ให้นักศึกษาอ่านบทความและย่อให้มีความยาวไม่เกิน 1/2 หน้า....
ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
Web Site Credibility
สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.*
การประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่าย WWW เป็นไปอย่างแพร่หลายรวดเร็ว การประเมินหรือให้ความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีเกณฑ์ สำหรับผู้บริโภคข่าวสารว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อสารสนเทศเหล่านี้มากน้อยเพียงใด
จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่ ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ จึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบเว็บไซต์ต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์
*คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
*นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภา
ที่มาของปัญหา
ท่านที่เคยท่องเว็บจะสังเกตพบว่า มีเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งนำเสนอสารสนเทศลักษณะด้อยคุณค่า หรือนำเสนอข้อความทำให้เกิดความเข้าใจผิด , หรือไม่นำเสนอสารสนเทศใด ๆ แต่มีชื่อ URL หรือเว็บไซต์เท่านั้น (Under Construction-หรือกำลังก่อสร้างทั้งปี1!!!) นักท่องเว็บจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของเว็บต่าง ๆ อันเป็นเหตุให้บรรดาผู้สร้างเว็บต้องสำรวจตรวจสอบตนเองว่า เว็บที่สร้างขึ้นมีความน่าเชื่อถือได้เพียงใด ในปัจจุบันการออกแบบเว็บไซต์มักใช้ศิลปะมากกว่าความเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่มีงานวิจัยใด ๆ ชี้ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
ความน่าเชื่อถือ (credibility) อาจนิยามได้ว่า หมายถึง ความเชื่อได้ (believability) ดังเช่น คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู (Perceired) ดังกล่าว อาจไม่มีอยู่ในบุคคล , วัตถุหรือสารสนเทศจริง ๆ ก็ได้
ดังนั้นการอภิปรายถึงคุณภาพของคอมพิวเตอร์ใด ๆ จึงจำเป็นต้องกล่าวถึงความน่าเชื่อถือได้จากการรับรู้ (Perception of credibility) เสมอ
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่นักท่องเว็บจะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื่อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา
เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัย จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
การแสดงที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพี่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก ที่สำคัญถ้ามีการลิงค์ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่การประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ซึ่งผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sign in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยชี้ว่า banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้ง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัดไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner และ pop-up บทความต้องมีอ้างอิง หรือผู้แต่งเสมอ
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิด ๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น Geocities, AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮ้งก์หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อหน่อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่น่านเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิกจำนวนมากบนโฮมเพจจริงไม่เป็นการถูกต้อง
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง
ผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasine Technologylab เป็นการสำรวจชาว Ango saxon ในอเมริกาและยุโรปไม่รวมชาวเอเชียอย่างเราท่านที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ขอเชิญนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์บ้านเรา
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

การบ้าน 2 มีนาคม 2552
ReplyDeleteสรุป ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
ความน่าเชื่อถือ (credibility) อาจนิยามได้ว่า หมายถึง ความเชื่อได้ (believability) ความน่าเชื่อถือมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ (Perceired) ดังกล่าว อาจไม่มีอยู่ในบุคคล , วัตถุหรือสารสนเทศจริง ๆ ก็ได้
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่นักท่องเว็บจะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื่อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา
เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
สรุปได้ว่า ;
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัย จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
การแสดงที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพี่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก ที่สำคัญถ้ามีการลิงค์ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่การประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ซึ่งผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sign in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยชี้ว่า banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้ง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัดไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner และ pop-up บทความต้องมีอ้างอิง หรือผู้แต่งเสมอ
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิด ๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น Geocities, AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮ้งก์หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อลดลง เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่น่านเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิกจำนวนมากบนโฮมเพจจริงไม่เป็นการถูกต้อง
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
นางพรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080
สรุปความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteการประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่าย WWW เป็นไปอย่างแพร่หลายรวดเร็ว การให้ความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีเกณฑ์ สำหรับผู้บริโภคข่าวสารว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อสารสนเทศเหล่านี้มากน้อยเพียงใด จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab พบว่ามีปัจจัยที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ได้แก่
1. รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use)
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง ได้แก่
1. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
2. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
เราสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ มีการอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความ ความสำคัญของสาระนั้น ๆ
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไป เว้นวรรคผิดที่ เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
นางมะลิวรรณ บุญนะฤธี
รหัสนักศึกษา 51210073
ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteจากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่ม
ตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ จึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบเว็บไซต์ต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ ท่านที่เคยท่องเว็บจะสังเกตพบว่า มีเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งนำเสนอสารสนเทศลักษณะด้อยคุณค่า หรือนำเสนอข้อความทำให้เกิดความเข้าใจผิด , หรือไม่นำเสนอสารสนเทศใด ๆ แต่มีชื่อ URL หรือเว็บไซต์เท่านั้น (Under Construction-หรือกำลังก่อสร้างทั้งปี1!!!) นักท่องเว็บจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของเว็บต่าง ๆ อันเป็นเหตุให้บรรดาผู้สร้างเว็บต้องสำรวจตรวจสอบตนเองว่า เว็บที่สร้างขึ้นมีความน่าเชื่อถือได้เพียงใด
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ ฯลฯ
อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ
นางสุนันทา ไม้จีน รหัสประจำตัว 51210070
สมโชค คำแพง รหัส 51210077
ReplyDeleteนักวิจัยสร้าง HIV สายพันธุ์ที่ติดในลิง
นักวิจัยได้สร้างไวรัสที่ก่อให้เกิดภาวะ AIDS ในมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่มีความสามารถติดต่อและขยายพันธุ์ในลิงได้เพื่อนำมาใช้ในการทดสอบวัคซีนในลิงในอนาคตก่อนที่จะใช้ในมนุษย์ต่อไป สายพันธุ์ของไวรัส HIV หรือ human immunodeficiency virus นี้ได้ถูกพัฒนาโดยการเปลี่ยนแปลงยีนหนึ่งยีนในไวรัสของมนุษย์เพื่อทำให้สามารถติดต่อในลิงที่มีชื่อว่า pig-tailed macaque
ไวรัสที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมแล้วได้ถูกฉีดเข้าไปยังลิงนี้แลัวเกิดการแบ่งตัวเท่า ๆ กับที่เกิดในมนุษย์ แต่สัตว์นั้นสามารถกดไวรัส ทำให้ไม่มีอาการป่วยได้ ไวรัสสายพันธุ์นี้มีชื่อว่า simian-tropic HIV-1 หรือ stHIV-1 นักวิจัยหวังว่าจะสามารถนำมาใช้ทดสอบยาต่อต้านเอดส์ใหม่ ๆ ที่มีความเป็นไปได้และวัคซีนต่าง ๆ ก่อนที่จะถูกใช้ในมนุษย์
บริษัทของเล่นญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัวเครื่องร้องคาราโอเกะขนาดเล็กที่สุดในโลกในปีนี้ โดยมีขนาดกะทัดรัดเพียง 7 ซม. เพื่อให้เด็กๆ ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นซูเปอร์สตาร์เพลงป๊อบได้ฝึกซ้อมร้องเพลงเอง
ReplyDeleteเครื่องร้องคาราโอะรุ่นนี้ ประกอบไปด้วยชุดหูฟังและไมโครโฟน ซึ่งผู้ร้องจะได้ยินเสียงเพลงโดยไม่รบกวนผู้อื่น นอกจากนี้ ยังสามารถเสียบชุดหูฟังได้อีกชุด หรือจะเลือกเปิดลำโพงให้เสียงดังก็ได้ เหมาะสำหรับกลุ่มนักเรียนหญิง ที่คลั่งไคล้นักร้องเพลงป๊อป
บริษัทโทมี่ ระบุว่า จะเริ่มวางจำหน่ายเครื่องร้องคาราโอเกะจิ๋วในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป โดยหวังดึงดูดกลุ่มลูกค้ารุ่นเยาว์ที่ไม่สามารถเข้าใช้บริการร้านคาราโอเกะที่มีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่นได้ ส่วนราคาอยู่ที่ 10,000 เยน (ราว 3,200 บาท) แต่ลูกค้าจะต้องซื้อกล่องบรรจุข้อมูลราคา 2,000 เยน (ราว 620 บาท) ที่บรรจุเพลงไว้ 10 เพลง และสามารถดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตเพิ่มได้อีก
คาราโอเกะกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับแต่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 2514 โดยนายไดซูเกะ อิโนอุเอะ นักคีย์บอร์ด ที่คิดหาดนตรีให้กับลูกค้าที่ต้องการร้องเพลงระหว่างเดินทางไปกับบริษัท และในปัจจุบันก็มีกระแสความนิยมใหม่ในญี่ปุ่นที่เรียกว่า “ฮิโตะคารา” หมายความว่า การออกไปร้องคาราโอเกะตามลำพัง.
