปิดตัวควอดคอร์ โพรเซสเซอร์ AMD Phenom 9600 Black Edition พร้อมความสามารถใหม่ Clock Multiplier Control เพิ่มการปรับแต่งสมรรถนะการทำงานได้อย่างอิสระ ผู้ใช้สามารถปรับสมรรถนะการทำงานของโพรเซสเซอร์ Black Edition ได้ผ่านซอฟต์แวร์ AMD OverDrive ยูทิลิตี้ที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับการปรับแต่งสมรรถนะการทำงานของโพรเซสเซอร์ ราคายังคงเท่ากับรุ่นปกติ Quad-Core AMD Phenom 9600 แต่สิ่งที่ผู้ใช้จะได้ก็คือความคุ้มค่า และอิสระในการปรับแต่งที่เหนือกว่า ด้วย Quad-Core AMD Phenom 9600 Black Edition ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์มากมาย เช่น อิสระในการจัดการกับพลังงาน อายุการใช้งานแพลตฟอร์มที่ยาวนานกว่า และความสามารถที่เหนือกว่าในเรื่องความบันเทิงและมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใหม่หรือเครื่องเก่ามาทำการอัพเกรดก็ตาม รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เอเอ็มดีได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกพัฒนา และนำเสนอโซลูชั่นที่สามารถปรับสมรรถนะการทำงานได้ ให้กับผู้ใช้ทั้งระดับเมนสตรีมและไฮเอนด์ ด้วย AMD Phenom 9600 Black Edition เกมเมอร์ และผู้ใช้ระดับไฮเอนด์ขยายระบบ และปรับแต่งการทำงานได้ เพื่อให้เหมาะสมกับแอพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ โดยเฉพาะแอพลิเคชันที่ต้องการพลังการประมวลผลสูงสุดจากโพรเซสเซอร์ นอกจากนี้เอเอ็มดีขอแนะนำ AMD GAME! Wiki ที่เว็บไซต์ www.gamewiki.amd.com สเปซสำหรับเกมเมอร์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เรียนรู้ และสร้าง ผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถเข้าใช้บริการได้ เพื่อแบ่งปันกลเม็ด เคล็ดลับในการเล่นเกม โพสต์วีดีโอ โชว์เครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง และช่วยกันถามและช่วยกันตอบ http://techno.thaihealth.netนาง พรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080 ผู้ส่ง
หัวหน้าแผนกควบคุมภารกิจอวกาศรัสเซีย กล่าวเปิดเผยว่า ชิ้นส่วนของเศษซากดาวเทียมของสหรัฐฯกับรัสเซีย ที่เกิดชนกันบนวงโคจรสูงจากพื้นโลก 800 กม. จะคงอยู่ในวงโคจรรอบโลก ไปอีกนานถึง 10,000 ปี อันอาจเป็นอันตรายกับดาวเทียมดวงต่างๆ ซึ่งโคจรอยู่ในแถบที่ค่อนข้างจะแออัดอยู่แล้วนายโวโซฟยอฟ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ ใหญ่ของรัสเซียแจ้งว่า วงโคจรในระดับ ความสูง 800 กม. เป็นวงโคจรที่เป็นที่นิยมของดาวเทียมสื่อสารและติดตามหลายดวง ดังนั้นกลุ่มเมฆหมอกของเศษชิ้นส่วน นับเป็นอันตรายร้ายแรง แม้แต่ชิ้นส่วนชิ้นเล็กๆ ก็อาจเป็นภัยกับยานอวกาศที่สร้างด้วยโลหะผสมได้ เพราะต่างมีความเร็วสูงด้วยกัน ขณะเดียวกันพลตรีอเล็กซานเดอร์ ยาคูชิน หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอวกาศของรัสเซีย ก็กล่าวว่า เศษชิ้นส่วนๆใหญ่จะจับกลุ่มกันอยู่ใกล้จุดที่ชนกัน อาจจะมีบางชิ้นกระเด็นเข้าไปตกอยู่ในวงโคจร สูงจากพื้นโลกระหว่าง 500-1,300 กม.http://www.thairath.co.th/content_technology.htmlนางมะลิวรรณ บุญนะฤธี รหัสนักศึกษา 51210073
ซัมซุงเผยโฉมมือถือพลังงานแสงอาทิตย์โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกที่ชาร์จไฟโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซัมซุงเผยโฉมครั้งแรกในงานโมบาย เวิลด์ สเปน บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการวิจัยและพัฒนาโทรศัพท์มือถือรุ่น “บลูเอิร์ธ” ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบลูเอิร์ธ เป็นโทรศัพท์จอสัมผัสเต็มรูปแบบ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ติดอยู่บริเวณฝาหลัง สามารถชาร์จไฟได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมด และชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกก็ใช้วัสดุรีไซเคิลที่เรียกว่า พีซีเอ็ม โทรศัพท์มือถือบลูเอิร์ธ เป็นเครื่องแรกของโลกที่แบตเตอรี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ได้เปิดตัวให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสและทดลองใช้งานอย่างเป็นทางการภายในงานโมบาย เวิลด์ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีโหมดประหยัดพลังงานผ่านฟังก์ชันที่เรียกว่า อีโค-โหมด จุดเด่นอีกด้านก็คือ อีโค-วอล์ก ซึ่งเป็นฟังก์ชันนับจำนวนก้าวที่เดินของเจ้าของเครื่อง แล้วคำนวณออกมาเป็นจำนวนต้นไม้ที่จะช่วยอนุรักษ์ไว้หากเราลดการใช้พลังงานจาก รถยนต์ แม้แต่กล่องบรรจุโทรศัพท์รุ่นนี้ก็ออกแบบให้เล็กและเบา ใช้กระดาษรีไซเคิล ประหยัดพลังงานระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานยุโรป
ชิปแช่แข็งความเร็วทะลุโลกรายงานข่าวเทคโนโลยีล่าสุดแจ้งว่า ทีมวิจัยร่วมของไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียสามารถทะลุขีดจำกัดความเร็วของชิปซิลิกอนตัวแรกของโลกด้วยความเร็วของการทำงานที่ความถี่สูงถึง 500GHz โดยความลับของความสำเร็จอยู่ที่การแช่แข็งชิปที่อุณหภูมิติดลบถึง 451 องศาฟาเร็นไฮต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียร์ อ้างว่า พวกเขาสามารถทำให้ชิปซิลิกอนทำงานด้วยความเร็วสูงทะลุเพดานสถิติที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการใช้วิธีแช่แข็งชิป (flozen chip) ที่อุณหภูมิต่ำมากๆ นั่นเอง ในส่วนของการสาธิต ชิปซิลิกอนจะสามารถทำงานด้วยความถี่สูงเกินกว่า 500GHz เมื่อแช่แข็งวงจรที่อุณหภูมิติดลบ 451 องศาฟาเร็นไฮต์ (หรือประมาณลบ 232.8 องศาเซลเซียส )สำหรับการทดลองอันเกิดจากความร่วมมือระหว่างไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียร์เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยในการหาขีดจำกัดความเร็วสูงสุดที่เป็นไปได้ในซิลิกอนเจอร์มาเนียม (SiGe) โดยการเพิ่มความเร็วของการทำงานให้กับชิปภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำมากๆผลจากการที่วงจร SiGe สามารถทำงานได้ที่ความถี่สูงมากขนาดนี้ ทำให้ในอนาคต นักพัฒนาอาจใช้ชิปซิลิกอนรุ่นใหม่ในการสร้างแอพพลิเคชันให้กับระบบสื่อสารที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือแอพพลิเคชันทางการทหาร ตลอดจนเครื่องมือตรวจสอบระยะไกล งานวิจัยดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาชิปที่ใช้พลังงานต่ำ แต่ทรงประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อใช้พัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมากมายอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น HDTV ติดรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายที่มีจุดเด่นคือ ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นในขณะที่ใช้พลังงานน้อยกว่ามากนางสาวณัฐกุลจิรา สกุณารหัส 51210067
โน้ตบุ๊กเซลกำเนิดไฟฟ้าใช้นานเกินคาด 20 ชั่วโมงโดย กองบรรณาธิการเว็บไซต์ ARiP.co.thอัพเดต 9 เมษายน 2006 เวลา 08:45 น. นับเป็นข่าวดีสำหรับคนไอที หากเรื่องนี้กลายเป็นจริงในที่สุด เนื่องจากเมื่อสองสามปีก่อน ทาง Intel ได้สร้างกระแสความสนใจในเทคโนโลยีเซลกำเนิดไฟฟ้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้แบตเตอรี่ให้ได้นานมากขึ้นหลายชั่วโมงล่าสุด หนังสือพิมพ์ Nihon Keizai Shimbun รายงานว่า ฝันของการใช้เซลกำเนิดไฟฟ้า (fuel cell) กับอุปกรณ์ไอทีอย่างโน้ตบุ๊กเริ่มมีเค้าความเป็นจริงในทางปฏิบัติมากขึ้นแล้ว เนื่องจากทางบริษัทคาสิโอได้คิดค้นเซลกำเนิดไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เป็นเซลกำเนิดไฟฟ้าโพลิเมอร์ชนิดแข็ง ทำให้มีขนาดเล็กลงกว่าของคู่แข่งในตลาดถึง 90% ในรายงานข่าวยังอ้างว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้เซลกำเนิดไฟฟ้ารุ่นใหม่ของคาสิโอ (มีอยู่ 6 เซลดังรูป) ที่ใช้วิธีดึงไฮโรเจนออกจากเมธานอลจะเผยโฉมตัวอย่างภายในปีนี้ และสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้นานถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ความคืบหน้าของเรื่องนี้คงต้องคอยติดตามกันต่อไปนางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์รหัสนักศึกษา 51210068
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสิทธิพล พรรณวิไล นักพัฒนาแอพลิเคชัน Neuscreen ตัวแทนจากประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 2 ในหมวดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี บนเวทีแข่งขันระดับโลก Calling All Innovators ที่จัดขึ้นโดยโนเกียเพื่อเฟ้นหาแอพลิเคชัน และโซลูชั่นบนมือถือเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเขาเป็น 1 ใน 11 ผู้ชนะเลิศ ที่เข้าร่วมพิธีรับรางวัล Calling All Innovators ของฟอรั่มโนเกีย ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในงาน GSMA Mobile World Congress โดยผู้ชนะเลิศดังกล่าว ได้เข้าร่วมแข่งขันกับนักพัฒนาอีกราว 1,000 คน ในการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ภายใต้โจทย์ แอพลิเคชันที่ช่วยสร้างสรรค์ให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นรายงานข่าวแจ้งว่า แอพลิเคชัน Neuscreen เป็นแอพลิเคชันที่นำเอาคุณสมบัติของการเขียนด้วยมือ ระบบสัมผัส และกล้องถ่ายรูปบนมือถือ ในมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์โนเกีย รุ่น N95 มาเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ เพื่อจับความเคลื่อนไหวของปากกา และทำให้เกิดภาพวาดเสมือนจริง รวมทั้งฉายภาพต่างๆ ที่จัดเก็บไว้บนมือถือขึ้นจอโทรทัศน์ได้โดยตรง ทั้งนี้นายสิทธิพล ได้รับรางวัลเป็นเงินสด 5,000 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ โนเกียจะช่วยเผยแพร่แอพลิเคชันดังกล่าวไปสู่ผู้ใช้งานทั่วโลก นายร็อบ เทเลอร์ ผู้อำนวยการฟอรั่มโนเกีย บริษัทโนเกีย กล่าวว่า โนเกียมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แอพลิเคชัน Neuscreen เป็นนวัตกรรมที่แท้จริง ในโลกการสื่อสารบนมือถือและเป็นแอพลิเคชันอันโดดเด่น ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่มากขึ้น และโนเกียมีความตื่นเต้นที่จะนำแอพลิเคชัน และบริการอันยอดเยี่ยมต่างๆ ไปสู่ผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย ผ่านงานแข่งขัน Calling All Innovatorsรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นายสิทธิพล พรรณวิไล เป็นนักพัฒนาซอฟท์แวร์มากความสามารถ ที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย เคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน Forum Nokia Open C Challenge จากผลงานแอพลิเคชัน MobiTubia ในปี 2550 นอกจากนี้ ยังเป็นนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ ในการแข่งขัน Calling All Innovators รอบแรกมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากกว่า 250,000 คน และมีนักพัฒนาซอฟท์แวร์มากกว่า 12,000 คน จากทั่วโลกลงทะเบียนเป็นสมาชิกฟอรั่มโนเกีย โดยจัดว่าเป็นชุมชนนักพัฒนาซอฟท์แวร์บนมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข่าวจาก : ไทยรัฐวันที่ : 28 กุมภาพันธ์ 2552 นางปราณีต จีนบุญมี รหัส 51210069
ข่าวเทคโนโลยีใหม่ ศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2009บ๊อชผู้นำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ เดินหน้าจัดประกวด Bosch Innovation Contestบ๊อช เดินหน้าความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ทุ่มงบกว่า 3.6 พันล้านยูโรวิจัยและพัฒนาสินค้า ตั้งเป้าคิดค้นเทคโนโลยีใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และ สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนและลดภาวะโลกร้อน พร้อมสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษาหันมาสนใจคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ด้วยการ จัดประกวด “สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อชีวิต ผู้ชนะรับเงินสด ที่มา : http://www.google.co.th/นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078
นาซาส่งดาวเทียมสำรวจก๊าซคาร์บอนฯ ไม่สำเร็จ สหรัฐ 25 ก.พ.-โครงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเพื่อติดตามและตรวจสอบแหล่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของนาซาประสบความล้มเหลว หลังเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่จรวดขับเคลื่อนเจ้าหน้าที่นาซาระบุว่า จรวดทอรัส เอ็กซ์แอล ที่นำดาวเทียมสำรวจก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือโอซีโอ ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยที่ฐานทัพอากาศวานเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ตามเวลาประเทศไทย ก่อนที่จรวดจะตกลงสู่มหาสมุทรใกล้กับขั้วโลกใต้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เนื่องจากส่วนที่เป็นโครงสร้างด้านนอกของจรวด ที่ปกคลุมดาวเทียมไว้ ไม่สามารถแยกตัวออกจากดาวเทียมได้ พร้อมกับแสดงความผิดหวังที่ภารกิจมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,500 ล้านบาท ต้องล้มเหลวสำหรับดาวเทียมโอซีโอดวงนี้ มีภารกิจในการตรวจวัดและติดตามแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดของโลกที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก และหาทางดูดซับก๊าซดังกล่าว ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยแก้ไขภาวะโลกร้อนได้. ที่มา - สำนักข่าวไทยนางสาวสุดใจ ปินตา รหัสนักศึกษา 51210081
This comment has been removed by the author.
นางสาวนภาพร ปินตารักษ์ รหัส 51210071เทคโนประดิษฐ์-รถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นใหม่ น้ำหนักเบาทนแรงกระแทก คาริโอบราโว่ เป็นรถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นล่าสุด กำลังอวดโฉมในงานตลาดนัดนวัตกรรม บริษัทผู้ผลิตอาศัยเทคโนโลยีออกแบบใหม่ยกคัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ แบตเตอรี่ใช้นานขึ้นและตัวรถเบาเป็นพิเศษสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท จำกัด กล่าวว่า บริษัท ที เอส วิฮิเคิล เทค จำกัด ในเครือไทยซัมมิท ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแบบรถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นล่าสุดชื่อ คาริโอบราโว่ โดยบริษัทใช้งบลงทุนกว่า100 ล้านบาทในการสร้างเทคโนโลยีสำหรับรถรุ่นนี้คาริโอบราโว่ ใช้เทคโนโลยีการออกแบบตลอดทั้งคัน เช่น ระบบเบรกที่เพิ่มศักยภาพในการประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ ทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น พวงมาลัยก็ออกแบบใหม่ให้น้ำหนักเบา มุมเลี้ยวที่แคบเพียง 2.5 เมตร ช่วยให้การขับขี่ในพื้นที่แคบทำได้สะดวกส่วนโครงสร้างตัวรถทำจากพลาสติกชนิดพิเศษมีคุณสมบัตินุ่มแต่แข็งแรง จึงป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี และเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกได้มากขึ้น ประกอบกับระบบช่วงล่าง หรือแชสซี ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งรวมน้ำหนักรถทั้งคันเหลือเพียง 25 กิโลกรัม จากรถไฟฟ้าคาริโอรุ่นแรกที่หนัก 33 กิโลกรัมรถกอล์ฟรุ่นใหม่นี้สามารถชาร์จไฟได้จากตัวรถโดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ ใช้เวลาชาร์จ 7-8 ชั่วโมง รองรับการใช้งานได้ประมาณ 70 กิโลเมตร ราคาขายของรถกอล์ฟไฟฟ้าคันนี้อยู่ที่ 1.9 แสนบาท ซึ่งต่ำกว่ารถกอล์ฟทั่วไป 25% โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานตลาดนัดนวัตกรรมและตลาดนัดเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี สกุลธร กล่าวไทยซัมมิทวางแผนผลิตคาริโอ บราโว่ ในระดับอุตสาหกรรม ด้วยกำลังการผลิต 900 คันต่อปี และในอนาคตบริษัทจะยังคงวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนที่นั่งจาก 2 เป็น 4-6 ที่นั่ง ออกแบบให้รองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากถึง 1,500 กิโลกรัม อีกทั้งตั้งเป้าที่จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในโซนสหรัฐและจีนให้ได้ 10% ใน 5 ปี คาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 คันที่มา : http://news.buddyjob.com/technology/show_news-1421-8.html
นางสาวคำเพียง ยงจันทึก รหัส 51210091เทคโนประดิษฐ์ : เครื่องตรวจโชเฟอร์ขี้เมารุ่นใหม่ฟิสิกส์เชียงใหม่ออกแบบไม่พึ่งหลอดเป่า คณะฟิสิกส์ ม.เชียงใหม่ คิดค้นเครื่องตรวจเมาแล้วขับรุ่นใหม่ ไม่ต้องใช้หลอดเป่าให้ยุ่งยาก เหมาะสำหรับนายจ้างใช้ตรวจคัดกรองพนักงานขับรถก่อนออกไปปฏิบัติหน้าที่ ระบุราคาเพียง 1.2 หมื่นบาท ถูกกว่านำเข้า 4 เท่าตัวรศ.ดร.นิกร มังกรทอง หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องวัดแอลกอฮอล์แบบใหม่ เพียงแค่ผู้ขับขี่เป่าลมเบาๆ ออกจากปากช้าๆ ผ่านเครื่องวัดที่มีหัวเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่ ก็จะได้ค่าแอลกอฮอล์ออกมาเป็นตัวเลขอย่างละเอียดเครื่องวัดแบบใหม่ไม่ต้องใช้หลอดเป่าแบบใช้แล้วถอดทิ้งในรูปแบบเดิม ซึ่งมีความยุ่งยากในการปฏิบัติ เช่น ผู้ขับขี่บางรายเมามากอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถเป่าลมแรงๆ หรือในรายที่เมาแล้วประสบอุบัติเหตุ การที่จะให้คนเจ็บที่ไม่รู้สึกตัวเป่าหลอด เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ก็ทำได้ยาก เป็นต้นทีมงานยังออกแบบให้เครื่องแบบใหม่ มีมาตรวัดที่สามารถอ่านค่าทศนิยมได้ละเอียดถึงสองตำแหน่ง เริ่มจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ไปจนถึง 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่กฎหมายระบุว่า หากเครื่องอ่านค่าเกินระดับ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับเครื่องนี้ออกแบบเพื่อให้นายจ้าง ใช้ตรวจคัดกรองพนักงานขับรถก่อนปฏิบัติหน้าที่ ใช้งานด้วยการเสียบไฟบ้าน และให้ผู้ขับขี่เป่าลมจากปากเบาๆ ผ่านทางหัวเซ็นเซอร์ เพียงเท่านั้นค่าแอลกอฮอล์ก็จะปรากฏบนหน้าปัด ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ รศ.ดร.นิกร กล่าวจากประสิทธิภาพดังกล่าว ขณะนี้มีหน่วยงานเอกชนด้านการขนส่งโดยสารและโลจิสติกส์ สั่งซื้อเครื่องนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ตรวจวัดพนักงานขับรถ โดยกำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่เครื่องละ 1.2 หมื่นบาท ซึ่งต่ำกว่าเครื่องระดับเดียวกัน ที่นำเข้าในราคาสูงถึงเครื่องละ 7.0-8.0 หมื่นบาททั้งนี้ ห้องปฏิบัติการวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ เป็นหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการย่อย ที่ได้รับทุนวิจัยเริ่มแรก 5.0 บาท จากสถาบันวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.เชียงใหม่ สำหรับศึกษาวิจัยเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน โดยออกแบบเครื่องวัดแอลกอฮอล์มาหลายรูปแบบตั้งแต่การสร้างหัววัดแอลกอฮอล์ ต่อเนื่องมาจนถึงการสร้างเครื่องวัดรุ่นแรกๆ ที่เป่าลมหายใจไว้ในโถแก้ว ซึ่งมีอุปกรณ์ต่อเข้ากับเครื่องวัดที่แยกจากกัน ปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่เป็นแบบใช้หลอดเป่าในตัวเดียว และล่าสุดปีนี้เป็นเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจแบบคัดกรองดังกล่าวที่มา http://news.mjob.in.th/technology/cat8/news86/
นักฟิสิกส์สหรัฐฯ ทำวิทยุเล็กที่สุดในโลก ขนาดเท่าไวรัส จาก "ท่อคาร์บอนนาโน" แท่งเดียวรวมทุกคุณสมบัติที่วิทยุพึ่งมี ทั้งรับคลื่น AM ขยายสัญญาณแล้วเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียงก่อนส่งออกลำโพง และประเดิมบรรเลงเพลง "ไลลา" ของอิริค แคลปตัน อเล็กซ์ เซตเทิล (Alex Zettl) นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) สหรัฐฯ และ เคนเนธ เจนเซน (Kenneth Jensen) ลูกศิษย์ในที่ปรึกษาระดับปริญญาตรี ได้ร่วมกับประดิษฐ์วิทยุนาโนจากท่อคาร์บอนนาโน ซึ่งสามารถรับคลื่นเอเอ็ม (AM) และถ่ายทอดสัญญาณเพลง "ไลลา" (Layla) ของอีริค แคลปตัน (Eric Clapton) เป็นเพลงแรกตั้งแต่ปี 2550 โดยสามารถทดลองฟังได้ที่ www.sciam.com/nanoradio แต่ทีมวิจัยไม่เปิดเผยผลงานอยู่นาน จนกระทั่งได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารนาโนเลทเทอร์ส (Nano letters) ซึ่งเป็นวารสารวิชาการของสมาคมอเมริกันเคมิคัล (American Chemical Society) ไซแอนทิฟิกอเมริกันนำเรื่องนี้มามาขยายความ ในบทความฉบับเดือน มี.ค.52 นี้ว่า เซตเทิลและเจนเซนได้ใช้ท่อคาร์บอนนาโนเพียงท่อเดียว ทำหน้าที่รับสัญญาณถ่ายทอดเสียงวิทยุ แล้วขยายสัญญาณ จากนั้นเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียง ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปยังลำโพงในรูปเสียง ที่หูมนุษย์สามารถจำแนกได้ ทีมพัฒนายังให้ความเห็นว่า วิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้ จะเป็นรากฐานในปฏิวัติการประยุกต์ในด้านต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ช่วยฟัง โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเล่นไอพอด (iPod) อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในช่องหูได้ด้วย ทั้งนี้ วิทยุเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการผลิตเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพแวดล้อม โดยพัฒนาเป็นอุปกรณ์เพื่อนำไปติดตั้งตามโรงงานต่างๆ แล้วส่งรายงานผลตรวจสภาพอากาศในรูปแบบคลื่นวิทยุไปยังจุดที่เลือกรับข้อมูล เป็นไปได้ว่า อนาคตใครก็ได้เพียงแค่เปิด "กูเกิล" (Google) แล้วเลือกดูข้อมูลสภาพอากาศของเมืองได้ตามเวลาจริง แต่ระหว่างพัฒนาเซนเซอร์ดังกล่าว เจนเซนได้พบว่าท่อคาร์บอนนาโนมีการสั่นที่ความถี่ต่างๆ ซึ่งเซตเทิลเองก็สังเกตเห็นว่าบางความถี่นั้นตรงกับความถี่วิทยุที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ เซตเทิลทราบว่า วิทยุพื้นฐานนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ เสาอากาศที่รับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์จูนคลื่นสำหรับเลือกความถี่ตามต้องการ เครื่องขยายสัญญาณสัญญาณซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ที่ปรับให้สัญญาณคมชัด และอุปกรณ์ในส่วนที่แยกสัญญาณจากคลื่นพาหะที่ส่งมา จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังลำโพงที่เปลี่ยนสัญญาณให้เป็นเสียงที่สามารถรับฟังได้ ท่อคาร์บอนนาโนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิทยุจิ๋วนั้น มีคุณสมบัติเชิงเคมี เรขาคณิตและไฟฟ้าที่ผสมกันอย่างลงตัว ดังนั้นเมื่อว่างไว้ระหว่างขั้วไฟฟ้าก็สามารถให้คุณสมบัติสำคัญทั้ง 4 ของวิทยุได้ด้วยท่อคาร์บอนนาโนอย่างเดียว โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นเสริม เวทเทิลกับเจนเซนได้เลือกใช้ท่อคาร์บอนนาโนที่มีผนังหลายชั้น (multiwalled tube) เนื่องจากง่ายต่อต่อการวางไว้บนขั้วไฟฟ้า แม้ภายหลังพวกเขาจะได้พัฒนาวิทยุจิ๋วอีกรุ่นที่เป็นคาร์บอนนาโนพนังเดียวก็ตาม โดยคาร์บอนที่ใช้มีความยาว 50 นาโนเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นาโนเมตร ซึ่งเป็นขนาดพอๆ กับไวรัสเลยทีเดียว แนวคิดการทำงานของวิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเข้ามากระทบกับท่อนาโน ทำให้เกิดการสั่นอย่างมีท่วงทำนองที่เข้าได้กับการสั่นของสันแม่เหล็กไฟฟ้า การสั่นที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทำให้ท่อคาร์บอนนาโนประพฤติตัวเหมือนเป็นเสาอากาศ แต่ก็มีวิธีที่ต่างไปจากวิทยุแบบเดิมๆ เครื่องวิทยุทั่วไปมีเสาอากาศรับสัญญาณในรูปไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่าคลื่นที่เข้ามานั้นได้เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในเสาอากาศและเสาอากาศก็ยังคงหยุดนิ่ง หากแต่สำหรับวิทยุนาโนแล้ว ท่อนาโนจะเป็นทรงกระบอกและมีประจุหน่อยๆ ดังนั้นเมื่อมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาก็จะผลักให้ท่อคาร์บอนกลับไปกลับมาหน้า-หลัง และเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวิทยุจิ๋วส่งสัญญาณนั้น พวกเขาได้ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (transmission electron microscope: TEM) ซึ่งมีความละเอียดสูงส่องดูพฤติกรรมของท่อคาร์บอนนาโน "มันมหัศจรรย์มากเลย ผมหมายความว่ามันน่าประทับใจมาก เราสามารถส่องดูท่อนาโน และเห็นข้อเท็จจริงที่ว่า คุณกำลังดูโครงสร้างระดับโมเลกุลนี้สั่น และได้ยินเสียงของมันไปพร้อมๆ กัน มันเป็นอะไรที่เจ๋ง ผมไม่เคยคิดว่าก่อนเลยว่าจะได้มองเห็นการทำงานของวิทยุอย่างนี้" เซตเทิลกล่าว.
นักวิจัยพัฒนาอุปกรณ์ที่ทำให้ได้ลำแสงขนาดนาโน เมื่อส่องผ่านไปในสารละลายดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโนไหลอยู่ จะช่วยดูดอนุภาคเหล่านั้นเข้ามาอยู่ภายในลำแสงได้ ซึ่งอาจประยุกต์ใช้ในการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ความไหวสูง หรืออุปกรณ์ที่ช่วยจัดการกับอนุภาคนาโนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ภาพจาก ไซน์เดลี/Nicolle Rager Fuller/NSF) นักวิจัยมะกัน พัฒนาท่อนำแสง ทำแสงให้มีขนาดนาโน ช่วยดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในของไหลได้ดี พร้อมนำส่งไปยังทิศทางที่ต้องการได้สะดวก อนาคตเห็นทางทำไบโอเซนเซอร์ตรวจโรคแม่นยำสูง ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) สหรัฐฯ ค้นพบวิธีดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในสารละลายไหล โดยใช้ลำแสงขนาดนาโน ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารเนเจอร์ (Nature) ตามที่ระบุในไซน์เดลี โดยนักวิจัยหวังว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาเป็นไบโอเซนเซอร์ความแม่นยำสูง หรือประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกและนำส่งอนุภาคนาโน วิลเลียม ชูลทส์ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐฯ (National Science Foundation: NSF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการวิจัยนี้ระบุว่า งานวิจัยดังกล่าวสามารถต่อยอดนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในงานด้านวิศวกรรมในการจัดการกับวัตถุระดับโมเลกุลและอะตอม โดยเฉพาะวัตถุที่บรรจุอยู่ในของเหลว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการใช้ประโยชน์จากแสงในการจัดการกับเซลล์และวัตถุขนาดนาโนอยู่แล้ว ทว่าเทคนิคใหม่ที่ว่านี้นี้ช่วยให้นักวิจัยทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและยาวนานขึ้น ด้าน เดวิด อีริคสัน (David Erickson) วิศวกร คอร์เนล กล่าวว่า เรามองแสงเป็นชุดของอนุภาคที่ไม่มีมวลโดยเรียกว่าโฟตอน (photon) ซึ่งพวกเขาได้ทดลองหาวิธีรวมอนุภาคโฟตอนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กมาก แล้วทำให้ส่องผ่านไปตามท่อนำคลื่น (waveguide) ชนิดพิเศษ ซึ่งคล้ายกับเส้นใยแก้วนำแสงขนาดนาโน เมื่อชิ้นส่วนของวัตถุใด ซึ่งอาจจะเป็นดีเอ็นเอ หรืออนุภาคนาโน ลอยเข้ามาใกล้กับลำแสงโฟตอนดังกล่าว จะถูกดูดเข้ามาข้างในและไหลไปตามลำแสง ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้พัฒนาท่อนำคลื่นเพื่อทำให้แสงกลายเป็นลำแสงขนาดเล็ก และพัฒนาต่อไปเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในกับดักจับดีเอ็นเอ หรือวัตถุอื่นที่มีขนาดเล็กในระดับนาโนเมตรที่ไหลอยู่ในของเหลวได้ดียิ่งขึ้น โดยท่อเล็กๆ แต่ละท่อที่อยู่ภายในท่อนำคลื่นนั้นมีความกว้างเพียง 60-120 นาโนเมตร เท่านั้น ซึ่งบางกว่าความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์อินฟราเรดที่มีขนาด 1,500 นาโนเมตร ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยขจัดข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมอันเกิดจากการกระจายของลำแสงเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง และท่อขนาดนาโนภายในท่อนำแสงดังกล่าวยังช่วยให้ใช้แสงในการดักจับหรือขนส่งวัตถุนาโนได้ดียิ่งขึ้นด้วย
สมโชค คำแพง รหัส 51210077นาซาเตรียมส่งยานอวกาศค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลก 2009-02-20 | 15:54:50วอชิงตัน 20 ก.พ. - องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) เตรียมปล่อยยานอวกาศเคปเลอร์พร้อมด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ในเดือนหน้าเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกที่อยู่นอกระบบสุริยจักรวาล
กูเกิลเปิดตัวแผนที่ดิจิตอลเวอร์ชันไทยกูเกิล เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย ด้วยการนำเสนอแผนที่เสมือนจริงของประเทศไทยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมรองรับการค้นหาข้อมูลทั่วประเทศ พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มการค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในเวอร์ชันท้องถิ่น ที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการทำงานร่วมกันแก่ผู้ใช้งาน พร้อมรองรับการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่น กูเกิลจึงได้เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย (http://maps.google.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการค้นหาแบบใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนที่ออนไลน์ ภาพถ่ายดาวเทียม เส้นทางการขับรถ ที่อยู่ และรายชื่อองค์กรธุรกิจ บนเครื่องพีซีหรือโทรศัพท์มือถือ และเป็นภาษาไทย นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบเปิดกว้างนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้องค์กรธุรกิจ และนักพัฒนาในเมืองไทยสามารถแลกเปลี่ยนแผนที่และความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพรวมของประเทศไทยตามมุมมองและประสบการณ์ของคนไทย พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับถนนหนทาง ที่อยู่ ของบริษัทห้างร้านและองค์กรธุรกิจหลายแสนแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับท้องถิ่นได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครบถ้วนสมบูรณ์ Google Maps จะแสดงชื่อสถานที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถสร้างข้อมูลและแบ่งปันให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองไทย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของแผนที่ประเทศไทยที่ใช้งานง่ายและครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด นอกจากการค้นหาพิกัดทางภูมิศาสตร์ในระดับท้องถิ่นแล้ว ข้อมูลและเครื่องมือบน Google Maps ประเทศไทย และเว็บไซต์ต่างๆ ยังผสานรวมอย่างกลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ชาวไทย องค์กรต่างๆ ในเมืองไทย เช่น HSBC (everydaydiningdelight.com), ไอซีเว็บ(bkkmenu.com), โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ , ไทยทิคเก็ตเมเจอร์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แวร์ อิน ไทยแลนด์ และสเปซ ไมเนอร์ สนับสนุนการพัฒนา Google Maps เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งขององค์กรธุรกิจและสถานที่ที่น่าสนใจ ตรวจสอบกิจกรรมและภาพยนตร์ที่กำลังฉายในละแวกใกล้เคียง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่เพื่อนชาวต่างชาติ ค้นหาร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ผู้บริหารกูเกิลกล่าวว่า กูเกิลมุ่งเน้นการจัดระเบียบข้อมูลของโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ คน การเปิดตัว Google Maps ประเทศไทยครั้งนี้ เป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ตามที่ต้องการเป็นภาษาไทย โดยคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือความบันเทิง Google Maps ประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่รองรับการทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์นางสาวศุภมาส เนติชัย รหัสนักศึกษา 51210088
เทคโนโลยีล่าสุด ฮาร์ดดิสก์ ผสมแฟลชเมมโมรี่เทคโนโลยี Robson ของ Intel จับเอาหน่วยความจำแบบแฟลชเชื่อมตรงกับเมนบอร์ด ผ่านสล็อต PCI Express ตรงไปส่วนชิปเซต Southbridge นอกเหนือไปจากนั้น หน่วยความจำแบบแฟลชใช้เวลาการเข้าถึงข้อมูลน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ Western Digital Raptor X ความเร็ว 10,000rpm ซึ่งเป็นฮาร์ดดิสก์ SATA ที่เร็วที่สุดในปัจจุบันนี้ ใช้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลราวๆ 8ms แต่หน่วยความจำแบบแฟลชใช้เวลาการเข้าถึงข้อมูลต่ำกว่า 100 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าราวๆ 100 เท่าตัว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ฮาร์ดดิสก์แบบแฟลชนั้นให้ความเร็วในการใช้งานทั่วไปอย่างน้อยก็เร็วกกว่าฮาร์ดดิสก์แบบธรรมดาถึง 25-50% นอกเหนือไปจากการที่ Samsung เป็นรายแรกที่แถลงเทคโนโลยี HHD มันก็ยังเป็นการพัฒนาร่วมกับ Microsoft ด้วยนางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086ที่มาhttp://www.sciencetech.nrru.ac.th/index.php?area=1&p=news&newsid=21