http://technology.impaqmsn.com/article.asp?id=7314&art=product
นางสุนันทา ไม้จีน รหัสประจำตัว 51210070
ย่อบทความเรื่องความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ (Web Site Credibility) ของ รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.* ความว่า “ผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasive Technology lab ของมหาวิทยาลัย Stanford ในการประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ คือ
ReplyDelete1. รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use) เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดไม่นานเกินไป การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring) มีการเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย บทความต้องมีอ้างอิง
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
1. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)เช่น มีการโฆษณามาก มีการนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจ
2. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)คือทำงานมีข้อผิดพลาด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ
เราสามารถนำผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasive Technology lab มาปรับใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์บ้านเรา
นายอุทัย สังข์วงษ์ รหัสนักศึกษา 51210084
New card Homework 7
ReplyDeleteม.มหิดลเจ๋ง วิจัย-พัฒนา'ไอพีจี'สำเร็จ
"ม.มหิดล"สุดเจ๋ง!วิจัยและพัฒนาเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าชนิดฝังลงในร่างกาย หรือ ไอพีจีสำเร็จ เป็นอีกทางเลือกของการบรรเทาโรคของผู้ป่วย ช่วยคนหูหนวกให้ได้ยิน บรรเทาอาการสั่นของโรคพาร์คินสัน โรคลมชัก อาการเจ็บปวดเรื้อรัง การควบคุมร่างกายของผู้ป่วยอัมพาต ราคาถูกกว่าต่างประเทศหลายเท่าตัว พร้อมทดสอบกับผู้ป่วยที่สนใจในปี 2553
ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณนที รักษ์พลเมือง สำนักงานอธิการบดี มหา วิทยาลัยมหิดล ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นคร ปฐม เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 มี.ค. ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหา วิทยาลัยมหิดล ดร.เซง เลิศมโนรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าชนิดฝังลงในร่างกาย (IMPLANTABLE PULSE GENENATOR หรือ IPG) ร่วมแถลงผลงานการวิจัยและพัฒนา เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าชนิดฝังลงในร่างกาย เพื่อช่วยกระตุ้นระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งของการบรรเทาโรคที่ดีที่สุดสำหรับโรคที่ ยังไม่มียารักษา และเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อขับปัสสาวะ สำหรับผู้ป่วยอัมพาต ซึ่งได้รับรางวัล “Neural Engineering Excellence Award, the 2nd International IEEE Engineering in Medicine and Biology Society Conference on Neural Engineering, Arlington, USA เมื่อปี พ.ศ. 2548”
ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า หลักการคือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าแบบฝังลงในร่างกาย ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อในจุดที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ เช่น ช่วยคนหูหนวกให้ได้ยิน โดยการกระตุ้น COCHLEAR การบรรเทาอาการสั่นของโรคพาร์คินสัน โดยการกระตุ้นสมอง การบรรเทาอาการโรคลมชัก โดยการกระตุ้นเส้นประสาท VAGUS การกระตุ้นไขสันหลังเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดเรื้อรัง การควบคุมร่างกายของผู้ป่วยอัมพาต เช่น การยืน การเดิน การหายใจ การขับปัสสาวะ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของ 6 คณะ คือ คณะวิศว กรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ คณะกายภาพบำบัด คณะแพทย์ศาสตร์รพ.รามาธิบดี และศิริราชพยาบาล เครื่อง IPG นี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาจากเครื่องกระตุ้นของต่างประเทศ แต่ดีกว่าที่ไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนถ่านทุกปี ที่สำคัญราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว และพร้อมที่จะทดสอบกับผู้ป่วยที่สนใจในปี 2553 ภายใต้การดูแลของคณาจารย์จากคณะแพทย์ศาสตร์ทั้งจากรามาธิบดีและศิริราช
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวต่อว่า นอกจากเครื่อง IPG แล้ว คณะวิศว กรรมศาสตร์และกายภาพบำบัด ยังได้พัฒนาเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า สำหรับช่วยบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีความพิการหลงเหลืออยู่ ได้แก่ อัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้อลีบ ฝ่อ และเกร็ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วย ไฟฟ้า จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกายได้ หากได้รับการกระตุ้นกล้ามเนื้อแต่เนิ่น ๆ ที่สำคัญคือมีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาไปได้ทุกสถานที่ ราคาถูกกว่า ของต่างประเทศกว่า 300% ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองใช้ที่คณะกายภาพบำบัดมหา วิทยาลัยมหิดล และ รพ.ศิริราช ภายในสิ้นปีนี้จะได้ผลิตและมอบให้กับ รพ.ของรัฐได้นำไปทดลองใช้และคาดว่าอนาคตผู้ป่วยอาจจะสามารถ มีเครื่อง ไว้ใช้ในบ้านตัวเอง.
สืบค้นจาก http://www.dailynews.co.th วันที่สืบค้น 3 มีนาคม 2552
เขียนโดย Uthai ที่ 6:21 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น
ย่อบทความเรื่องความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ (Web Site Credibility) ของ รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.* ความว่า “ผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasive Technology lab ของมหาวิทยาลัย Stanford ในการประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ คือ จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ใช้งานง่าย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดไม่นานเกินไป การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน มีความเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม และมีความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง มีการเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย บทความต้องมีอ้างอิง และปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ มีลักษณะเพื่อการค้า เช่น มีการโฆษณามาก มีการนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจ และมีความเป็นมือสมัครเล่น คือทำงานมีข้อผิดพลาด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ
ReplyDeleteเราสามารถนำผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasive Technology lab มาปรับใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์บ้านเรา
นางดัสสนี สังข์วงษ์ รหัสนักศึกษา 51210075
New card Homework 7
ReplyDeleteประดิษฐ์ทีวีประจำตัวใช้ติดกับคอนแทคเลนส์ที่ใส่อยู่แล้ว
นักคาดการณ์อนาคตกล่าวทำนายว่า จะมีการประดิษฐ์ โทรทัศน์ติดกับคอนแทคเลนส์ ขึ้นภายใน 10 ปีนี้ โดยที่จะใช้พลังงานที่สร้างขึ้นจากไอตัวของผู้ชมเองด้วย
นายเอียน เพียร์สัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ทางคาดการณ์อนาคต และทำงานเป็นที่ปรึกษาให้ความคิดในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับบริษัทในอังกฤษหลายแห่ง กล่าวว่า “ตื่นเช้าขึ้นมาก็เพียงแต่คว้ามันมาใส่เข้าที่ลูกตา และก็ชมโทรทัศน์ไปได้ทั้งวัน” เวลาจะเปลี่ยนช่องก็เพียงแต่สั่งเอา หรือไม่ก็ทำมือเท่านั้น
ตามข่าวของหนังสือพิมพ์รายวัน “เดอะ เทเลกราฟ”กล่าวต่อไปว่า ความคิดนี้ แม้จะฟังดูยังค่อนข้างไกลจากความจริง สักหน่อย แต่ก็มีพื้นฐานอยู่ในเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่หลายอย่างอยู่แล้ว อย่างเช่น แว่นตา ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นโรงมหรสพประจำตัวได้.
ที่มา http://www.thairath.co.th วันที่สืบค้น 15 ก.พ. 2552
นางสาวนภาพร ปินตารักษ์ รหัส 51210071
ReplyDeleteเรื่อง ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
จากผลสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ได้แก่ 1 รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง 2.ใช้งานง่าย 3.เป็นผู้ชำนาญการ 4.ความไว้เนื้อเชื่อใจ5.เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม ส่วนปัจจัยื้ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ 1.มีลักษณะเพื่อการค้า 2.ความเป็นมือสมัครเล่น ปัจจัยเหล่านี้มีผลทั้งทางบวกและทางลบ และสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร 2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย 3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ 4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ ความซื่อสัตย์ ไม่ลำเอียง 5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน 6.หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น 7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ 2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณา 3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม 4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮ้งก์หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อน้อย
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง
นางสาวคำเพียง ยงจันทึก รหัส 51210091
ReplyDeleteความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
การประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่าย WWW เป็นไปอย่างแพร่หลายรวดเร็ว การประเมินหรือให้ความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีเกณฑ์ จากการสำรวจองมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือได้แก่ ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง
ข. ใช้งานง่าย ค. เป็นผู้ชำนาญการ ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า ช. ความเป็นมือสมัครเล่น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ จึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบเว็บไซต์ต่อไป
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
ความน่าเชื่อถือ อาจนิยามได้ว่า หมายถึง ความเชื่อได้ ดังเช่น คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัย จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้ 1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร 2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ 4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน 6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณา 7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ 4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงได้ 5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง ผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasine Technologylab เป็นการสำรวจชาว Ango saxon ในอเมริกาและยุโรปไม่รวมชาวเอเชียอย่างเราท่านที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ขอเชิญนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์บ้านเรา
ย่อบทความ ของ รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.* เรื่อง ความน่าเชื่อถือของเว็บไซค์ (Web Site Credibility)
ReplyDeleteความน่าเชื่อถือ (credibility) อาจนิยามได้ว่า หมายถึง ความเชื่อได้ (believability) ดังเช่น คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู (Perceired) ดังกล่าว อาจไม่มีอยู่ในบุคคล , วัตถุหรือสารสนเทศจริง ๆ ก็ได้
ดังนั้นการอภิปรายถึงคุณภาพของคอมพิวเตอร์ใด ๆ จึงจำเป็นต้องกล่าวถึงความน่าเชื่อถือได้จากการรับรู้ (Perception of credibility) เสมอ
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่นักท่องเว็บจะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื่อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา
เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัย จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้ง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัดไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner และ pop-up บทความต้องมีอ้างอิง หรือผู้แต่งเสมอ
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิด ๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น Geocities, AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮ้งก์หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อหน่อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่น่านเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิกจำนวนมากบนโฮมเพจจริงไม่เป็นการถูกต้อง
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง
ผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasine Technologylab เป็นการสำรวจชาว Ango saxon ในอเมริกาและยุโรปไม่รวมชาวเอเชียอย่างเราท่านที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ขอเชิญนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์บ้านเรา
นางสาวศุภมาส เนติชัย รหัสนักศึกษา 51210088
New card Homework 7
ReplyDeleteสืบพบ รูโหว่ใน "อโดบีรีดเดอร์-อโครแบท "ถูกโจมตีตั้งแต่ต้นปี
หลังจากที่บริษัทแอนตี้ไวรัสอย่างไซแมนเทคออกมาประกาศว่าซอฟต์แวร์อโดบีอโครแบทและอโดบีรีดเดอร์ (Adobe Acrobat และ Adobe Reader) มีข้อบกพร่องร้ายแรงที่อาจทำให้ระบบถูกโจมตีได้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทแอนตี้ไวรัสนามซอร์สไฟร์ (Sourcefire) ระบุว่าข้อบกพร่องนี้ถูกโจมตีมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม คิดเป็นเวลานานกว่า 6 สัปดาห์แล้ว
อโครแบทและรีดเดอร์นั้นเป็นซอฟต์แวร์สำหรับอ่านไฟล์นามสกุล PDF ของอโดบี โดยข้อบกพร่องในซอฟต์แวร์นี้ถูกรายงานต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และถูกเตือนภัยว่ามีความเสี่ยงสูงและคาดว่าอโดบีจะไม่สามารถออกชุดแพ็ตช์แก้ไขข้อบกพร่องได้อีกหลายสัปดาห์นับจากนี้
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ไซแมนเทคได้รายงานข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นแก่อโดบีเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จุดนี้บริษัทแอนตี้ไวรัสน้องใหม่อย่างซอร์สไฟร์ออกมาให้ข้อมูลว่า บริษัทสามารถตรวจพบการจู่โจมซึ่งใช้ข้อบกพร่องนี้มานานกว่า 6 สัปดาห์แล้ว โดยการจู่โจมระบบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม
ขณะนี้ ภัยจู่โจมจากข้อบกพร่องนี้ยังมีจำนวนไม่มากนัก โดยไซแมนเทคพบว่า ข้อบกพร่องนี้ถูกจู่โจมไปราว 100 ครั้งเท่านั้น แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงที่กระจายตัวในวงกว้าง เนื่องจากข้อบกพร่องนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแมคอินทอชและวินโดวส์
ผู้ใช้อโครแบทและรีดเดอร์เวอร์ชัน 9 และ 8.x ทุกคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น อโดบีระบุว่าจะพยายามออกชุดแพชต์สำหรับอโครแบทและรีดเดอร์ 9 ภายในวันที่ 11 มีนาคมนี้ จากนั้นจึงจะถึงคิวชุดอัปเดทเวอร์ชัน 8 และ 7 ตามลำดับ
ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2552 16:19 น.
นางพรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080
ซดชา 3 ถ้วยช่วยต้านมะเร็ง ป้องกันโรคเนื้อร้ายของรังไข่สตรีได้
ReplyDeleteนักวิทยาศาสตร์ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน ได้นำรายงานการศึกษาทั่วโลกด้วยกันรวม 10 เรื่องมาวิเคราะห์ และทำให้รู้ว่า การดื่มชาสามารถจะลดความดันโลหิตลงได้ เพราะมีสารคาเทชินที่มี คุณสมบัติเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ เพียงแต่ดื่มชาประจำวันละ 3 ถ้วย จะช่วยลดความเสี่ยงที่เส้น เลือดสมองตันได้ถึงร้อยละ 21
ดร.จูลี่ เรน ผู้กำกับและควบคุมด้านการแพทย์ เปิดเผยว่า “ความวิเศษของชาอยู่ที่การมีสัดส่วนของสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ต่อน้ำหนักสูงมาก แม้เพียงชาถ้วยเล็กๆถ้วยเดียว ก็มีสัดส่วนของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งบำรุงสุขภาพอยู่สูงจริงๆ”
วารสารวิชาการ “โรคมะเร็งของสตรี” ราย งานว่า “การดื่มชาวันละแค่ 2 ถ้วย จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเป็นมะเร็งรังไข่ลงได้ถึง 1 ใน 3”
อย่างไรก็ดี รายงานกล่าวว่า การดื่มมากน้อยเท่าไรยังไม่สู้สำคัญเท่ากับการชงชาให้เป็น อย่างน้อยต้องให้นานไม่ต่ำกว่า 3 นาที เพื่อให้มันได้คาย สารต่อต้านอนุมูลอิสระออกมาได้ปริมาณมากที่สุด.
นางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086
ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=126236
จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ReplyDeleteก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ โดยได้ข้อสรุปงานวิจัยดังนี้
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัย จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
การแสดงที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพี่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก ที่สำคัญถ้ามีการลิงค์ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่การประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ซึ่งผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sign in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยชี้ว่า banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
นางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
สหรัฐ 7 มี.ค. - กล้องโทรทัศน์อวกาศเคปเลอร์ ทะยานเข้าสู่วงโคจรในห้วงอวกาศแล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจหาดาวดวงอื่นในจักรวาล ที่มีลักษณะคล้ายโลก
ReplyDeleteกล้องโทรทัศน์อวกาศเคปเลอร์ ขององค์การบริการอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซ่า แยกตัวออกจากจรวดเดลต้า ทู เข้าสู่วงโคจรแล้ว หลังทะยานขึ้น จากแหลมคาเนเวอรัล รัฐฟลอริดา ได้ 62 นาที ที่ระดับความสูงกว่า 721 กิโลเมตร จากพื้นโลก กล้องโทรทัศน์อวกาศเคปเลอร์ ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 21,000 ล้านบาท ตัวนี้ ถือเป็นปฏิบัติการครั้งแรกของนาซ่าที่สำรวจหาดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโลกทั้งในแง่ของระยะห่างจากดวงอาทิตย์ และอุณหภูมิที่เอื้อต่อการคงอยู่ของน้ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยกล้องตัวนี้จะทำหน้าที่สำรวจดาวกว่า 1 แสนดวง ในกลุ่มทางช้างเผือก นาน 3 ปีครึ่ง. -สำนักข่าวไทย
ที่มา : http://news.mcot.net/technology/inside.php?value=bmlkPTI3MTQ4Jm50eXBlPWNsaXA=
นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078
สรุปย่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteการประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่าย WWW เป็นไปอย่างแพร่หลายรวดเร็ว การประเมินหรือให้ความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์จำเป็นต้องมีเกณฑ์ สำหรับผู้บริโภคข่าวสารว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อสารสนเทศเหล่านี้มากน้อยเพียงใด และจากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab แห่งมหาวิทยาลัย Stanford พบว่า มีปัจจัยที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง ดังนี้
ปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น
1.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use)
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง คือ
1. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
2. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ ได้กล่าวถึง ที่มาของปัญหา พบว่า มีเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งนำเสนอสารสนเทศลักษณะด้อยคุณค่า หรือนำเสนอข้อความทำให้เกิดความเข้าใจผิด , หรือไม่นำเสนอสารสนเทศใด ๆ แต่มีชื่อ URL หรือเว็บไซต์เท่านั้น นักท่องเว็บจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของเว็บต่าง ๆ ว่า เว็บที่สร้างขึ้นมีความน่าเชื่อถือได้เพียงใด ซึ่งในปัจจุบันการออกแบบเว็บไซต์มักใช้ศิลปะมากกว่าความเป็นวิทยาศาสตร์ และความน่าเชื่อถือ (credibility) หมายถึง ความเชื่อได้ (believability) มีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ (Perceired)
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ โดยมี ปัจจัยสำคัญ ๆ ได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ ฯลฯ
จากผลการวิจัยสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
และจากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
ดักจับดีเอ็นเอด้วยลำแสงนาโน เทคนิคใหม่ทำไบโอเซนเซอร์ความไวสูง
ReplyDeleteนักวิจัยพัฒนาอุปกรณ์ที่ทำให้ได้ลำแสงขนาดนาโน เมื่อส่องผ่านไปในสารละลายดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโนไหลอยู่ จะช่วยดูดอนุภาคเหล่านั้นเข้ามาอยู่ภายในลำแสงได้ ซึ่งอาจประยุกต์ใช้ในการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ความไหวสูง หรืออุปกรณ์ที่ช่วยจัดการกับอนุภาคนาโนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นักวิจัยมะกัน พัฒนาท่อนำแสง ทำแสงให้มีขนาดนาโน ช่วยดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในของไหลได้ดี พร้อมนำส่งไปยังทิศทางที่ต้องการได้สะดวก อนาคตเห็นทางทำไบโอเซนเซอร์ตรวจโรคแม่นยำสูง
ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) สหรัฐฯ ค้นพบวิธีดักจับดีเอ็นเอและอนุภาคนาโนในสารละลายไหล โดยใช้ลำแสงขนาดนาโน ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารเนเจอร์ (Nature) ตามที่ระบุในไซน์เดลี โดยนักวิจัยหวังว่าเทคนิคดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาเป็นไบโอเซนเซอร์ความแม่นยำสูง หรือประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกและนำส่งอนุภาคนาโน
วิลเลียม ชูลทส์ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐฯ (National Science Foundation: NSF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการวิจัยนี้ระบุว่า งานวิจัยดังกล่าวสามารถต่อยอดนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในงานด้านวิศวกรรมในการจัดการกับวัตถุระดับโมเลกุลและอะตอม โดยเฉพาะวัตถุที่บรรจุอยู่ในของเหลว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการใช้ประโยชน์จากแสงในการจัดการกับเซลล์และวัตถุขนาดนาโนอยู่แล้ว ทว่าเทคนิคใหม่ที่ว่านี้นี้ช่วยให้นักวิจัยทำงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและยาวนานขึ้น
ด้าน เดวิด อีริคสัน (David Erickson) วิศวกร คอร์เนล กล่าวว่า เรามองแสงเป็นชุดของอนุภาคที่ไม่มีมวลโดยเรียกว่าโฟตอน (photon) ซึ่งพวกเขาได้ทดลองหาวิธีรวมอนุภาคโฟตอนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในพื้นที่ขนาดเล็กมาก แล้วทำให้ส่องผ่านไปตามท่อนำคลื่น (waveguide) ชนิดพิเศษ ซึ่งคล้ายกับเส้นใยแก้วนำแสงขนาดนาโน เมื่อชิ้นส่วนของวัตถุใด ซึ่งอาจจะเป็นดีเอ็นเอ หรืออนุภาคนาโน ลอยเข้ามาใกล้กับลำแสงโฟตอนดังกล่าว จะถูกดูดเข้ามาข้างในและไหลไปตามลำแสง
ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้พัฒนาท่อนำคลื่นเพื่อทำให้แสงกลายเป็นลำแสงขนาดเล็ก และพัฒนาต่อไปเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในกับดักจับดีเอ็นเอ หรือวัตถุอื่นที่มีขนาดเล็กในระดับนาโนเมตรที่ไหลอยู่ในของเหลวได้ดียิ่งขึ้น โดยท่อเล็กๆ แต่ละท่อที่อยู่ภายในท่อนำคลื่นนั้นมีความกว้างเพียง 60-120 นาโนเมตร เท่านั้น ซึ่งบางกว่าความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์อินฟราเรดที่มีขนาด 1,500 นาโนเมตร ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยขจัดข้อจำกัดที่มีอยู่เดิมอันเกิดจากการกระจายของลำแสงเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง และท่อขนาดนาโนภายในท่อนำแสงดังกล่าวยังช่วยให้ใช้แสงในการดักจับหรือขนส่งวัตถุนาโนได้ดียิ่งขึ้นด้วย
นักวิจัยทดลองโดยนำสารละลายที่มีดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโน มาชะให้ไหลผ่านไปตามท่อนำแสงที่มีช่องแสงผ่านขนาดไมโครเมตร ด้วยความเร็ว 80 ไมโครเมตรต่อวินาที ผลปรากฏว่าระบบดังกล่าวสามารถดักจับดีเอ็นเอหรืออนุภาคนาโนเข้ามาภายในลำแสงได้ไม่ถึง 1 ใน 4 ส่วนของอนุภาคทั้งหมด ทว่าเมื่อทดลองใช้ท่อนำแสงที่มีช่องแสงขนาดเล็กลง อัตราการไหลช้าลง และลำแสงมีพลังงานสูงกว่า ปริมาณอนุภาคที่ดักจับได้ก็มีอัตราเพิ่มขึ้น