หนึ่งนักเรียนหนึ่งมือถือ ความคิดเรื่องการพัฒนาการศึกษาด้วยเทคโนโลยี มักจะเป็นที่สนใจในวงการธุรกิจไอซีที ล่าสุด เออร์วิน เจคอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทควอลคอมม์ โยนหินถามทางเรื่อง “หนึ่งนักเรียนหนึ่งมือถือ”เจคอบส์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สายได้ริเริ่มทดลองโครงการให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ได้ใช้มือถืออัจฉริยะเพื่อการเรียนการสอนในห้องเรียน และเขาพบว่าโทรศัพท์มือถือมีคุณค่ามากหลังจากที่นักเรียนและอาจารย์ได้ทำงานร่วมกันหลังเลิกเรียนในภาคปกติแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนจะ ใช้มือถือเพื่อเข้าไปใช้บริการเครือข่ายสังคม เพื่อถามเรื่องการบ้าน และแก้โจทย์ปัญหาการบ้านด้วยกันซึ่งเจคอบส์สรุปข้อสังเกตว่า ใช้มือถือเหนือกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ราคาถูกประเภท “หนึ่งนักเรียนหนึ่งคอมพิวเตอร์”ทั้งนี้ เพราะมือถือใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือมากกว่าและเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องน้อยกว่ามาก ถ้าเป็นเทคโนโลยีไร้สายบรอดแบนด์ในอเมริกามือถือเหนือกว่า อย่างไรก็ตาม คุณครูแจเน็ท แบส ซึ่งเป็นโฆษกของสหพันธ์ครูแห่งสหรัฐอเมริกาได้วิจารณ์ว่า เท่าที่ผ่านมา มือถือไม่ใช่เครื่องมือทางการศึกษาแต่จะทำให้เสียสมาธิในการเรียนมากกว่า เพราะมีทั้งเสียงสัญญาณการส่งข้อความ โทรศัพท์เข้า เครื่องสั่นไหว นอกจากนี้ครูแจเน็ท ยังได้กล่าวว่า เราห่วงเรื่องสุขภาพพลานามัยและความปลอดภัยของเด็กนักเรียน แต่ก็มีการเน้นเอาสื่อดิจิทัลมาใช้เพื่อช่วยการเรียนโดยเฉพาะเด็กที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำ ซึ่งมันเป็นภาระมากเกินไป แต่ครูซูเซ็ทท์ ไกลเวอร์ ซึ่งสอนคณิตศาสตร์ก็ได้ทดสอบการเรียนการสอนในโรงเรียนที่รัฐนอร์ทแคโรไลนาได้กล่าวว่า นักเรียนที่เรียนพีชคณิตอยู่ในระดับเกณฑ์ เฉลี่ยปานกลางสามารถเข้าเรียนชั้นเรขาคณิตเกียรตินิยมได้เลย ทั้งนี้เพราะมือถืออัจฉริยะที่บริษัทควอลคอมม์ให้มาทดลองใช้ เด็ก ๆ ใช้มือถือสำหรับบันทึกวิดีโอของเพื่อน ๆ ที่ช่วยกันอธิบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโจทย์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้ เด็กนักเรียนมีความมั่นใจที่จะเสนอความ คิดเห็นและข้อมูล ครูไกลเวอร์ กล่าวเสริมอีกว่าโครงการนี้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก ๆ มาก ทีเดียว อันที่จริงเรื่องการขายโทรศัพท์มือถือในชั้นเรียนให้นักเรียนไม่ใช่ง่ายนัก ซึ่ง เจคอบส์ก็ยังมีความพยายามอยู่ ตลาดของถูกแต่มีจำนวนมหาศาลทั่วทั้งโลกใคร ๆ ก็สนใจทั้งนั้น แต่จะเหมาะสมอย่างไรหรือไม่ จะทำอย่างไร คุณครูและท่านผู้อ่านลองช่วยพิจารณาดู ทีครับ.รองศาสตรจารย์ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุลboonmark@rsu.ac.thhttp://www.dailynews.co.th 7 มีนาคม 2552
นายปริญญา อธิบายอีกว่า ภัยจากการใช้เทคโนโลยี WEB2.0 และ Social Networking (Client Side Attack) ถือเป็นภัยอันดับต้นๆ ที่มีการการหลอกลวงผ่านทางการเข้าเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Hi5 หรือ Face Book นั้นกำลังเป็นที่นิยมไปยังหมู่แฮกเกอร์ ด้วยเทคนิคหลากหลายรูปแบบผสมผสานกัน เช่น การใช้ฟิชชิ่ง ร่วมกับ Social Engineering เช่น การหลอกให้ผู้ใช้หลงเข้าไป ล็อกอินในเว็บไซต์ปลอมที่ดูเหมือนเว็บไซต์ยอดนิยม ทำให้ผู้ใช้งานถูก ขโมย Username และ Password หรือ ความเป็นตัวตน (Identity Theft) โดยไม่รู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้นโปรแกรมประสงค์ร้าย เช่น โทรจันยังนิยมแพร่กระจาย ผ่านทางเว็บไซต์ Social Network ดังกล่าว นายประมวล ธรรมวิจารณ์ รหัส 51210082
New card Homework 7
ReplyDeleteดาวหาง“ลู่หลิน”โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุด อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
อีกประมาณสองสัปดาห์จากนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่ชาวโลกจะได้เห็นดาวหางลู่หลินด้วยตาเปล่า โดยมันเป็นดาวหางดวงเดียวที่มีโอกาสจะสว่างถึงระดับที่สังเกตการณ์ได้ไม่ยากนักด้วยกล้องสองตา โดยเฉพาะ
ดาวหางลู่หลินถูกค้นพบเมื่อ 11 กรกฎาคม 2550 จากภาพถ่ายที่หอดูดาวลู่หลินในไต้หวัน โดย เย่ ฉวนจื้อ นักศึกษาชาวจีนของมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น
นายวรเชษฐ์ บุญปลอด รายงานในเว็บไซต์ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 ดาวหางลู่หลินจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดที่ระยะห่าง 0.411 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 61.5 ล้านกิโลเมตร) คาดว่าจะมีโชติมาตรราวๆ 5 หรือ 6 เช้ามืดวันนั้นดาวหางอยู่ห่างไปทางทิศใต้ของดาวเสาร์ประมาณ 2 องศา วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ดาวหางจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มันอาจสว่างขึ้นได้เล็กน้อยจากระดับปกติ เนื่องจากวันนั้นดาวหางอยู่ใกล้ระนาบสุริยวิถี หลังจากนั้นจึงจะจางลง คืนวันที่ 27 ถึงเช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ดาวหางผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะไม่ถึง 1 องศา เข้าสู่กลุ่มดาวปูในช่วงต้นเดือนมีนาคม ผ่านใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในคืนวันที่ 5 ถึงเช้ามืดวันที่ 6 มีนาคม (แสงจันทร์รบกวน) ปลายเดือนมีนาคมคาดว่าดาวหางจะจางลงไปที่โชติมาตร 8
การดูดาวหางดวงนี้ต้องใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ ควรหาสถานที่ที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เมืองใหญ่มีโอกาสเห็นน้อยมาก เนื่องจากดาวหางไม่สว่างนัก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นการคาดหมายจากข้อมูลเท่าที่มีอยู่ ดาวหางเป็นวัตถุที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เช่นอาจจางลงหรือสว่างกว่าที่คาดไว้.
ที่มา http://www.thairath.co.th วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552
การพิมพ์ไร้สาย
ReplyDelete...ยังถือเป็นช่วงเดือนแห่งความสุข ที่ยังคงมีการบันทึกภาพประทับใจกันอย่างต่อเนื่อง
จึงหยิบแนวโน้มการพิมพ์ในโลกยุคใหม่มาฝาก
กับ...ยุคของการพิมพ์แบบไร้สายที่สามารถพิมพ์ได้ไร้ขีดจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา...ตอบรับกับความต้องการใช้งานที่รวดเร็ว สะดวก และคล่องตัว
ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่ทุกวันนี้เน้นการใช้อินเทอร์เน็ตที่บ้าน จากเดิมต้องเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์ แต่ปัจจุบันไวร์เลส หรือเทค โนโลยีไร้สายได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาของเอชพี เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ระบุเมื่อปี 2005 บ้านที่มีอินเทอร์เน็ตจะมีคนใช้ไวร์เลสอยู่แค่ 44 ล้านคน แต่ปี 2006 อัตราคนใช้ไวร์เลส สูงขึ้นถึง 68 ล้านคน และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดไว้ว่าปี 2011 จะมีคนใช้ไวร์เลสถึง 230 ล้านคน หรือประมาณ 27% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ส่วนข้อมูลในส่วนของประเทศไทย ผู้บริหารจากเอชพี บอกว่าไม่น่าจะต่างกับภาพรวมมากนัก เพราะจริง ๆ แล้วตลาดบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในบ้านเราก็เติบโตไม่น้อยไปกว่าที่อื่น หรือจะดูในระดับภูมิภาคข้อมูลที่ได้ก็ไม่ต่างกันคือ แนวโน้มของการเติบโตของไวร์เลส มีสูงขึ้นมาก
ปัจจุบันเอชพีมีลูกค้าใช้การพิมพ์งานแบบไวร์เลสมากขึ้นเป็นสองเท่า ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์เอกสาร รูปภาพ หรือว่าเป็นการใช้งานของข้อมูลทั่วไป
นอกจากนี้การใช้งานของลูกค้าที่บ้านเติบโต ขึ้นในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ข้อมูล หรือว่าจะเป็นลักษณะของการเข้าไปดูข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตทั่วไป และที่สำคัญคือการใช้งานแบบ Share printing หรือการใช้งานเครื่องพิมพ์ร่วมกันรองรับการสั่งการจากคอม พิวเตอร์หลายเครื่อง ซึ่งมีมากขึ้นถึง 37%
สำหรับเอชพีมีการพัฒนาโซลูชั่นการพิมพ์ไร้สายอย่างต่อเนื่อง โดยมีการผลิตเครื่อง พิมพ์ไวร์เลส ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ว่าเน้นในส่วนเครื่องพิมพ์สำหรับธุรกิจและเครื่องพิมพ์แบบพกพาหรือ โมบาย พรินเตอร์ มากกว่า เนื่องจากมองว่าคน ที่ใช้งานไวร์เลสมัก จะทำงานนอกสถานที่ หรือว่าในออฟฟิศ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลปีล่าสุดทำให้ เอชพีมองเห็นว่าทิศทางการใช้ไวร์เลสในบ้านมี สูงขึ้น จึงนำโซลูชั่นไวร์เลสมาเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่บ้าน เป็น โฮม ไวร์เลส พริ้นติ้ง (Home wireless prin ting) และนำเสนอโซลูชั่นของ โฮม พริ้นติ้ง ที่เป็นรูปแบบของไวร์เลส ด้วย ทั้งโน้ตบุ๊ก ที่มีฟังก์ ชันของไวร์เลส ตั้งแต่รุ่นเล็ก รุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ รวมถึงกล้องดิจิทัลที่มีคนนิยมใช้มากขึ้น แต่ส่วนมากก็จะเก็บรูปเป็นซอฟต์ไฟล์ เพราะไม่สะดวกในการพิมพ์
เอชพีจึงเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการพิมพ์งานผ่านไวร์เลส ด้วยการปรับตัวเครื่องพิมพ์ โฟโต้สมาร์ท และเพิ่ม ไวร์เลสเข้าไป
ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ โฟโต้สมาร์ท ที่มีไวร์เลสของเอชพีจะโฟกัสไปที่เครื่องพิมพ์ออล อินวันโฟโต้สมาร์ท ตอบสนองครอบครัวที่มีมาก กว่า 3-4 คนในบ้าน โดยการใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตมักจะใช้ส่วนตัว แต่เครื่องพิมพ์จะสามารถแชร์กันพิมพ์งานได้ สามารถสั่งพิมพ์งานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละห้องมาที่เครื่องพิมพ์ตัวเดียวกันได้
เครื่องพิมพ์ไร้สายจึงนับเป็นการตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน !!!.
สืบค้นจาก http://www.dailynews.co.th วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552
เขียนโดย Uthai ที่ 5:54 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น
สิงคโปร์คว้าแชมป์สุดยอดประเทศนวัตกรรมปี 2009
ReplyDeleteมูลนิธินวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจัดอันดับให้ประเทศสิงคโปร์เป็นผู้นำด้านการคิดค้นนวัตกรรมและมีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลกประจำปี 2009 ดึงเกาหลีใต้ลงมาอยู่อันดับ 5 เหนือกว่ายักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 6 ขณะที่แดนปลาดิบคว้าอันดับ 9 ในครอง
มูลนิธิ Information Technology and Innovation Foundation หรือ ITIF ประกาศอันดับประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยนอกจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ประเทศอื่นๆที่ถูกจัดให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกประจำปี 2009 ได้แก่ อันดับที่ 2 สวีเดน, อันดับ 3 ลักเซมเบิร์ก, อันดับ 4 เดนมาร์ก, อันดับที่ 7 ฟินแลนด์ อันดับที่ 8 อังกฤษ และอันดับที่ 10 คือเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือ North American Free Trade Agreement (NAFTA) ซึ่งคลุมพื้นที่ประเทศแคนนาดา เม็กซิโก และสหรัฐฯ
ประเทศใหญ่ๆในเอเชียแปซิฟิกนั้นถูกจัดอยู่ใน 40 อันดับแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย อันดับที่ 19, จีน อันดับที่ 33 ขณะที่อินเดียอยู่ในอันดับที่ 40 โดย 15 ประเทศยุโรปตะวันตกในกลุ่มสหภาพยุโรปหรือที่เรียกรวมว่า EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 18
ITIF เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยการจัดอันดับประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ITIF พิจารณาจาก 16 ประเด็นก่อนจะนำคะแนนมาคำนวณเป็นดัชนีเพื่อจัดอันดับ ได้แก่ ความสามารถของทรัพยกรบุคคล ความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรม การระดมทุน โครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นโยบายเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการจัดการระบบเศรษฐกิจในประเทศ
จุดนี้ ITIF ระบุว่า หากรวบรวมดัชนีคะแนนตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 1999-2009) ประเทศจีนกลับได้คะแนนสูงสุด เหนือกว่าสหรัฐฯที่คิดเป็นลำดับที่ 40 โดยสิงคโปร์จะอยู่ในอันดับ 2 ตามมาด้วยลิธัวเนีย เอสโทเนีย เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก สโลวาเนีย รัสเซีย ไซปรัส และญี่ปุ่น โดยประเทศอินเดียได้อันดับที่ 14 เกาหลีใต้อยู่ที่ 17 และออสเตรเลียในอันดับที่ 32 ขณะที่ประเทศกลุ่มยุโรป EU-15 นั้นถูกจัดเป็นอันดับที่ 28 หากคำนวณคะแนนตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา
ร็อบ แอดคินสัน (Rob Atkinson) ประธาน ITIF ให้ความเห็นว่า การศึกษาครั้งนี้ยึดหลักพิจารณาความสามารถในการแข่งขันและการคิดค้นนวัตกรรมของแต่ละประเทศโดยใช้ปัจจัยหลายส่วนประกอบกัน ไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสามารถด้านเศรษฐกิจหรือนโยบายอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในภาวะเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน
http://www.bcoms.net
ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552
เอเอ็มดีแนะนำควอดคอร์ซีพียูใหม่
ReplyDeleteผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอเอ็มดี ได้ประกาศเปิดตัวควอดคอร์ โพรเซสเซอร์ AMD Phenom 9600 Black Edition พร้อมความสามารถใหม่ Clock Multiplier Control เพิ่มการปรับแต่งสมรรถนะการทำงานได้อย่างอิสระ ผู้ใช้สามารถปรับสมรรถนะการทำงานของโพรเซสเซอร์ Black Edition ได้ผ่านซอฟต์แวร์ AMD OverDrive ยูทิลิตี้ที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับการปรับแต่งสมรรถนะการทำงานของโพรเซสเซอร์ ราคายังคงเท่ากับรุ่นปกติ Quad-Core AMD Phenom 9600 แต่สิ่งที่ผู้ใช้จะได้ก็คือความคุ้มค่า และอิสระในการปรับแต่งที่เหนือกว่า ด้วย Quad-Core AMD Phenom 9600 Black Edition ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์มากมาย เช่น อิสระในการจัดการกับพลังงาน อายุการใช้งานแพลตฟอร์มที่ยาวนานกว่า และความสามารถที่เหนือกว่าในเรื่องความบันเทิงและมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใหม่หรือเครื่องเก่ามาทำการอัพเกรดก็ตาม
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เอเอ็มดีได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกพัฒนา และนำเสนอโซลูชั่นที่สามารถปรับสมรรถนะการทำงานได้ ให้กับผู้ใช้ทั้งระดับเมนสตรีมและไฮเอนด์ ด้วย AMD Phenom 9600 Black Edition เกมเมอร์ และผู้ใช้ระดับไฮเอนด์ขยายระบบ และปรับแต่งการทำงานได้ เพื่อให้เหมาะสมกับแอพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ โดยเฉพาะแอพลิเคชันที่ต้องการพลังการประมวลผลสูงสุดจากโพรเซสเซอร์ นอกจากนี้เอเอ็มดีขอแนะนำ AMD GAME! Wiki ที่เว็บไซต์ www.gamewiki.amd.com สเปซสำหรับเกมเมอร์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เรียนรู้ และสร้าง ผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถเข้าใช้บริการได้ เพื่อแบ่งปันกลเม็ด เคล็ดลับในการเล่นเกม โพสต์วีดีโอ โชว์เครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง และช่วยกันถามและช่วยกันตอบ
http://techno.thaihealth.net
นาง พรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080 ผู้ส่ง
หัวหน้าแผนกควบคุมภารกิจอวกาศรัสเซีย กล่าวเปิดเผยว่า ชิ้นส่วนของเศษซากดาวเทียมของสหรัฐฯกับรัสเซีย ที่เกิดชนกันบนวงโคจรสูงจากพื้นโลก 800 กม. จะคงอยู่ในวงโคจรรอบโลก ไปอีกนานถึง 10,000 ปี อันอาจเป็นอันตรายกับดาวเทียมดวงต่างๆ ซึ่งโคจรอยู่ในแถบที่ค่อนข้างจะแออัดอยู่แล้ว
ReplyDeleteนายโวโซฟยอฟ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ ใหญ่ของรัสเซียแจ้งว่า วงโคจรในระดับ ความสูง 800 กม. เป็นวงโคจรที่เป็นที่นิยมของดาวเทียมสื่อสารและติดตามหลายดวง ดังนั้นกลุ่มเมฆหมอกของเศษชิ้นส่วน นับเป็นอันตรายร้ายแรง แม้แต่ชิ้นส่วนชิ้นเล็กๆ ก็อาจเป็นภัยกับยานอวกาศที่สร้างด้วยโลหะผสมได้ เพราะต่างมีความเร็วสูงด้วยกัน
ขณะเดียวกันพลตรีอเล็กซานเดอร์ ยาคูชิน หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอวกาศของรัสเซีย ก็กล่าวว่า เศษชิ้นส่วนๆใหญ่จะจับกลุ่มกันอยู่ใกล้จุดที่ชนกัน อาจจะมีบางชิ้นกระเด็นเข้าไปตกอยู่ในวงโคจร สูงจากพื้นโลกระหว่าง 500-1,300 กม.
http://www.thairath.co.th/content_technology.html
นางมะลิวรรณ บุญนะฤธี รหัสนักศึกษา 51210073
ซัมซุงเผยโฉมมือถือพลังงานแสงอาทิตย์
ReplyDeleteโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกที่ชาร์จไฟโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซัมซุงเผยโฉมครั้งแรกในงานโมบาย เวิลด์ สเปน
บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการวิจัยและพัฒนาโทรศัพท์มือถือรุ่น “บลูเอิร์ธ” ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบลูเอิร์ธ เป็นโทรศัพท์จอสัมผัสเต็มรูปแบบ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ติดอยู่บริเวณฝาหลัง สามารถชาร์จไฟได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมด และชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกก็ใช้วัสดุรีไซเคิลที่เรียกว่า พีซีเอ็ม
โทรศัพท์มือถือบลูเอิร์ธ เป็นเครื่องแรกของโลกที่แบตเตอรี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ได้เปิดตัวให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสและทดลองใช้งานอย่างเป็นทางการภายในงานโมบาย เวิลด์ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีโหมดประหยัดพลังงานผ่านฟังก์ชันที่เรียกว่า อีโค-โหมด จุดเด่นอีกด้านก็คือ อีโค-วอล์ก ซึ่งเป็นฟังก์ชันนับจำนวนก้าวที่เดินของเจ้าของเครื่อง แล้วคำนวณออกมาเป็นจำนวนต้นไม้ที่จะช่วยอนุรักษ์ไว้หากเราลดการใช้พลังงานจาก รถยนต์
แม้แต่กล่องบรรจุโทรศัพท์รุ่นนี้ก็ออกแบบให้เล็กและเบา ใช้กระดาษรีไซเคิล ประหยัดพลังงานระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานยุโรป
ชิปแช่แข็งความเร็วทะลุโลก
ReplyDeleteรายงานข่าวเทคโนโลยีล่าสุดแจ้งว่า ทีมวิจัยร่วมของไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียสามารถทะลุขีดจำกัดความเร็วของชิปซิลิกอนตัวแรกของโลกด้วยความเร็วของการทำงานที่ความถี่สูงถึง 500GHz โดยความลับของความสำเร็จอยู่ที่การแช่แข็งชิปที่อุณหภูมิติดลบถึง 451 องศาฟาเร็นไฮต์
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียร์ อ้างว่า พวกเขาสามารถทำให้ชิปซิลิกอนทำงานด้วยความเร็วสูงทะลุเพดานสถิติที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการใช้วิธีแช่แข็งชิป (flozen chip) ที่อุณหภูมิต่ำมากๆ นั่นเอง
ในส่วนของการสาธิต ชิปซิลิกอนจะสามารถทำงานด้วยความถี่สูงเกินกว่า 500GHz เมื่อแช่แข็งวงจรที่อุณหภูมิติดลบ 451 องศาฟาเร็นไฮต์ (หรือประมาณลบ 232.8 องศาเซลเซียส )
สำหรับการทดลองอันเกิดจากความร่วมมือระหว่างไอบีเอ็ม และสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียร์เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยในการหาขีดจำกัดความเร็วสูงสุดที่เป็นไปได้ในซิลิกอนเจอร์มาเนียม (SiGe) โดยการเพิ่มความเร็วของการทำงานให้กับชิปภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำมากๆ
ผลจากการที่วงจร SiGe สามารถทำงานได้ที่ความถี่สูงมากขนาดนี้ ทำให้ในอนาคต นักพัฒนาอาจใช้ชิปซิลิกอนรุ่นใหม่ในการสร้างแอพพลิเคชันให้กับระบบสื่อสารที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือแอพพลิเคชันทางการทหาร ตลอดจนเครื่องมือตรวจสอบระยะไกล
งานวิจัยดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาชิปที่ใช้พลังงานต่ำ แต่ทรงประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อใช้พัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมากมายอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น HDTV ติดรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายที่มีจุดเด่นคือ ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นในขณะที่ใช้พลังงานน้อยกว่ามาก
นางสาวณัฐกุลจิรา สกุณา
รหัส 51210067
โน้ตบุ๊กเซลกำเนิดไฟฟ้าใช้นานเกินคาด 20 ชั่วโมง
ReplyDeleteโดย กองบรรณาธิการเว็บไซต์ ARiP.co.th
อัพเดต 9 เมษายน 2006 เวลา 08:45 น.