"สิ่งที่เรากำลังหวังจะทำในตอนนี้ คือทำความเข้าใจกับหลักการทางฟิสิกส์ให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้เห็นอะไรก็ตาม ที่อาจเป็นไปได้เข้าใกล้ความเป็นจริงยิ่งขึ้น ครั้งท้ายสุดเรานึกถึงการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านแสงที่มีความรวดเร็ว ฉับไว และประสิทธิภาพสูง สำหรับใช้ในการสื่อสารและงานอื่นๆ ในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และมีการประยุกต์นำไปใช้ทางด้านระบบนาโน ซึ่งความหวังในอนาคตของเราคือสามารถขนส่งผ่านแต่ละสายของดีเอ็นเอได้คล้ายกับการขนส่งผ่านแสงที่ทำได้แล้วในปัจจุบัน" อีริคสัน กล่าว
อีกทั้งในอนาคตอาจมีการนำเทคโนโลยีในไปใช้ในการดักจับ หรือนำส่งดีเอ็นเอหรืออนุภาคอื่นให้ไปยังทิศทางและเป้าหมายที่ถูกต้องได้ อาทิ ใชัในการพัฒนาเซนเซอร์ตรวจวินิจฉัยต่างๆ หรือสำหรับรวบรวมอนุภาคที่มีโครงสร้างตามที่ต้องการ.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003841
สรุปบทความ เรื่อง ความน่าเชิ่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteผลการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น คือ รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel) ใช้งานง่าย (ease of use) เป็นผู้ชำนาญการ (expertise) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring) ส่วนปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ
มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications) ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ซึ่งผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sign in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยชี้ว่า banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078
New card Homework 7
ReplyDeleteศาสตราจารย์วิชาเคมีของมหาวิทยาลัย อาจารย์ ราม อัดหาร์ สิงห์ กล่าวแจ้งว่า เราสังเกตพบในการวิจัยว่า ถุงพลาสติกจะช่วยสร้างความคงทนให้กับถนนได้อย่างมหาศาล โดยกำลังจะไปขอจดสิทธิบัตรไว้อยู่
“ในการวิจัย เรานำเอาถุงพลาสติกคลุกกับน้ำมันดินแล้วไปทำให้ร้อนด้วยเครื่อง แล้วจึงนำไปผสมกับเศษหินและวัสดุอื่น สำหรับการสร้างถนน ปรากฏว่าได้ผลดี
เท่าที่เคยก่อสร้างกันมา ถนนที่สร้างด้วยน้ำมันดินและหินจะทรุดลงเร็วเมื่อโดนน้ำเข้าไปขัง เนื่องจากน้ำมันดินเป็นอินทรีย์สาร ไม่อาจจะเข้ากับหินซึ่งเป็นอนินทรีย์สารได้ดี พอถูกน้ำขังก็จะแตกร้าวและเกิดเป็นหลุมเป็นบ่อ
อาจารย์สิงห์อธิบายว่า “เมื่อถุงพลาสติกอันเป็นอินทรีย์สารตามธรรมชาติโดนความร้อน ก็จะกลายเป็นชั้นเคลือบหินเอาไว้ หินซึ่งเป็นอนินทรีย์สาร เมื่อถูกอินทรีย์สารหุ้มห่อเอาไว้ ก็จะคลุกกับน้ำมันดินเข้ากันได้ดี”
นักวิจัยช่วยอธิบายวิธีการเสริมว่า การนำเอาถุงพลาสติก น้ำมันดินกับเศษหินมาคลุกเข้าด้วยกันนั้น จะต้องมีสัดส่วนเฉพาะ และเมื่อไปทำให้มันร้อนอุณหภูมิสูงระหว่าง 120-130 องศาเซลเซียส ถุงพลาสติกบางๆก็จะก่อตัวเป็นชั้นเหนือเศษหิน และจะป้องกันถนนไม่ให้น้ำซึมลงไป ไม่ทำให้เกิดเป็นร่องให้น้ำลงไปขังได้.
http://www.thairath.co.th/content_technology.html
นางมะลิวรรณ บุญนะฤธี
รหัสนักศึกษา 51210073
ย่อบทความความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ Web Site Credibility สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.
ReplyDeleteจากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford พบปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ความน่าเชื่อถือ (credibility) สารสนเทศ คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ (Perceired)
ผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
รหัสนักศึกษา 51210085
ระบบควบคุมอัตโนมัติและหุ่นยนต์คอมพิวเตอร์
ReplyDeleteเนื่องจากชิปที่เป็นไมโครโพรเซสเซอร์เป็นชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็ก ปัจจุบันสามารถผลิตไมโครโพรเซสเซอร์ได้จำนวนมากและราคาถูก จึงมีผู้นำไปใช้เป็นอุปกรณ์ควบคุมให้ทำงานอัตโนมัติ เครื่องใช้ในบ้านที่มีไมโครโพรเซสเซอร์เป็นส่วนประกอบ เช่น เครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ
เครื่องซักผ้าก็ล้วนแล้วแต่ทำงานแบบอัตโนมัติได้ แม้แต่ โทรทัศน์ เครื่องเสียง ก็ใช้ระบบควบคุมระยะไกลมีการตั้งโปรแกรมการทำงานแบบต่างๆ
การใช้งานไมโครโพรเซสเซอร์ครอบคลุมไปทุกเรื่อง ทั้งในลิฟต์ รถยนต์ ก็ใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติ จนในปัจจุบันมีการสร้างอาคารอัจฉริยะ กล่าวคือใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมอาคารเพื่อให้ประหยัดพลังงาน ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยให้กับผู้อยู่ในอาคาร ทั้งการป้องกันการโจรกรรม และอัคคีภัย
ระบบอัตโนมัติจะเข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้น
รหัสนักศึกษา 51210085
"รถไร้คนขับ"ใช้งานจริงปี2030
ReplyDeleteถัดมาในเดือนที่สองของปี ทั้งโลกก็พบกับความตื่นเต้นที่ความฝันของมนุษย์จะกลายเป็นความจริง เมื่อนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯเผยถึงการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ ลักษณะเด่นคือรถกึ่งหุ่นยนต์ที่สามารถเข้าใจและตอบสนองสภาพแวดล้อมโดยรวมขณะขับเคลื่อนได้
แนวทางการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯกำลังให้ความสำคัญในขณะนี้นั้นไม่ใช่การพัฒนารถยนต์ที่หุ่นยนต์สามารถขับรถได้ตามลำพังเท่านั้น แต่จะต้องเป็นรถยนต์ที่สามารถทำงานบนสภาพแวดล้อมของเมืองที่จำลองขึ้นได้อย่างราบรื่น ระบบจะต้องสามารถจำแนกหรือวิเคราะห์รถคันอื่นได้ ต้องเข้าใจว่ารถกำลังวิ่ง และต้องรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อรถคันอื่นแล่นใกล้เข้ามา
เชื่อว่ารถดังกล่าวจะมีการใช้งานจริงบนถนนภายในปี 2030 สำหรับการนำไปใช้ด้านการทหารคาดว่าจะเริ่มได้ภายในปี 2015
ข่าวจาก
http://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=1544
นางปาณิสรา เกิดมรกต รหัสประจำตัว 51210079
สรุปความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteจากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
1. รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use)
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง ได้แก่
1. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
2. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
เราสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ มีการอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความ ความสำคัญของสาระนั้น ๆ
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไป เว้นวรรคผิดที่ เป็นต้น
นางปาณิสรา เกิดมรกต รหัสนักศึกษา 51210079
จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้ง 7 ประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น
ReplyDeleteก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ ได้แก่
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
สรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้
ผลสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย
2. ปกป้องความดีงามของสาระ
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ ดังนั้นการใส่กราฟฟิกจำนวนมากบนโฮมเพจจริงไม่เป็นการถูกต้อง
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ
http://credibility.stanford.edu/
นางสาวณัฐกุลจิรา สกุณา
รหัส 51210067
โน้ตบุ๊คน้ำหอมอัสซุสกลิ่นโดนใจ
ReplyDeleteผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศแนะนำ “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นฟลอรัล บลอสซัม (Floral Blossom) ความหอมจากดอกไม้ ตัวเครื่องสีชมพูหวานสดใส กลิ่นมัสกี้ แบลค (Musky Black) แนวสปอร์ต เปี่ยมพลัง พร้อมตัวเครื่องสีดำแวววาว กลิ่นมอร์นิ่ง ดิว (Morning Dew) เพิ่มความสดชื่นแบบธรรมชาติ ตัวเครื่องสีเขียวพาสเทล กลิ่นอควอ โอเชี่ยน (Aqua Ocean) เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า พร้อมตัวเครื่องสีฟ้าสดใส
รายงานข่าวแจ้งว่า อัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มาพร้อมกับพลังการประมวลผลของอินเทล Centrino2 Processors P8600 2.4 GHz หน่วยความจำ 3GB ฮาร์ดดิสก์ 250 GB ให้ความรวดเร็วในการทำงาน เล่นเกม เนื่องจากใช้กราฟฟิคการ์ด ATI Radeon HD3470 และงานแสดงด้านกราฟฟิค ระบบปฏิบัติการ Genuine Windows Vista Home Premium ของแท้ติดมากับเครื่อง ขนาดขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว นำหนักเพียง 1.98 กิโลกรัม พกพาได้สะดวก
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้ร่วมงานผ่านกล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ (Splendid) และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ (Power 4 Gear) อีกทั้งรองรับการเชื่อมต่อทั้งบลูทูธ และไวร์เลสแลน พบกับอัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลกได้ ตามร้านตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วไป ในราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 12:59 น.