นับเป็นข่าวดีสำหรับคนไอที หากเรื่องนี้กลายเป็นจริงในที่สุด เนื่องจากเมื่อสองสามปีก่อน ทาง Intel ได้สร้างกระแสความสนใจในเทคโนโลยีเซลกำเนิดไฟฟ้า เพื่อช่วยยืดอายุการใช้แบตเตอรี่ให้ได้นานมากขึ้นหลายชั่วโมง
ล่าสุด หนังสือพิมพ์ Nihon Keizai Shimbun รายงานว่า ฝันของการใช้เซลกำเนิดไฟฟ้า (fuel cell) กับอุปกรณ์ไอทีอย่างโน้ตบุ๊กเริ่มมีเค้าความเป็นจริงในทางปฏิบัติมากขึ้นแล้ว เนื่องจากทางบริษัทคาสิโอได้คิดค้นเซลกำเนิดไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เป็นเซลกำเนิดไฟฟ้าโพลิเมอร์ชนิดแข็ง ทำให้มีขนาดเล็กลงกว่าของคู่แข่งในตลาดถึง 90%
ในรายงานข่าวยังอ้างว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้เซลกำเนิดไฟฟ้ารุ่นใหม่ของคาสิโอ (มีอยู่ 6 เซลดังรูป) ที่ใช้วิธีดึงไฮโรเจนออกจากเมธานอลจะเผยโฉมตัวอย่างภายในปีนี้ และสามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้นานถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ความคืบหน้าของเรื่องนี้คงต้องคอยติดตามกันต่อไป
นางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์
รหัสนักศึกษา 51210068
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสิทธิพล พรรณวิไล นักพัฒนาแอพลิเคชัน Neuscreen ตัวแทนจากประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 2 ในหมวดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี บนเวทีแข่งขันระดับโลก Calling All Innovators ที่จัดขึ้นโดยโนเกียเพื่อเฟ้นหาแอพลิเคชัน และโซลูชั่นบนมือถือเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเขาเป็น 1 ใน 11 ผู้ชนะเลิศ ที่เข้าร่วมพิธีรับรางวัล Calling All Innovators ของฟอรั่มโนเกีย ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในงาน GSMA Mobile World Congress โดยผู้ชนะเลิศดังกล่าว ได้เข้าร่วมแข่งขันกับนักพัฒนาอีกราว 1,000 คน ในการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ภายใต้โจทย์ แอพลิเคชันที่ช่วยสร้างสรรค์ให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
ReplyDeleteรายงานข่าวแจ้งว่า แอพลิเคชัน Neuscreen เป็นแอพลิเคชันที่นำเอาคุณสมบัติของการเขียนด้วยมือ ระบบสัมผัส และกล้องถ่ายรูปบนมือถือ ในมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์โนเกีย รุ่น N95 มาเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ เพื่อจับความเคลื่อนไหวของปากกา และทำให้เกิดภาพวาดเสมือนจริง รวมทั้งฉายภาพต่างๆ ที่จัดเก็บไว้บนมือถือขึ้นจอโทรทัศน์ได้โดยตรง ทั้งนี้นายสิทธิพล ได้รับรางวัลเป็นเงินสด 5,000 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ โนเกียจะช่วยเผยแพร่แอพลิเคชันดังกล่าวไปสู่ผู้ใช้งานทั่วโลก
นายร็อบ เทเลอร์ ผู้อำนวยการฟอรั่มโนเกีย บริษัทโนเกีย กล่าวว่า โนเกียมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แอพลิเคชัน Neuscreen เป็นนวัตกรรมที่แท้จริง ในโลกการสื่อสารบนมือถือและเป็นแอพลิเคชันอันโดดเด่น ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่มากขึ้น และโนเกียมีความตื่นเต้นที่จะนำแอพลิเคชัน และบริการอันยอดเยี่ยมต่างๆ ไปสู่ผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย ผ่านงานแข่งขัน Calling All Innovators
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นายสิทธิพล พรรณวิไล เป็นนักพัฒนาซอฟท์แวร์มากความสามารถ ที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย เคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน Forum Nokia Open C Challenge จากผลงานแอพลิเคชัน MobiTubia ในปี 2550 นอกจากนี้ ยังเป็นนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ ในการแข่งขัน Calling All Innovators รอบแรกมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากกว่า 250,000 คน และมีนักพัฒนาซอฟท์แวร์มากกว่า 12,000 คน จากทั่วโลกลงทะเบียนเป็นสมาชิกฟอรั่มโนเกีย โดยจัดว่าเป็นชุมชนนักพัฒนาซอฟท์แวร์บนมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 28 กุมภาพันธ์ 2552
นางปราณีต จีนบุญมี รหัส 51210069
ข่าวเทคโนโลยีใหม่ ศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2009
ReplyDeleteบ๊อชผู้นำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ เดินหน้าจัดประกวด Bosch Innovation Contest
บ๊อช เดินหน้าความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ทุ่มงบกว่า 3.6 พันล้านยูโรวิจัยและพัฒนาสินค้า ตั้งเป้าคิดค้นเทคโนโลยีใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และ สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนและลดภาวะโลกร้อน พร้อมสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษาหันมาสนใจคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ด้วยการ จัดประกวด “สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อชีวิต ผู้ชนะรับเงินสด
ที่มา : http://www.google.co.th/
นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078
นาซาส่งดาวเทียมสำรวจก๊าซคาร์บอนฯ ไม่สำเร็จ สหรัฐ 25 ก.พ.-โครงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเพื่อติดตามและตรวจสอบแหล่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของนาซาประสบความล้มเหลว หลังเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่จรวดขับเคลื่อนเจ้าหน้าที่นาซาระบุว่า จรวดทอรัส เอ็กซ์แอล ที่นำดาวเทียมสำรวจก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือโอซีโอ ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยที่ฐานทัพอากาศวานเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ตามเวลาประเทศไทย ก่อนที่จรวดจะตกลงสู่มหาสมุทรใกล้กับขั้วโลกใต้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เนื่องจากส่วนที่เป็นโครงสร้างด้านนอกของจรวด ที่ปกคลุมดาวเทียมไว้ ไม่สามารถแยกตัวออกจากดาวเทียมได้ พร้อมกับแสดงความผิดหวังที่ภารกิจมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,500 ล้านบาท ต้องล้มเหลว
ReplyDeleteสำหรับดาวเทียมโอซีโอดวงนี้ มีภารกิจในการตรวจวัดและติดตามแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดของโลกที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก และหาทางดูดซับก๊าซดังกล่าว ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยแก้ไขภาวะโลกร้อนได้.
ที่มา - สำนักข่าวไทย
นางสาวสุดใจ ปินตา รหัสนักศึกษา 51210081
This comment has been removed by the author.
ReplyDeleteนางสาวนภาพร ปินตารักษ์ รหัส 51210071
ReplyDeleteเทคโนประดิษฐ์-รถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นใหม่ น้ำหนักเบาทนแรงกระแทก
คาริโอบราโว่ เป็นรถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นล่าสุด กำลังอวดโฉมในงานตลาดนัดนวัตกรรม บริษัทผู้ผลิตอาศัยเทคโนโลยีออกแบบใหม่ยกคัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ แบตเตอรี่ใช้นานขึ้นและตัวรถเบาเป็นพิเศษ
สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท จำกัด กล่าวว่า บริษัท ที เอส วิฮิเคิล เทค จำกัด ในเครือไทยซัมมิท ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแบบรถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นล่าสุดชื่อ คาริโอบราโว่ โดยบริษัทใช้งบลงทุนกว่า100 ล้านบาทในการสร้างเทคโนโลยีสำหรับรถรุ่นนี้
คาริโอบราโว่ ใช้เทคโนโลยีการออกแบบตลอดทั้งคัน เช่น ระบบเบรกที่เพิ่มศักยภาพในการประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ ทำให้อายุการใช้งานนานขึ้น พวงมาลัยก็ออกแบบใหม่ให้น้ำหนักเบา มุมเลี้ยวที่แคบเพียง 2.5 เมตร ช่วยให้การขับขี่ในพื้นที่แคบทำได้สะดวก
ส่วนโครงสร้างตัวรถทำจากพลาสติกชนิดพิเศษมีคุณสมบัตินุ่มแต่แข็งแรง จึงป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี และเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกได้มากขึ้น ประกอบกับระบบช่วงล่าง หรือแชสซี ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งรวมน้ำหนักรถทั้งคันเหลือเพียง 25 กิโลกรัม จากรถไฟฟ้าคาริโอรุ่นแรกที่หนัก 33 กิโลกรัม
รถกอล์ฟรุ่นใหม่นี้สามารถชาร์จไฟได้จากตัวรถโดยไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ ใช้เวลาชาร์จ 7-8 ชั่วโมง รองรับการใช้งานได้ประมาณ 70 กิโลเมตร ราคาขายของรถกอล์ฟไฟฟ้าคันนี้อยู่ที่ 1.9 แสนบาท ซึ่งต่ำกว่ารถกอล์ฟทั่วไป 25% โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานตลาดนัดนวัตกรรมและตลาดนัดเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี สกุลธร กล่าว