http://www.bcoms.net/news/detail.asp?id=9266
นางสาวณัฐกุลจิรา สกุณา
รหัส 51210067
สรุปความน่าเชื่อถือของเว็บไชด์
ReplyDeleteความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
Web Site Credibility
สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.*
การประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่าย WWW เป็นไปอย่างแพร่หลายรวดเร็ว การประเมินหรือให้ความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีเกณฑ์ สำหรับผู้บริโภคข่าวสารว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อสารสนเทศเหล่านี้มากน้อยเพียงใด
และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ จึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบเว็บไซต์ต่อไป
และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง ได้แก่
1. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
2. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
เราสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ มีการอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความ ความสำคัญของสาระนั้น ๆ
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไป เว้นวรรคผิดที่ เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
นางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์
รหัสนักศึกษา 51210068
โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกที่ชาร์จไฟโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซัมซุงเผยโฉมครั้งแรกในงานโมบาย เวิลด์ สเปน
ReplyDeleteบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาโทรศัพท์มือถือรุ่น “บลูเอิร์ธ” ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบลูเอิร์ธ เป็นโทรศัพท์จอสัมผัสเต็มรูปแบบ ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ มีแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์ ติดอยู่บริเวณฝาหลัง สามารถชาร์จไฟได้ตลอดเวลา ไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมด และชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกก็ใช้วัสดุรีไซเคิลที่เรียกว่า พีซีเอ็ม
โทรศัพท์มือถือบลูเอิร์ธ เป็นเครื่องแรกของโลกที่แบตเตอรี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ได้เปิดตัวให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสและทดลองใช้งานอย่างเป็นทางการภายในงานโมบาย เวิลด์ ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีโหมดประหยัดพลังงานผ่านฟังก์ชันที่เรียกว่า อีโค-โหมด จุดเด่นอีกด้านก็คือ อีโค-วอล์ก ซึ่งเป็นฟังก์ชันนับจำนวนก้าวที่เดินของเจ้าของเครื่อง แล้วคำนวณออกมาเป็นจำนวนต้นไม้ที่จะช่วยอนุรักษ์ไว้หากเราลดการใช้พลังงานจาก รถยนต์
แม้แต่กล่องบรรจุโทรศัพท์รุ่นนี้ก็ออกแบบให้เล็กและเบา ใช้กระดาษรีไซเคิล ประหยัดพลังงานระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานยุโรป
นายเจเค ชิน รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายโทรศัพท์มือถือซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ระบุว่า ซัมซุงบลูเอิร์ธ ถือเป็นพันธสัญญาของซัมซุง ที่มีต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคใช้งาน ได้จริง.
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2552
นางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์
รหัสนักศึกษา 51210068
วิจัยสารชีวภาพสะดุด เหตุจากประกาศคุม 13 พืชสมุนไพร
ReplyDeleteเขียนโดย admin
Thursday, 19 February 2009
กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 11:29 โดย : กานต์ดา บุญเถื่อน
งานวิจัยด้านสารสกัดหรือสารชีวภาพจากสมุนไพร ส่อแววสะดุดเหตุจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ขึ้นทะเบียน 13 พืชสมุนไพรเป็นวัตถุอันตราย
ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า โครงการนวัตกรรมดีไม่มีดอกเบี้ย อนุมัติวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จากวงเงินสินเชื่อ 27 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีให้แก่บริษัท วสันต์ โปรดักส์ จำกัด สำหรับต่อยอดโครงการวิจัยสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง ในการสร้างโรงงานผลิตสารสกัดสะเดาเชิงธุรกิจ กำลังการผลิต 27,000 ลิตร/ปี (100 ลิตร/วัน)
โครงการผลิตสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง จะเพิ่มทางเลือกในด้านปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ในการปรับเปลี่ยนจากเกษตรเคมีเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ คาดว่าสารสกัดจากสะเดาที่ได้จากโรงงานต้นแบบ จะทดแทนการนำเข้ายาปราบศัตรูพืชที่มูลค่าสูงถึง 1,900 ล้านบาทต่อปี
“แต่การประกาศขึ้นทะเบียนสมุนไพรไทย13 ชนิดเป็นวัตถุอันตราย เกรงว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างเช่น การลงทุนเกี่ยวกับสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดที่ขณะนี้ต้องหยุดชะงัก เพื่อรอความชัดเจนหรือการแก้ไขจากกระทรวงอุตสาหกรรม" ดร.ศุภชัย กล่าว
This comment has been removed by the author.
ReplyDeleteการประชาสัมพันธ์องค์กร จะน่าเชื่อถือหรือไม่นั้น จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford พบว่า มีปัจจัยช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ReplyDeleteก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ปัจจัยข้างต้นส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ โดยได้ข้อสรุปงานวิจัยดังนี้
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
การแสดงที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพี่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือ
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้รวดเร็วไม่เกิน 3 คลิ๊ก ที่สำคัญถ้ามีการลิงค์ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ อันแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ซึ่งผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sign in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยชี้ว่า banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
ศิริพร สิริเจริญทรัพย์
รหัส 51210090
หญิงเหม็นเหมือนหัวหอม ชายเหม็นเหมือนชีส
ReplyDeleteกลิ่นเหงื่อใต้รักแร้ของชายและหญิงแตกต่างกัน ดร.คริสเตียน สตาร์กเคนแมนน์ นักวิทยาศาสตร์จากบริษัท เฟอร์มินิช ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วิจัยงานชิ้นนี้เพื่อหายาระงับกลิ่นเหงื่อที่เหมาะกับแต่ละเพศ พบว่า ผู้หญิงมีกลิ่นเหงื่อใต้วงแขนคล้ายกลิ่นหัวหอมและเสาวรส ส่วนกลิ่นของผู้ชายคล้ายกับชีส
อาสาสมัครแบ่งเป็นชาย 24 คน หญิง 25 คน ทุกคนต้องอาบน้ำก่อนเข้าทดลอง ห้ามใช้ยาระงับกลิ่นกาย น้ำหอม เพราะอาจส่งผลต่อการทดลองได้ จากนั้นอาสาสมัครทั้งหมดต้องอยู่ในห้องเซาน่า หรือปั่นจักรยานออกกำลังกายเป็นเวลา 15 นาที
เมื่อนักวิทยาศาสตร์นำเหงื่อไปวิเคราะห์ พบว่า เหงื่อของผู้หญิงมีสารซัลเฟอร์เยอะมาก ซึ่งที่จริงแล้วซัลเฟอร์นี้ไม่มีกลิ่น แต่เมื่อซัลเฟอร์เข้าไปผสมกับแบคทีเรียที่อยู่ใต้รักแร้ ก็จะเกิดสาร "ธีออล" ที่มีกลิ่นคล้ายกับหัวหอมทันที ยิ่งซัลเฟอร์มากกลิ่นยิ่งแรง ในส่วนของอาสาสมัครชาย สารเคมีในเหงื่อแตกต่างออกไปจากหญิง คือชายมี "กรดไขมัน" ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีกลิ่นมากกว่าหญิง เมื่อกรดไขมันมาผสมกับแบคทีเรียใต้รักแร้ ก็จะเกิดกลิ่นคล้ายชีส ยิ่งกรดไขมันมาก กลิ่นใต้ลงแขนของชายยิ่งแรง
อย่างไรก็ตาม แม้กลิ่นของชายจะแรง แต่กลิ่นของหญิงเหม็นกว่า
แม้ ดร.สตาร์กเคนแมนน์ให้เหตุผลว่า งานวิจัยนี้มีขึ้นเพื่อยาระงับกลิ่นเหงื่อที่เหมาะกับแต่ละเพศ แต่ ดร.ทิม จาค็อบ จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ประเทศอังกฤษ มีความเห็นว่า ถ้าทำงานวิจัยแบบเดียวกันนี้ในประเทศอื่น อาจได้ผลไม่เหมือนกัน เพราะกลิ่นเหงื่อของชาวสวิส ไม่น่าจะเหมือนกับผู้ที่อยู่ต่างถิ่น ต่างภูมิภาค เพราะผู้คนในแต่ละถิ่นมีพฤติกรรมการกินไม่เหมือนกัน มีพันธุกรรมไม่เหมือนกัน ใส่เสื้อผ้าต่างกัน ฯลฯ
ที่มา ข่าวสด
Message
นาซาจะส่งยานดิสคัฟเวอรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ แหลมคานาเวอรัล 25 ก.พ.-องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) กำหนดส่งยานกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ หลังจากเลื่อนมา 4 ครั้ง เพราะปัญหาทางเทคนิค
ReplyDeleteนาซามีแผนส่งยานกระสวยอวกาศในปีนี้ 5 ครั้ง และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก การเลื่อนส่งก่อนหน้านี้เนื่องจากมีความวิตกกังวลว่าลิ้นเปิดปิดรักษาแรงดันในถังเชื้อเพลิงของยานกระสวยอวกาศ จะเกิดการแตกหัก ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อตัวยาน
ทั้งนี้ในระหว่างที่ยานกระสวยอวกาศเดินทางขึ้นสู่อวกาศครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เกิดการแตกหักของลิ้นเปิดปิดชิ้นหนึ่ง ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าอาจเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้กับชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่า หรืออาจเกิดการแตกหักในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ยานกำลังไต่ระดับขึ้น
ภารกิจของยานดิสคัฟเวอรี คือนำเสารับพลังงานแสงอาทิตย์ชุดสุดท้ายไปติดตั้งที่สถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งนี้ในแผนการนั้น ยานกระสวยอวกาศของนาซายังเหลืออีก 8 ภารกิจที่จะทำให้การก่อสร้างสถานีอวกาศนานาชาติเสร็จสมบูรณ์ และมีภารกิจสุดท้ายในการซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ก่อนที่จะปลดประจำการยานกระสวยอวกาศในปีหน้า อย่างไรก็ตามกำลังมีการทบทวนแผนการทั้งหมดนี้.-สำนักข่าวไทย
ที่มา : http://news.mcot.net/technology/
นางสาวสุดใจ ปินตา รหัสนักศึกษา 51210081
ย่อบทความ เรื่อง ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteผลการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวม 7 ประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น คือ
1. รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use)
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ส่วนปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ
6.มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
7. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yaho mail (ซึ่งผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sign in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสาน
กับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยชี้ว่า banner ads หรือ ป้ายโฆษณา
เล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
นางสาวสุดใจ ปินตา
รหัสนักศึกษา 51210081
สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า บริษัท มัสซุนากะ (Masunaga) ผู้ผลิตแว่นตากันแดดของญี่ปุ่น จับมือกับ บริษัท สกาลา (Scalar) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นด้วยกัน ผลิตแว่นตากันแดดที่สามารถดูทีวีได้ ชื่อ “Teleglass T4-N” โดยฝังหน้าจอมอนิเตอร์ VGA ไว้ด้านในของแว่น ผู้สวมใส่จะเห็นภาพเหมือนกำลังดูทีวีหน้าจอ 45 นิ้วจากระยะ 2 เมตร ช่วยให้ดูทีวีได้ทุกที่ทุกเวลา โดยแว่นตาดังกล่าวมีน้ำหนัก 50 กรัม
ReplyDeleteทั้งนี้ ทีวีติดแว่นตาจัดแสดง อยู่ในงานมหกรรมสินค้าเกี่ยวกับดวงตานานาชาติ (International Optical Fair) ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ราคา 1,100 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 37,000 บาท
ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/16485
นางปราณีต จีนบุญมี รหัสนักศึกษา 51210069
จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford พบว่า
ReplyDeleteปัจจัยที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ได้แก่
1. รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use)
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง ได้แก่
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
และนักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมอง ซึ่งประเมินปัจจัยสำคัญ ๆ ได้ดังนี้ ;
1. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
2. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;
บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ สามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด เป็นต้น
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ฯลฯ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้จาก
http://credibility.stanford.edu/
นางพิระตา บิณศิรวานิช
ความน่าเชื่อถือของเว็ปไซต์มี 2 ประการ คือ
ReplyDelete1.ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) เป็นปัจจัยสำคัญที่นักท่องเว็บจะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื่อเชื่อใจได้นั้นบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
2. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา
เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือมีลักษณะ ดังนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
การแสดงที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพี่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ เป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือ
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก ที่สำคัญถ้ามีการลิงค์ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ , เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น บอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. ไม่มีการโฆษณาบนเว็บไซต์ การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง การโฆษณาเล็ก ๆ น่ารัก ๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาด การออกแบบเว็บไซต์ต้องมีลักษณะเป็นมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไปวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิดที่ จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง
นางปราณีต จีนบุญมี รหัสนักศึกษา 51210069
สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า บริษัท มัสซุนากะ (Masunaga) ผู้ผลิตแว่นตากันแดดของญี่ปุ่น จับมือกับ บริษัท สกาลา (Scalar) ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นด้วยกัน ผลิตแว่นตากันแดดที่สามารถดูทีวีได้ ชื่อ “Teleglass T4-N” โดยฝังหน้าจอมอนิเตอร์ VGA ไว้ด้านในของแว่น ผู้สวมใส่จะเห็นภาพเหมือนกำลังดูทีวีหน้าจอ 45 นิ้วจากระยะ 2 เมตร ช่วยให้ดูทีวีได้ทุกที่ทุกเวลา โดยแว่นตาดังกล่าวมีน้ำหนัก 50 กรัม
ReplyDeleteทั้งนี้ ทีวีติดแว่นตาจัดแสดง อยู่ในงานมหกรรมสินค้าเกี่ยวกับดวงตานานาชาติ (International Optical Fair) ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ราคา 1,100 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 37,000 บาท
ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/16485
นางปราณีต จีนบุญมี รหัสนักศึกษา 51210069
ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteการประชาสัมพันธ์องค์กร ผ่านเครือข่าย WWW การประเมินความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์ว่าจะเชื่อหรือไม่ พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือเราเชื่อได้ มีสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ การรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
http://credibility.stanford.edu/
นางสุภาพร มหิทธิบุรินทร์ รหัส 51210076
TENA จับมือ Admax เปิดตัวเว็บไซต์หน้าภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ต่อยอดการให้บริการคอนเทนต์ที่เข้าถึงเด็กได้หลากหลายขึ้น และหาช่องทางใหม่ในการเจาะตลาดโฆษณาออนไลน์ในยามวิกฤตเศรษฐกิจ