ไทยซัมมิทวางแผนผลิตคาริโอ บราโว่ ในระดับอุตสาหกรรม ด้วยกำลังการผลิต 900 คันต่อปี และในอนาคตบริษัทจะยังคงวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนที่นั่งจาก 2 เป็น 4-6 ที่นั่ง ออกแบบให้รองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากถึง 1,500 กิโลกรัม อีกทั้งตั้งเป้าที่จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในโซนสหรัฐและจีนให้ได้ 10% ใน 5 ปี คาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 คัน
ที่มา : http://news.buddyjob.com/technology/show_news-1421-8.html
นางสาวคำเพียง ยงจันทึก รหัส 51210091
ReplyDeleteเทคโนประดิษฐ์ : เครื่องตรวจโชเฟอร์ขี้เมารุ่นใหม่ฟิสิกส์เชียงใหม่ออกแบบไม่พึ่งหลอดเป่า
คณะฟิสิกส์ ม.เชียงใหม่ คิดค้นเครื่องตรวจเมาแล้วขับรุ่นใหม่ ไม่ต้องใช้หลอดเป่าให้ยุ่งยาก เหมาะสำหรับนายจ้างใช้ตรวจคัดกรองพนักงานขับรถก่อนออกไปปฏิบัติหน้าที่ ระบุราคาเพียง 1.2 หมื่นบาท ถูกกว่านำเข้า 4 เท่าตัว
รศ.ดร.นิกร มังกรทอง หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องวัดแอลกอฮอล์แบบใหม่ เพียงแค่ผู้ขับขี่เป่าลมเบาๆ ออกจากปากช้าๆ ผ่านเครื่องวัดที่มีหัวเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่ ก็จะได้ค่าแอลกอฮอล์ออกมาเป็นตัวเลขอย่างละเอียด
เครื่องวัดแบบใหม่ไม่ต้องใช้หลอดเป่าแบบใช้แล้วถอดทิ้งในรูปแบบเดิม ซึ่งมีความยุ่งยากในการปฏิบัติ เช่น ผู้ขับขี่บางรายเมามากอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถเป่าลมแรงๆ หรือในรายที่เมาแล้วประสบอุบัติเหตุ การที่จะให้คนเจ็บที่ไม่รู้สึกตัวเป่าหลอด เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ก็ทำได้ยาก เป็นต้น
ทีมงานยังออกแบบให้เครื่องแบบใหม่ มีมาตรวัดที่สามารถอ่านค่าทศนิยมได้ละเอียดถึงสองตำแหน่ง เริ่มจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ไปจนถึง 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่กฎหมายระบุว่า หากเครื่องอ่านค่าเกินระดับ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับ
เครื่องนี้ออกแบบเพื่อให้นายจ้าง ใช้ตรวจคัดกรองพนักงานขับรถก่อนปฏิบัติหน้าที่ ใช้งานด้วยการเสียบไฟบ้าน และให้ผู้ขับขี่เป่าลมจากปากเบาๆ ผ่านทางหัวเซ็นเซอร์ เพียงเท่านั้นค่าแอลกอฮอล์ก็จะปรากฏบนหน้าปัด ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ รศ.ดร.นิกร กล่าว
จากประสิทธิภาพดังกล่าว ขณะนี้มีหน่วยงานเอกชนด้านการขนส่งโดยสารและโลจิสติกส์ สั่งซื้อเครื่องนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ตรวจวัดพนักงานขับรถ โดยกำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่เครื่องละ 1.2 หมื่นบาท ซึ่งต่ำกว่าเครื่องระดับเดียวกัน ที่นำเข้าในราคาสูงถึงเครื่องละ 7.0-8.0 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ห้องปฏิบัติการวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ เป็นหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการย่อย ที่ได้รับทุนวิจัยเริ่มแรก 5.0 บาท จากสถาบันวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.เชียงใหม่ สำหรับศึกษาวิจัยเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน โดยออกแบบเครื่องวัดแอลกอฮอล์มาหลายรูปแบบ
ตั้งแต่การสร้างหัววัดแอลกอฮอล์ ต่อเนื่องมาจนถึงการสร้างเครื่องวัดรุ่นแรกๆ ที่เป่าลมหายใจไว้ในโถแก้ว ซึ่งมีอุปกรณ์ต่อเข้ากับเครื่องวัดที่แยกจากกัน ปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่เป็นแบบใช้หลอดเป่าในตัวเดียว และล่าสุดปีนี้เป็นเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจแบบคัดกรองดังกล่าว
ที่มา http://news.mjob.in.th/technology/cat8/news86/
นักฟิสิกส์สหรัฐฯ ทำวิทยุเล็กที่สุดในโลก ขนาดเท่าไวรัส จาก "ท่อคาร์บอนนาโน" แท่งเดียวรวมทุกคุณสมบัติที่วิทยุพึ่งมี ทั้งรับคลื่น AM ขยายสัญญาณแล้วเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียงก่อนส่งออกลำโพง และประเดิมบรรเลงเพลง "ไลลา" ของอิริค แคลปตัน
ReplyDeleteอเล็กซ์ เซตเทิล (Alex Zettl) นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) สหรัฐฯ และ เคนเนธ เจนเซน (Kenneth Jensen) ลูกศิษย์ในที่ปรึกษาระดับปริญญาตรี ได้ร่วมกับประดิษฐ์วิทยุนาโนจากท่อคาร์บอนนาโน ซึ่งสามารถรับคลื่นเอเอ็ม (AM) และถ่ายทอดสัญญาณเพลง "ไลลา" (Layla) ของอีริค แคลปตัน (Eric Clapton) เป็นเพลงแรกตั้งแต่ปี 2550 โดยสามารถทดลองฟังได้ที่ www.sciam.com/nanoradio
แต่ทีมวิจัยไม่เปิดเผยผลงานอยู่นาน จนกระทั่งได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารนาโนเลทเทอร์ส (Nano letters) ซึ่งเป็นวารสารวิชาการของสมาคมอเมริกันเคมิคัล (American Chemical Society)
ไซแอนทิฟิกอเมริกันนำเรื่องนี้มามาขยายความ ในบทความฉบับเดือน มี.ค.52 นี้ว่า เซตเทิลและเจนเซนได้ใช้ท่อคาร์บอนนาโนเพียงท่อเดียว ทำหน้าที่รับสัญญาณถ่ายทอดเสียงวิทยุ แล้วขยายสัญญาณ จากนั้นเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียง ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปยังลำโพงในรูปเสียง ที่หูมนุษย์สามารถจำแนกได้
ทีมพัฒนายังให้ความเห็นว่า วิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้ จะเป็นรากฐานในปฏิวัติการประยุกต์ในด้านต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ช่วยฟัง โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเล่นไอพอด (iPod) อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในช่องหูได้ด้วย
ทั้งนี้ วิทยุเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการผลิตเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพแวดล้อม โดยพัฒนาเป็นอุปกรณ์เพื่อนำไปติดตั้งตามโรงงานต่างๆ แล้วส่งรายงานผลตรวจสภาพอากาศในรูปแบบคลื่นวิทยุไปยังจุดที่เลือกรับข้อมูล
เป็นไปได้ว่า อนาคตใครก็ได้เพียงแค่เปิด "กูเกิล" (Google) แล้วเลือกดูข้อมูลสภาพอากาศของเมืองได้ตามเวลาจริง แต่ระหว่างพัฒนาเซนเซอร์ดังกล่าว เจนเซนได้พบว่าท่อคาร์บอนนาโนมีการสั่นที่ความถี่ต่างๆ ซึ่งเซตเทิลเองก็สังเกตเห็นว่าบางความถี่นั้นตรงกับความถี่วิทยุที่ใช้ในเชิงพาณิชย์
เซตเทิลทราบว่า วิทยุพื้นฐานนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ เสาอากาศที่รับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์จูนคลื่นสำหรับเลือกความถี่ตามต้องการ เครื่องขยายสัญญาณสัญญาณซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ที่ปรับให้สัญญาณคมชัด และอุปกรณ์ในส่วนที่แยกสัญญาณจากคลื่นพาหะที่ส่งมา จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังลำโพงที่เปลี่ยนสัญญาณให้เป็นเสียงที่สามารถรับฟังได้
ท่อคาร์บอนนาโนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิทยุจิ๋วนั้น มีคุณสมบัติเชิงเคมี เรขาคณิตและไฟฟ้าที่ผสมกันอย่างลงตัว ดังนั้นเมื่อว่างไว้ระหว่างขั้วไฟฟ้าก็สามารถให้คุณสมบัติสำคัญทั้ง 4 ของวิทยุได้ด้วยท่อคาร์บอนนาโนอย่างเดียว โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นเสริม
เวทเทิลกับเจนเซนได้เลือกใช้ท่อคาร์บอนนาโนที่มีผนังหลายชั้น (multiwalled tube) เนื่องจากง่ายต่อต่อการวางไว้บนขั้วไฟฟ้า แม้ภายหลังพวกเขาจะได้พัฒนาวิทยุจิ๋วอีกรุ่นที่เป็นคาร์บอนนาโนพนังเดียวก็ตาม โดยคาร์บอนที่ใช้มีความยาว 50 นาโนเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นาโนเมตร ซึ่งเป็นขนาดพอๆ กับไวรัสเลยทีเดียว
แนวคิดการทำงานของวิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเข้ามากระทบกับท่อนาโน ทำให้เกิดการสั่นอย่างมีท่วงทำนองที่เข้าได้กับการสั่นของสันแม่เหล็กไฟฟ้า การสั่นที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทำให้ท่อคาร์บอนนาโนประพฤติตัวเหมือนเป็นเสาอากาศ แต่ก็มีวิธีที่ต่างไปจากวิทยุแบบเดิมๆ
เครื่องวิทยุทั่วไปมีเสาอากาศรับสัญญาณในรูปไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่าคลื่นที่เข้ามานั้นได้เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในเสาอากาศและเสาอากาศก็ยังคงหยุดนิ่ง หากแต่สำหรับวิทยุนาโนแล้ว ท่อนาโนจะเป็นทรงกระบอกและมีประจุหน่อยๆ
ดังนั้นเมื่อมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาก็จะผลักให้ท่อคาร์บอนกลับไปกลับมาหน้า-หลัง และเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวิทยุจิ๋วส่งสัญญาณนั้น พวกเขาได้ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (transmission electron microscope: TEM) ซึ่งมีความละเอียดสูงส่องดูพฤติกรรมของท่อคาร์บอนนาโน
"มันมหัศจรรย์มากเลย ผมหมายความว่ามันน่าประทับใจมาก เราสามารถส่องดูท่อนาโน และเห็นข้อเท็จจริงที่ว่า คุณกำลังดูโครงสร้างระดับโมเลกุลนี้สั่น และได้ยินเสียงของมันไปพร้อมๆ กัน มันเป็นอะไรที่เจ๋ง ผมไม่เคยคิดว่าก่อนเลยว่าจะได้มองเห็นการทำงานของวิทยุอย่างนี้" เซตเทิลกล่าว.