ReplyDeleteนายเบ็นจามิน กรับบส์ ผู้อำนวยการฝ่ายอินเทอร์แอ็คทีฟ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เทอร์นเนอร์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เน็ตเวิร์ก เอเชีย (TENA) ผู้ให้บริการการ์ตูนเน็ตเวิร์กผ่านช่องเคเบิลทีวี กล่าวว่า การ์ตูนเน็ตเวิร์กได้ร่วมกับ Admax ผู้ให้บริการธุรกิจเครือข่ายโฆษณาออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์หน้าภาษาไทย www.cartoonnetwork.co.th อย่างเป็นทางการ เพื่อต่อยอดการ์ตูนเน็ตเวิร์กในการบริการเยาวชนชาวไทยด้วยคอนเทนต์ที่สามารถเข้าถึงเด็กๆ ได้หลากหลายขึ้น
“เว็บไซต์หน้าภาษาไทยนี้พร้อมมอบความบันเทิงบนโลกออนไลน์สำหรับเด็กไทย สุดคูลและไม่ตกเทรนด์ที่สรรหาความบันเทิงผ่านการท่องโลกอินเทอร์เน็ท ที่ผู้ปกครองสามารถวางใจได้ในความปลอดภัยของคอนเทนต์”
การเปิดตัวเว็บไซต์ www.cartoonnetwork.co.th คือสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาระยะยาวที่การ์ตูนเน็ตเวิร์กมีต่อการลงทุนในประเทศไทยในฐานะที่เป็นแบรนด์ชั้นนำแห่งโลกความบันเทิงสำหรับเด็ก จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะต้องนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด, น่าสนใจและโดนใจกลุ่มผู้ชมเป้าหมายให้เข้ามามีส่วนร่วมในโลกบันเทิงผ่านช่องทางต่างๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้น การเปิดตัวเว็บไซต์ภาษาไทยครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญของการ์ตูนเน็ตเวิร์กในการแสดงถึงความใส่ใจ และการตอบรับเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ เยาวชนชาวไทยให้มีทัศนาการของสุดยอดความบันเทิงชั้นเยี่ยมระดับโลกผ่านช่องทางออนไลน์
เว็บไซต์ภาคภาษาไทยนี้เป็นแหล่งรวมการ์ตูนลิขสิทธิ์ของการ์ตูนเน็ตเวิร์ก โดยเป็นเว็บไซต์แห่งแรกอย่างเป็นทางการในประเภทความบันเทิงสำหรับเยาวชนในประเทศไทย หนึ่งในความโดดเด่นของเว็บไซต์นี้คือ บริการวิดีโอออนดีมานด์คุณภาพสูง รวมทั้งการเข้าถึงห้องสมุดตัวการ์ตูนขนาดใหญ่ได้ฟรี ทำให้แฟนๆ สามารถรับชมตัวการ์ตูนสุดฮิตอย่าง Ben10, Tom & Jerry เป็นภาษาไทยบนเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา นอกจากวิดีโอที่มีให้เลือกชมมากมายแล้ว เว็บไซต์นี้ยังให้บริการดาวน์โหลดความสนุกสนานต่างๆ รวมทั้งเกมที่สร้างจากตัวการ์ตูนสุดฮิตได้ไม่อั้น
การ์ตูนเน็ตเวิร์กอาศัยการเติบโตซึ่งเป็นที่น่าพอใจของตลาดเมืองไทยบวกกับการ ประสานงานกับ Admax ส่งผลให้แพลตฟอร์มระดับพรีเมียมอย่าง cartoonnetwork.co.th พร้อมสำหรับนักโฆษณาทั้งหลายที่มองหาโอกาสในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นฐานในการเปิดตัวแคมเปญทางการตลาดโดยมีให้เลือกทั้งหน้าภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็น สื่อกลางที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับนักโฆษณาที่ต้องการสร้างการรับรู้ในตราสินค้าสำหรับกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง
นาย กรับบส์กล่าวว่า การ์ตูนเน็ตเวิร์กได้วางกรอบการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเด็กๆ จะสนุกสนานกับความบันเทิงต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย จึงได้ตั้งทีมงานพิเศษเพื่อคอยสอดส่องและตรวจตราเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบล็อก,การสนทนาออนไลน์ในระหว่างเล่นเกม, กระดานข้อความ เพื่อปกป้องเด็กไม่ให้ตกเป็นเป้าของนักฉวยโอกาสที่แสวงหาผลประโยชน์จากพฤติกรรม ออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมของเด็กๆ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของภัยคุกคามความปลอดภัยในโลกออนไลน์ได้
ผู้บริหารการ์ตูนเน็ตเวิร์กเชื่อว่า ความร่วมมือกันกับผู้ปกครองจะมีส่วนช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการผนึกกำลังกับผู้ปกครองเพื่อขจัดปัญหาภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์และพฤติกรรมออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม การ์ตูนเน็ตเวิร์กจึงเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองของเด็กๆ เป็นผู้บอกว่าอะไรบ้างที่ลูกๆ สามารถทำได้และทำไม่ได้บนเว็บ ภายใต้ระบบการลงทะเบียนที่เข้มงวด เด็กๆ จะต้องได้รับความยินยอมจาก ผู้ปกครองก่อน การ์ตูนเน็ตเวิร์กจึงจะตอบรับการเป็นสมาชิก
“พันธสัญญาที่การ์ตูนเน็ตเวิร์กมีต่อประเทศไทยนั้นเป็นมากกว่าความบันเทิง ซึ่งแสดงให้เห็นผ่านการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับ Admax ที่จะเป็นผู้มอบโอกาสให้กับ นักการตลาดในไทยได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย “ความร่วมมือกันในครั้งนี้บ่งบอกถึงความมั่นใจของการ์ตูนเน็ตเวิร์กที่มีต่อการเติบโตของการตลาดออนไลน์ในประเทศไทย และเราเชื่อมั่นในประสบการณ์และความชำนาญของ Admax ที่จะมีส่วนช่วยการ์ตูนเน็ตเวิร์กมากในการสร้างโซลูชันที่ให้การเชื่อมโยงรอบด้านและมีความคล่องตัวสูงสำหรับผู้ลงโฆษณาที่มองหาพื้นที่บนเครือข่ายของเราไม่ว่าจะเป็นบนโลกออนไลน์หรือช่องทางอื่นๆ”
นายทอม ศรีวรกุล กรรมการผู้จัดการ Admax ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ Admax เป็นผู้พัฒนาโลคัลคอนเทนต์ โปรโมต และหาโฆษณาให้กการ์ตูนเน็ตเวิร์ก และมั่นใจเช่นเดียวกันว่าคอนเทนต์ที่ดีจะช่วยผลักดันและสร้างการเติบโตของฐานผู้ชมออนไลน์ในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นนักโฆษณาต่างก็พุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ชมออนไลน์มากขึ้น Admax จึงมองหารูปแบบการโฆษณาที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร มีความพิถีพิถันและ คำนึงถึงกลุ่มผู้ชมเป็นหลัก
สำหรับเว็บไซต์การ์ตูนเน็ตเวิร์กหน้าภาษาไทยหลังเริ่มทดลองเปิดให้บริการไปได้ระยะหนึ่งมีสมาชิกกว่า 3 หมื่นราย ส่วนเป้าหมายตั้งเป้าไว้ว่าจะมากกว่าแสนราย
นายทอมกล่าวถึงตลาดโฆษณาออนไลน์ว่า ปีที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 22 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 1% ของมูลค่าตลาดโฆษณาทั้งหมด จึงมีโอกาสโตได้อีก ส่วนปีนี้เชื่อว่าจะมีโอกาสโตเนื่องจากโฆษณาที่เป็นออฟไลน์จะลดลงเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการต่างๆ ก็จะหันมาใช้บริการทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่า
ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000002071
นาซาเตรียมส่งยานสำรวจหาดาวเคราะห์ขึ้นสู่อวกาศวันที่ 5 มีนาคม 2552
วอชิงตัน 5 มี.ค.-องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) เตรียมส่งยานอวกาศ “เคปเลอร์” ขึ้นสู่ห้วงอวกาศในวันที่6 มี.ค.52 เพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจหาดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลก
ยานอวกาศลำนี้ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดยักษ์ จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดเดลตา 2 จากสถานีอวกาศที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ในวันที่ 6 มี.ค. เวลา 22.48 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือ10.48 ตามเวลาประเทศไทย
นับเป็นครั้งแรกที่องค์การนาซาส่งยานอวกาศออกไปปฏิบัติภารกิจนี้ ด้วยเชื่อว่าด้วยระยะทางและอุณหภูมิที่เหมาะสมอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ที่คล้ายดวงอาทิตย์ สิ่งที่ยานอวกาศเคปเลอร์ค้นพบอาจจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติในการมองตนเองของมนุษย์ถึงในระดับรากฐาน ประสิทธิภาพของกล้องโทรทัศน์บนยานอวกาศเคปเลอร์ สามารถตรวจจับความสลัวของแสงสว่างที่ปลดปล่อยออกมาจากดาวฤกษ์ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ามีดาวเคราะห์เคลื่อนตัวผ่าน
ภารกิจของยานอวกาศ “เคปเลอร์” ใช้เงินประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะใช้เวลาในการสำรวจ 3 ปี ตรวจสอบดาวฤกษ์กว่าแสนดวงที่อยู่รอบ ๆ กลุ่มดาวหงส์และพิณในดาราจักรทางช้างเผือก.-สำนักข่าวไทย
http://news.mcot.net/technology
นางสุภาพร มหิทธิบุรินทร์ รหัส 51210076
เปิดผลงานวิจัยต่อยอดเชิงพาณิชย์
กระทรวงวิทย์ฯ เปิดตัวสุดยอดผลงานวิจัยที่ต่อยอดไปใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว ตั้งเป้าปีนี้มียอดการจดสิทธิบัตรงานวิจัยไม่น้อยกว่า 200 รายการ
เทคโนโลยีจอแสดงผลและแผ่นแสง หรือโอแอลอีดีสำหรับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ แลปทอป ที่ค้นพบเป็นครั้งแรกของโลกโดยฝีมือนักวิจัยไทย ซึ่งจะมาแทนจอแสดงผลแบบพลาสมาและจอแบนในปัจจุบัน เพราะมีคุณสมบัติที่บิดงอได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปรับสีแสง และประหยัดพลังงานมากกว่าจอแสดงผลในปัจจุบันประมาณร้อยละ 40 เป็นหนึ่งในไฮไลท์ผลงานวิจัยที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. จะนำมาแสดงในงานแน็ค 2009 (NAC2009) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ เพื่อแสดงผลงานวิจัยและพัฒนาที่ได้ดำเนินร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีผลงานเด่น เช่น ถุงห่อผลไม้หรือถุงโพลีเทค ซึ่งเป็นถุงพลาสติกที่มีคุณสมบัติคล้ายกระดาษ ใช้ห่อผลมะม่วง จะให้สีผิวนวลสวยสม่ำเสมอ ตรงตามมาตรฐานการส่งออก สามารถลดต้นทุนให้เกษตรกร ที่ต้องนำเข้าถุงจากต่างประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 4 พันล้านบาท และสามารถใช้ซ้ำได้ 3-5 ครั้ง ซึ่งทั้ง 2 งานวิจัย มีภาคเอกชนและเกษตรกรนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์แล้ว
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผอ.สวทช. กล่าวว่า งานวิจัยในปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแพทย์ และมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีประมาณ 1,500 โครงการ มีการจดสิทธิบัตรแล้ว 137 โครงการ ปีนี้ตั้งเป้าหมายให้มีการจดสิทธิบัตรไม่น้อยกว่า 200 โครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์และนำมาใช้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของประเทศต่อไป.- สำนักข่าวไทย
http://news.mcot.net/technology
นางสุภาพร มหิทธิบุรินทร์ รหัส 51210076
ไอซีที เดินหน้าใช้ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน พัฒนาศักยภาพประชาชนในท้องถิ่น
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงฯ ได้จัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแก่ชุมชน รวมทั้งเพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป สามารถสืบค้นและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงยกระดับคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นการขยายบริการภาครัฐไปสู่ส่วนท้องถิ่น เพื่อรองรับการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ที่ภาครัฐกำลังพัฒนา ซึ่งกระทรวงฯ สามารถขยายโครงการดังกล่าวออกไปอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่จะมีอยู่เฉพาะในระดับจังหวัด ได้ขยายไปสู่ระดับอำเภอ ทำให้มีจำนวนศูนย์ฯ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 260 ศูนย์ และยังมีศูนย์เครือข่ายของภาคเอกชนและหน่วยงานที่มาร่วมกับกระทรวงฯ อีก 6 ศูนย์ รวมเป็น 266 ศูนย์
http://www.ryt9.com/
นางสุภาพร มหิทธิบุรินทร์ รหัส 51210076
ย่อบทความ เรื่องความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์ Web Site Credibility
ReplyDeleteของ สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.*
ความว่า สาระของเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีเกณฑ์ จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป พบว่า มี 5 ปัจจัยที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือได้แก่
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ในปัจจุบันการออกแบบเว็บไซต์มักใช้ศิลปะมากกว่าความเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่มีงานวิจัยใด ๆ ชี้ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง
ความน่าเชื่อถือ (credibility) หมายถึง ความเชื่อได้ (believability)นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ; ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่นักท่องเว็บจะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บเพจส์ ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ เมื่อรวมทั้งสองปัจจัยเข้าด้วยกันอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ผลการวิจัยนำมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน 6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย
ผู้ย่อ นางกาหลง ทวีลาภภิรมย์สุข
ย่อความ
ReplyDeleteความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
จากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่ม
ตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
ข. ใช้งานง่าย (ease of use)
ค. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ จึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบเว็บไซต์ต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ ท่านที่เคยท่องเว็บจะสังเกตพบว่า มีเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งนำเสนอสารสนเทศลักษณะด้อยคุณค่า หรือนำเสนอข้อความทำให้เกิดความเข้าใจผิด , หรือไม่นำเสนอสารสนเทศใด ๆ แต่มีชื่อ URL หรือเว็บไซต์เท่านั้น (Under Construction-หรือกำลังก่อสร้างทั้งปี1!!!) นักท่องเว็บจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของเว็บต่าง ๆ อันเป็นเหตุให้บรรดาผู้สร้างเว็บต้องสำรวจตรวจสอบตนเองว่า เว็บที่สร้างขึ้นมีความน่าเชื่อถือได้เพียงใด
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness) ประกอบด้วยความตั้งใจจริง (well intentioned) , ความมีสัจจะ (truthful) , ความไม่ลำเอียง (unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ มีสมรรถนะ ฯลฯ
อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ , การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ
จากการทำวิจัยซ้ำของ Stanford และ Makorsky และ Company ในปี 2002 พบปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้น
อำพร เอี่ยมแจ้ง
รหัส 51210089
ข่าวร้อนมาแรงวันนี้เกี่ยวกับ Google Ocean ฟีเจอร์ใหม่ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถดำดิ่งใต้ผิวน้ำ สำรวจภูมิทัศน์ใต้ทะเลในแบบ 3 มิติได้
ReplyDeleteที่มา..........
http://www.arip.co.th/news.php?id=408676
อำพร เอี่ยมแจ้ง
รหัส 51210089
ย่อความ
ReplyDeleteความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
การประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่าย WWW เป็นไปอย่างแพร่หลายรวดเร็ว การประเมินหรือให้ความสำคัญกับสาระของเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีเกณฑ์ จากการสำรวจองมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือได้แก่ ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง
ข. ใช้งานง่าย ค. เป็นผู้ชำนาญการ ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า ช. ความเป็นมือสมัครเล่น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ทั้งทางบวกและทางลบ จึงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบเว็บไซต์ต่อไป
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
ความน่าเชื่อถือ อาจนิยามได้ว่า หมายถึง ความเชื่อได้ ดังเช่น คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ นักวิชาการเชื่อว่าการรับรู้เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือได้เป็นผลมาจากสมองได้ประเมินปัจจัยหลากหลายไปพร้อม ๆ กัน ปัจจัยสำคัญ ๆ อาจได้แก่ ;ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ;บุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือที่อยู่อาศัย จะประเมินความน่าเชื่อถือได้ของเว็บไซต์คล้าย ๆ กัน จึงสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้ 1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร 2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ 4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน 6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณา 7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด
3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงได้
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง ผลงานวิจัยเชิงปริมาณของ Stanford Persuasine Technologylab เป็นการสำรวจชาว Ango saxon ในอเมริกาและยุโรปไม่รวมชาวเอเชียอย่างเราท่านที่มีวัฒนธรรมต่างกัน ขอเชิญนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของเหตุการณ์บ้านเรา
เปิดตัว iPod shuffle ใหม่เงียบๆ
ReplyDeleteผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ บริษัทแอปเปิ้ล ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นเพลงไอพ็อด ชัฟเฟิล รุ่นที่ 3 (iPod shuffle 3rd Generation) สำหรับ iPod shuffle ตัวใหม่นี้ มีขนาดเล็ก และบางลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เล็กกว่าถ่านไฟฉายขนาด AA เสียอีก สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง (น้อยกว่ารุ่นก่อน 2 ชั่วโมง) มีสายชาร์จแถมมาด้วย โดยมีความจุให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ขนาด 4GB มี 2 สี คือ สีเงินอะลูมิเนียม และสีเทาเข้ม ราคา 3,290 บาทเท่ากันทั้ง 2 สี ทั้งนี้ iPod shuffle รุ่นที่ 2 ขนาด 1GB นั้นยังมีขายอยู่ที่ราคา 2,290 บาท ในขณะที่ขนาด 2GB นั้นไม่มีขายในเว็บไซต์ Apple Store แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า คุณสมบัติอื่นๆ ของไอพ็อด ชัฟเฟิล รุ่นใหม่ ด้านหลังของตัวเครื่องยังเป็นคลิปหนีบ เพื่อใช้หนีบตามปก หรือกระเป๋าเสื้อ เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ที่เปลี่ยนไปก็คือรุ่นนี้ได้ออกแบบจะไม่มีปุ่มควบคุมการใช้งานบนเครื่อง เหมือนที่เคยมีอยู่บนหน้าเครื่องรุ่นเก่า และย้ายการควบคุมการทำงาน ไปไว้ที่สายหูฟัง โดยแอปเปิ้ลจะแถมหูฟังที่มีปุ่มควบคุมมาให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในเว็บไซต์หลายแห่งยังไม่มีข้อมูลจากที่ใดว่า หากต้องการนำไปใช้กับหูฟังยี่ห้ออื่นแล้ว จะมีทางออกอย่างไร
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากแอปเปิ้ลได้ออกแบบรูปทรงของตัวเครื่องใหม่ ที่มีความเล็กลง จุดขายอีกประการนึงของ iPod shuffle รุ่นนี้ คือ คุณสมบัติ VoiceOver ที่จะทำให้ iPod shuffle สามารถอ่านออกเสียงชื่อเพลง ชื่อศิลปิน และชื่อเพลย์ลิสต์ให้ผู้ใช้งานฟังได้ โดยกดปุ่มควบคุมที่รีโมทตรงหูฟัง โดยรองรับการอ่าน 14 อยู่ภาษา แต่ไม่มีภาษาไทย
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 13 มีนาคม 2552
บทย่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteจากการสำรวจของ Persuasive Technology Lab ของมหาวิทยาลัย Stanford จากกลุ่มตัวอย่าง 1400 ตัวอย่าง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อประเมินเว็บไซต์จำนวน 51 แห่ง พบว่า มีปัจจัยบางประการช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง จากปัจจัยรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่
1. รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง (real-world feel)
2. ใช้งานง่าย (ease of use)
3. เป็นผู้ชำนาญการ (expertise)
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ (trustworthiness)
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม (tailoring)
และปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือลดลง ได้แก่
1. มีลักษณะเพื่อการค้า (Commercial implications)
2. ความเป็นมือสมัครเล่น (amateurism)
เราสามารถนำผลการวิจัยมาสรุปเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ มีการอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ จะต้องบอกถึงความ ความสำคัญของสาระนั้น ๆ
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น พิมพ์ชื่อคนผิดไป เว้นวรรคผิดที่ เป็นต้น
นางศรีอุไร เจริญผล รหัส 51210074
สรุปความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์
ReplyDeleteการประชาสัมพันธ์องค์กร หรือส่วนบุคคลโดยการนำเสนอเผยแพร่ผ่านเครือข่ายรวมทั้งเจ็ดประการ พบว่า 5 ปัจจัยแรกมีส่วนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นได้แก่ ก.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง
ข. ใช้งานง่าย
ค. เป็นผู้ชำนาญการ
ง. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
จ. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
ปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ :
ฉ. มีลักษณะเพื่อการค้า
ช. ความเป็นมือสมัครเล่น
ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นฉันใด?
ก. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ความไว้เนื่อเชื่อใจ
ข. ความเป็นผู้ชำนาญการ หมายถึง มีความรอบรู้ มีประสบการ
ออกแบบเว็บไซต์ได้ดังต่อไปนี้
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย เข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 คลิ๊ก
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ
4. แสดงถึงความไว้เนื่อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่น ๆ 5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณา7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยจากการทำวิจัยซ้ำของ ที่ทำให้เว็บไซต์น่าเชื่อถือได้เพิ่มขึ้นดังนี้
1. การเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ โดยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด
2. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด3. หน้าตา ดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ
4. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้
5. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ
นายประมวล ธรรมวิจารณ์ รหัส 51210082