นักวิจัยพัฒนาอุปกรณ์ที่ทำให้ได้ลำแสงขนาดนาโน เมื่อส่องผ่านไปในสารละลายดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโนไหลอยู่ จะช่วยดูดอนุภาคเหล่านั้นเข้ามาอยู่ภายในลำแสงได้ ซึ่งอาจประยุกต์ใช้ในการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ความไหวสูง หรืออุปกรณ์ที่ช่วยจัดการกับอนุภาคนาโนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ภาพจาก ไซน์เดลี/Nicolle Rager Fuller/NSF)
ReplyDeleteนักวิจัยมะกัน พัฒนาท่อนำแสง ทำแสงให้มีขนาดนาโน ช่วยดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในของไหลได้ดี พร้อมนำส่งไปยังทิศทางที่ต้องการได้สะดวก อนาคตเห็นทางทำไบโอเซนเซอร์ตรวจโรคแม่นยำสูง
ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) สหรัฐฯ ค้นพบวิธีดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในสารละลายไหล โดยใช้ลำแสงขนาดนาโน ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารเนเจอร์ (Nature) ตามที่ระบุในไซน์เดลี โดยนักวิจัยหวังว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาเป็นไบโอเซนเซอร์ความแม่นยำสูง หรือประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกและนำส่งอนุภาคนาโน
วิลเลียม ชูลทส์ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐฯ (National Science Foundation: NSF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการวิจัยนี้ระบุว่า งานวิจัยดังกล่าวสามารถต่อยอดนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในงานด้านวิศวกรรมในการจัดการกับวัตถุระดับโมเลกุลและอะตอม โดยเฉพาะวัตถุที่บรรจุอยู่ในของเหลว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการใช้ประโยชน์จากแสงในการจัดการกับเซลล์และวัตถุขนาดนาโนอยู่แล้ว ทว่าเทคนิคใหม่ที่ว่านี้นี้ช่วยให้นักวิจัยทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและยาวนานขึ้น
ด้าน เดวิด อีริคสัน (David Erickson) วิศวกร คอร์เนล กล่าวว่า เรามองแสงเป็นชุดของอนุภาคที่ไม่มีมวลโดยเรียกว่าโฟตอน (photon) ซึ่งพวกเขาได้ทดลองหาวิธีรวมอนุภาคโฟตอนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กมาก แล้วทำให้ส่องผ่านไปตามท่อนำคลื่น (waveguide) ชนิดพิเศษ ซึ่งคล้ายกับเส้นใยแก้วนำแสงขนาดนาโน เมื่อชิ้นส่วนของวัตถุใด ซึ่งอาจจะเป็นดีเอ็นเอ หรืออนุภาคนาโน ลอยเข้ามาใกล้กับลำแสงโฟตอนดังกล่าว จะถูกดูดเข้ามาข้างในและไหลไปตามลำแสง
ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้พัฒนาท่อนำคลื่นเพื่อทำให้แสงกลายเป็นลำแสงขนาดเล็ก และพัฒนาต่อไปเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในกับดักจับดีเอ็นเอ หรือวัตถุอื่นที่มีขนาดเล็กในระดับนาโนเมตรที่ไหลอยู่ในของเหลวได้ดียิ่งขึ้น โดยท่อเล็กๆ แต่ละท่อที่อยู่ภายในท่อนำคลื่นนั้นมีความกว้างเพียง 60-120 นาโนเมตร เท่านั้น ซึ่งบางกว่าความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์อินฟราเรดที่มีขนาด 1,500 นาโนเมตร ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยขจัดข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมอันเกิดจากการกระจายของลำแสงเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง และท่อขนาดนาโนภายในท่อนำแสงดังกล่าวยังช่วยให้ใช้แสงในการดักจับหรือขนส่งวัตถุนาโนได้ดียิ่งขึ้นด้วย
สมโชค คำแพง รหัส 51210077
ReplyDeleteนาซาเตรียมส่งยานอวกาศค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลก
2009-02-20 | 15:54:50
วอชิงตัน 20 ก.พ. - องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) เตรียมปล่อยยานอวกาศเคปเลอร์พร้อมด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ในเดือนหน้าเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาดาวเคราะห์คล้ายโลกที่อยู่นอกระบบสุริยจักรวาล
กูเกิลเปิดตัวแผนที่ดิจิตอลเวอร์ชันไทย
ReplyDeleteกูเกิล เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย ด้วยการนำเสนอแผนที่เสมือนจริงของประเทศไทยที่ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมรองรับการค้นหาข้อมูลทั่วประเทศ
พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มการค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในเวอร์ชันท้องถิ่น ที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการทำงานร่วมกันแก่ผู้ใช้งาน พร้อมรองรับการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่น กูเกิลจึงได้เปิดตัว Google Maps ประเทศไทย (http://maps.google.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการค้นหาแบบใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนที่ออนไลน์ ภาพถ่ายดาวเทียม เส้นทางการขับรถ ที่อยู่ และรายชื่อองค์กรธุรกิจ บนเครื่องพีซีหรือโทรศัพท์มือถือ และเป็นภาษาไทย
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันแบบเปิดกว้างนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้องค์กรธุรกิจ และนักพัฒนาในเมืองไทยสามารถแลกเปลี่ยนแผนที่และความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพรวมของประเทศไทยตามมุมมองและประสบการณ์ของคนไทย พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับถนนหนทาง ที่อยู่ ของบริษัทห้างร้านและองค์กรธุรกิจหลายแสนแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับท้องถิ่นได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครบถ้วนสมบูรณ์
Google Maps จะแสดงชื่อสถานที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถสร้างข้อมูลและแบ่งปันให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองไทย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของแผนที่ประเทศไทยที่ใช้งานง่ายและครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด
นอกจากการค้นหาพิกัดทางภูมิศาสตร์ในระดับท้องถิ่นแล้ว ข้อมูลและเครื่องมือบน Google Maps ประเทศไทย และเว็บไซต์ต่างๆ ยังผสานรวมอย่างกลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ชาวไทย องค์กรต่างๆ ในเมืองไทย เช่น HSBC (everydaydiningdelight.com), ไอซีเว็บ(bkkmenu.com), โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ , ไทยทิคเก็ตเมเจอร์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แวร์ อิน ไทยแลนด์ และสเปซ ไมเนอร์ สนับสนุนการพัฒนา Google Maps เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งขององค์กรธุรกิจและสถานที่ที่น่าสนใจ ตรวจสอบกิจกรรมและภาพยนตร์ที่กำลังฉายในละแวกใกล้เคียง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่เพื่อนชาวต่างชาติ ค้นหาร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ
ผู้บริหารกูเกิลกล่าวว่า กูเกิลมุ่งเน้นการจัดระเบียบข้อมูลของโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ คน การเปิดตัว Google Maps ประเทศไทยครั้งนี้ เป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้ชาวไทยสามารถค้นหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ตามที่ต้องการเป็นภาษาไทย โดยคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือความบันเทิง Google Maps ประเทศไทย เป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่รองรับการทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้
ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
นางสาวศุภมาส เนติชัย รหัสนักศึกษา 51210088
เทคโนโลยีล่าสุด ฮาร์ดดิสก์ ผสมแฟลชเมมโมรี่
ReplyDeleteเทคโนโลยี Robson ของ Intel จับเอาหน่วยความจำแบบแฟลชเชื่อมตรงกับเมนบอร์ด ผ่านสล็อต PCI Express ตรงไปส่วนชิปเซต Southbridge นอกเหนือไปจากนั้น หน่วยความจำแบบแฟลชใช้เวลาการเข้าถึงข้อมูลน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ Western Digital Raptor X ความเร็ว 10,000rpm ซึ่งเป็นฮาร์ดดิสก์ SATA ที่เร็วที่สุดในปัจจุบันนี้ ใช้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลราวๆ 8ms แต่หน่วยความจำแบบแฟลชใช้เวลาการเข้าถึงข้อมูลต่ำกว่า 100 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าราวๆ 100 เท่าตัว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ฮาร์ดดิสก์แบบแฟลชนั้นให้ความเร็วในการใช้งานทั่วไปอย่างน้อยก็เร็วกกว่าฮาร์ดดิสก์แบบธรรมดาถึง 25-50% นอกเหนือไปจากการที่ Samsung เป็นรายแรกที่แถลงเทคโนโลยี HHD มันก็ยังเป็นการพัฒนาร่วมกับ Microsoft ด้วย
นางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086
ที่มาhttp://www.sciencetech.nrru.ac.th/index.php?area=1&p=news&newsid=21
หนึ่งนักเรียนหนึ่งมือถือ
ReplyDeleteความคิดเรื่องการพัฒนาการศึกษาด้วยเทคโนโลยี มักจะเป็นที่สนใจในวงการธุรกิจไอซีที ล่าสุด เออร์วิน เจคอบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทควอลคอมม์ โยนหินถามทางเรื่อง “หนึ่งนักเรียนหนึ่งมือถือ”
เจคอบส์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สายได้
ริเริ่มทดลองโครงการให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ได้ใช้มือถืออัจฉริยะเพื่อการเรียนการสอนในห้องเรียน และเขาพบว่าโทรศัพท์มือถือมีคุณค่ามากหลังจากที่
นักเรียนและอาจารย์ได้ทำงานร่วมกันหลังเลิกเรียนในภาคปกติแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนจะ ใช้มือถือเพื่อเข้าไปใช้บริการเครือข่ายสังคม เพื่อถามเรื่องการบ้าน และแก้โจทย์ปัญหาการบ้านด้วยกัน
ซึ่งเจคอบส์สรุปข้อสังเกตว่า ใช้มือถือเหนือกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ราคาถูกประเภท “หนึ่งนักเรียนหนึ่งคอมพิวเตอร์”
ทั้งนี้ เพราะมือถือใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือมากกว่าและเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องน้อยกว่ามาก ถ้าเป็นเทคโนโลยีไร้สายบรอดแบนด์ในอเมริกามือถือเหนือกว่า
อย่างไรก็ตาม คุณครูแจเน็ท แบส ซึ่งเป็นโฆษกของสหพันธ์ครูแห่งสหรัฐอเมริกาได้วิจารณ์ว่า เท่าที่ผ่านมา มือถือไม่ใช่เครื่องมือทางการศึกษาแต่จะทำให้เสียสมาธิในการเรียนมากกว่า เพราะมีทั้งเสียงสัญญาณการส่งข้อความ โทรศัพท์เข้า เครื่องสั่นไหว นอกจากนี้ครูแจเน็ท ยังได้กล่าวว่า เราห่วงเรื่องสุขภาพพลานามัยและความปลอดภัยของเด็กนักเรียน แต่ก็มีการเน้นเอาสื่อดิจิทัลมาใช้เพื่อช่วยการเรียนโดยเฉพาะเด็กที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำ ซึ่งมันเป็นภาระมากเกินไป
แต่ครูซูเซ็ทท์ ไกลเวอร์ ซึ่งสอนคณิตศาสตร์ก็ได้ทดสอบการเรียนการสอนในโรงเรียนที่รัฐนอร์ทแคโรไลนาได้กล่าวว่า นักเรียนที่เรียนพีชคณิตอยู่ในระดับเกณฑ์ เฉลี่ยปานกลางสามารถเข้าเรียนชั้นเรขาคณิตเกียรตินิยมได้เลย ทั้งนี้เพราะมือถืออัจฉริยะที่บริษัทควอลคอมม์ให้มาทดลองใช้
เด็ก ๆ ใช้มือถือสำหรับบันทึกวิดีโอของเพื่อน ๆ ที่ช่วยกันอธิบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโจทย์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้ เด็กนักเรียนมีความมั่นใจที่จะเสนอความ คิดเห็นและข้อมูล ครูไกลเวอร์ กล่าวเสริมอีกว่าโครงการนี้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก ๆ มาก ทีเดียว
อันที่จริงเรื่องการขายโทรศัพท์มือถือในชั้นเรียนให้นักเรียนไม่ใช่ง่ายนัก ซึ่ง เจคอบส์ก็ยังมีความพยายามอยู่
ตลาดของถูกแต่มีจำนวนมหาศาลทั่วทั้งโลกใคร ๆ ก็สนใจทั้งนั้น แต่จะเหมาะสมอย่างไรหรือไม่ จะทำอย่างไร คุณครูและท่านผู้อ่านลองช่วยพิจารณาดู ทีครับ.
รองศาสตรจารย์
ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
boonmark@rsu.ac.th
http://www.dailynews.co.th 7 มีนาคม 2552
นายปริญญา อธิบายอีกว่า ภัยจากการใช้เทคโนโลยี WEB2.0 และ Social Networking (Client Side Attack) ถือเป็นภัยอันดับต้นๆ ที่มีการการหลอกลวงผ่านทางการเข้าเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Hi5 หรือ Face Book นั้นกำลังเป็นที่นิยมไปยังหมู่แฮกเกอร์ ด้วยเทคนิคหลากหลายรูปแบบผสมผสานกัน เช่น การใช้ฟิชชิ่ง ร่วมกับ Social Engineering เช่น การหลอกให้ผู้ใช้หลงเข้าไป ล็อกอินในเว็บไซต์ปลอมที่ดูเหมือนเว็บไซต์ยอดนิยม ทำให้ผู้ใช้งานถูก ขโมย Username และ Password หรือ ความเป็นตัวตน (Identity Theft) โดยไม่รู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้นโปรแกรมประสงค์ร้าย เช่น โทรจันยังนิยมแพร่กระจาย ผ่านทางเว็บไซต์ Social Network ดังกล่าว
ReplyDeleteนายประมวล ธรรมวิจารณ์ รหัส 51210082