กระติกเทคโนโลยีอวกาศ กระติกส่วนใหญ่มีไว้เพื่อเก็บความเย็นให้กับของที่แช่ไว้ภายใน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่น่าอัศจรรย์ที่มีใช้ในยานอวกาศของนาซ่า ทำให้กระติก Franklin Digital Cooler นี้ไม่ธรรมดาด้วยไมโครชิพขนาดเล็กของนาซ่า ทำให้คุณสามารถแช่ของร้อนให้เย็นเป็นน้ำแข็งในไม่กี่นาที ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ และตัวควบคุมอุณหภูมิ ที่แสดงด้วย LED ทำให้คุณสามารถกำหนดอุณหภูมิที่ต้องการได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร้อนหรือเย็น คุณสามารถแช่ไอศกรีมหรืออาหารแช่แข็งที่อุณหภูมิจุดเยือกแข็งได้ กระติกนี้ใช้ไฟฟ้าในการทำงาน โดยสามารถเสียบปลั๊กไฟที่บ้านหรือที่ทำงาน และยังมีตัวแปลงไฟสำหรับใช้กับไฟในรถยนต์ได้ ที่มา : GadgetUniverse นางพรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080
การบินที่วิวัฒนาการเทคโนโลยี วัสดุ ทิ Carbonfiber ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข้งแกร่ง ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิง โดยมีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ก้าวหน้าสามารถคำนวณการควบคุมส่วนต่างๆ ของเครื่องบินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดภาระของนักบิน แทนที่จะต้องคอยควบคุมปุ่มและคันบังคับต่างๆ เหลือเพียงตัดสินใจและสั่งงานเท่านั้น เทคโนโลยีนี้รวมเรียกว่า Fly by Wire ทำให้การทำภารกิจของนักบินโดยเฉพาะการรบดียิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องคอยกังวลกับการควบคุมเครื่องบิน ลดความผิดพลาดจากการบินอันเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ ลง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถ้านักบินบังคับเครื่องบินผิดพลาดจนอาจจะเกิดอุบัติเหตุ คอมพิวเตอร์จะเตือน หรือแม้แต่จะตัดการควบคุม เปลี่ยนให้การบินกลับมาสู่ความปลอดภัยได้ เช่น กรณีนักบินต้องการบังคับเครื่องให้ชนหรือตกโดยตั้งใจ อีกเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น คือ การล่องหน (stealth) ด้วยการออกแบบรูปร่างที่สะท้อนการตรวจจับของเรดาร์ การใช้วัสดุที่ดูดซับคลื่นเรดาร์ หรือแม้แต่เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถซ่อนความร้อนที่พ่นออกทางท้ายเครื่อง ที่เรียกว่า Super Cruse แม้ในขณะทำการบินด้วยความเร็วเหนือเสียง ก็ยังยากที่จะตรวจจับด้วยเครื่องตรวจความร้อน เครื่องบินในปัจจุบันพัฒนามาจนถึงขีดสุดที่นักบินจะได้รับ เนื่องจากแรง G ที่เกิดขึ้น แม้จะมีชุด G SUIT ที่ช่วยให้นักบินยังคงมีสถิติ และทนแรง G นี้ได้ หากต้องการให้ทำภารกิจที่ซับซ้อนกว่านี้ นักบิน จะเป็นตัวแปรสำคัญในการออกแบบเครื่องบินในอนาคต เครื่องบินไร้คนขับจึงอาจเป็นเครื่องบินของยุคต่อไป ที่มา scienceinaction.infoรหัสนักศีกษา 51210085
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของอังกฤษประกาศว่า จะแปลงให้ยุงเป็นเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วที่มีชีวิต สำหรับฉีดยา วัคซีนและเซรุ่มปริมาณแค่ไม่กี่มิลลิลิตร ให้กับคนไข้โดยตรง นับเป็นเทคโนโลยีอย่างใหม่ ที่เป็นการปฏิวัติอาชีพการแพทย์ ประธานของบริษัทเมดิคอล ไลฟ์ นายจอห์น โซมมส์ ประธานของบริษัทเมดิคอล ไลฟ์ ประเทศอังกฤษ ชี้แจงว่า มันสามารถจะฉีดยาในปริมาณเล็กน้อยแค่ 0.01 มิลลิลิตรให้กับคนไข้โดยตรงได้ นับเป็นเทคนิคอันเหมาะสมกับการให้ยาตรงพื้นผิวเฉพาะที่ของร่างกายอย่างเช่น ถุงรากผมหรือตามรูผิวหนัง พร้อมกับเสริมว่าผลดีอีกอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่นี้ คือเป็นคุณแก่ผู้ที่มีความรู้สึกขยาดกับเข็มฉีดยา ซึ่งประมาณว่ามีจำนวนในราวสักร้อยละสิบ การให้แมลงช่วยกัดฉีดยาให้จะทำให้ รู้สึกไม่น่ากลัวอย่างใดเขาได้บอกชักชวนให้ศัลยแพทย์ทั่วประเทศ คิดตั้งฟาร์มเลี้ยงยุงเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไปได้ แต่กับผู้มีอาชีพเพาะพันธุ์แมลง อย่างเช่นนายแฮร์รี ฟรีแมน ผู้มีอาชีพเพาะพันธุ์อยู่แล้วกล่าวว่า “แม้อดตกใจอยู่บ้าง แต่เราจะพยายามเร่งมือให้ทันกับความต้องการ ให้เรารู้เถิดว่า ต้องการยุงชนิดไหน” ในวงการแพทย์ต่างพากันต้อนรับข่าวเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกระคนกัน หมอมัลคอล์ม แพนซี ที่คลินิกในกรุงลอนดอน กล่าวว่า “รู้สึกไม่ค่อยเต็มใจอยากให้มียุงบินให้ว่อนอยู่ในคลินิกนัก แต่ มันอาจจะเป็นเรื่องของยุคสมัยก็ได้ ในขณะที่แพทย์อาวุโสโรงพยาบาลเมืองแมนเชสเตอร์อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าขายหน้า ที่ปล่อยให้แมลงมาแย่งทำในสิ่งที่มนุษย์ทำกันมาหลายปีดีดักแล้ว”.http://www.thairath.co.th/content_technology.htmlนางมะลิวรรณ บุญนะฤธีรหัสนักศึกษา 51210073
สมโชค คำแพง รหัส 51210077พบกากนิวเคลียร์ที่สืบทอดมาใส่ในขวด ขวดที่ถูกทิ้งในบริเวณที่ทิ้งขยะของสหรัฐอเมริกานั้นประกอบไปด้วยขวดตัวอย่างที่มีอายุเก่าแก่ที่บรรจุพลูโตเนียมเกรดที่ทำระเบิดนิวเคลียร์ ที่ได้มาจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ตัวอย่างนี้ระบุวันที่ในปี 1944 ซึ่งเป็นของที่ตกทอดมาจากกองทัพสหรัฐอเมริกาในโครงการระเบิดนิวเคลียร์ ทีมจากห้องทดลองแห่งชาติแปซิฟิกนอร์ธเวสต์ได้ใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อระบุวันของตัวอย่างและติดตามไปยังแหล่งต้นตอ รายงานเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ลงวารสาร journal Analytical Chemistry ซึ่งนักวิจัยได้อธิบายงานตัวเองนี้ว่าเป็น โบราณคดีนิวเคลียร์ (nuclear archaeology)
เม้าส์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์มานานเกือบ 40 ปี แต่ล่าสุด บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ คาดว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีสั่งการเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อาจใช้วิธีจิ้มนิ้วไปที่หน้าจอ หรือ ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้ใช้งาน นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ มองว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจใช้ได้ดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อให้ความบันเทิงในบ้าน หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพา การกดปุ่มคำสั่งโดยใช้วิธีลากเม้าส์จะหมดความหมายไปในทันทีหลายบริษัทกำลังปรับปรุงรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีสายเม้าส์มาคอยควบคุมให้ยุ่งยาก เช่น บริษัทไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบจอสัมผัส หรือ ทัช สกรีน เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าจอ ก็สามารถควบคุมการใช้งานของเครื่องได้แล้ว คอมพิวเตอร์บางเครื่อง แค่ให้ผู้ใช้งานครอบอุปกรณ์บางอย่างบนศีรษะ แล้วใช้วิธีสั่งเครื่องโดยการคิด อุปกรณ์ชุดนี้จะหาซื้อได้ในเดือนกันยายน นอกจากเม้าส์คอมพิวเตอร์แล้ว อุปกรณ์รีโมทคอนโทรล ก็มีแนวโน้มจะใช้งานน้อยลงเช่นกัน เพราะล่าสุด พานาโซนิก ได้พัฒนาโทรทัศน์ให้จดจำใบหน้าของผู้ใช้งานเอาไว้ เมื่อต้องการเปิดโทรทัศน์ ก็แค่ไปยืนหน้าจอ จากนั้น จะมีเมนูช่องต่างๆ ผุดขึ้นมาให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงแค่ขยับมือ โทรทัศน์ก็จะเปลี่ยนช่องให้ตามที่เลือกไว้ ส่วนโซนี่ และแคนนอน ก็กำลังพัฒนากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายรูป ให้ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้คนให้ได้เช่นกัน บางรุ่นตั้งโปรแกรมจะถ่ายภาพเฉพาะคนยิ้มเท่านั้น ถ้าไปเจอคนกำลังยิ้ม กล้องก็จะถ่ายภาพเองโดยอัตโนมัติhttp://technology.impaqmsn.com/article.asp?id=7436&art=productนางสุนันทา ไม้จีน รหัสประจำตัว 51210070
New card Homework 8AugCogDARPA (Defense Advance Research Project Agency) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยข้อมูลของโครงการล่าสุด ซึ่งได้มีการเริ่มทำการวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ค.ศ.2007หรือเมื่อราว7ปีก่อน โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า Augmented Cognition หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “AugCog” ซึ่งโครงการนี้เป็นการวิจัยว่าด้วยการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถเข้าถึงความรู้สึกและปฏิกิริยาตอบสนองของสมองมนุษย์ ที่อยู่ในระดับที่เรียกว่า “จิตไร้สำนึก” เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ได้ว่าสมองของมนุษย์เรากำลังนึกถึงสิ่งใด หรือกำลังให้ความสนใจกับสิ่งใดนั่นเอง ระบบ AugCog ถูกนำมาใช้กับนักวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียม โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมจะถูกนำมาให้นักวิเคราะห์ค้นหาตำแหน่งที่สงสัยว่าน่าจะเป็นที่หลบซ่อนของฝ่ายศัตรู หรืออาจจะเป็นคลังอาวุธ รวมไปถึงฐานขีปนาวุธที่อาจซุกซ่อนอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในภาพ ระบบ AugCog จะตรวจจับปฏิกิริยาตอบสนองที่มาจากส่วนที่เรียกว่าจิตไร้สำนึก นั่นคือว่าคอมพิวเตอร์จะสามารถตรวจจับได้ว่าสายตาของนัก วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมได้ให้ความสนใจกับจุดใดจุดหนึ่งในภาพถ่ายเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนแม้กระทั่งเจ้าตัวเองก็ไม่สามารถรับรู้ หรือรู้สึกได้ทันว่ามันกำลังเกิดขึ้นอยู่กับตัวเองในขณะนั้น.นางดัสสนี สังข์วงษ์ รหัสนักศึกษา 51210075
New card Homework 8นาซาจะส่งยานดิสคัฟเวอรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) กำหนดส่งยานกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ หลังจากเลื่อนมา 4 ครั้ง เพราะปัญหาทางเทคนิค นาซามีแผนส่งยานกระสวยอวกาศในปีนี้ 5 ครั้ง และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก การเลื่อนส่งก่อนหน้านี้เนื่องจากมีความวิตกกังวลว่าลิ้นเปิดปิดรักษาแรงดันในถังเชื้อเพลิงของยานกระสวยอวกาศ จะเกิดการแตกหัก ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อตัวยาน ทั้งนี้ในระหว่างที่ยานกระสวยอวกาศเดินทางขึ้นสู่อวกาศครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เกิดการแตกหักของลิ้นเปิดปิดชิ้นหนึ่ง ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าอาจเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้กับชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่า หรืออาจเกิดการแตกหักในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ยานกำลังไต่ระดับขึ้นภารกิจของยานดิสคัฟเวอรี คือนำเสารับพลังงานแสงอาทิตย์ชุดสุดท้ายไปติดตั้งที่สถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งนี้ในแผนการนั้น ยานกระสวยอวกาศของนาซายังเหลืออีก 8 ภารกิจที่จะทำให้การก่อสร้างสถานีอวกาศนานาชาติเสร็จสมบูรณ์ และมีภารกิจสุดท้ายในการซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ก่อนที่จะปลดประจำการยานกระสวยอวกาศในปีหน้า อย่างไรก็ตามกำลังมีการทบทวนแผนการทั้งหมดนี้.-สำนักข่าวไทย สืบค้นจาก http://news.mcot.net วันที่ 4 มี.ค. 2552นายอุทัย สังข์วงษ์ รหัสนักศึกษา 51210084
นางสาวนภาพร ปินตารักษ์ รหัส 51210071 ที่มา :cWednesday, 4 March 2009 22:19 -- เทคโนโลยีสารสนเทศกรุงเทพฯ--4 มี.ค.--ดีคอม กรุ๊ปDCOM เปิดตัวสินค้าใหม่ ASUS Eee PC S101 เน็ตบุ๊คระดับ Hi-End บางเฉียบที่สุดในโลกASUS Eee PC S101 เน็ตบุ๊คระดับ Hi-End ที่มีการดีไซน์ที่สวยหรู บางเฉียบโดดเด่นได้อย่างลงตัว เพิ่มความเก๋แบบคลาสสิคด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ที่บานพับ ขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัม มีให้เลือกถึง 2 เฉดสี คือ สีน้ำตาล และสีแชมเปญ (น้ำตาลทอง) หน้าจอกว้าง 10.2 นิ้ว แบบ LED-Backlight ทำให้ประหยัดพลังงานลดลง แต่ให้แสงสว่างมากขึ้น รองรับความละเอียดของหน้าจอด้วยระบบ WSVGA ซึ่งมีความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล จึงสามารทำงานด้านมัลติมีเดียได้เป็นอย่างดี และยังเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยี 4-in-1 flash card reader รวมทั้งมีการรองรับ Flash Memory ได้ถึง 4 ชนิด คือ MMC , SD , Memory Stick และ MS-PRO ทำให้ง่ายต่อการทำงานทุกรูปแบบ สนใจเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วไป ภายใต้สัญลักษณ์ดีคอม พร้อมนโยบายการเคลมสินค้า “ ซื้อที่ไหน เคลมได้ที่ DCOM Shop ทั่วประเทศ ”
นางสาวคำเพียง ยงจันทึก รหัส 51210091ที่มา : Wednesday, 4 March 2009 17:59 -- เทคโนโลยีสารสนเทศกรุงเทพฯ--4 มี.ค.--พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้งเอเซอร์ โชว์โฉม โปรเจคเตอร์ K10 เล็กสุดๆ ด้วยขนาดพกพา เพื่อนคู่ใจให้คุณฉายภาพได้ทุกที่บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัว LED Projector K10 ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 0.55 กิโลกรัม ช่วยให้คุณหมดปัญหาในเรื่องของการเคลื่อนย้าย มาพร้อมกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด สามารถแสดงผลที่ให้ความละเอียด (Resolution) ในระดับ SVGA และรองรับสูงสุดที่ระดับ SXGA (1,280 x 1,024) WXGA+ (1,440 x 900) อายุการใช้งานหลอดภาพ (Lamp Life) นานถึง 20,000 ชม. ให้ความคมชัด Contrast Ratio 2000:1 ความสว่าง (Brightness) 100 ANSI Lumens สามารถปรับและแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูได้ถึง +/-40 องศา ทั้งแบบปกติและอัตโนมัติ (Auto keystone correction) รองรับและช่วยปรับการแสดงผลอัตโนมัติ ทั้งแบบ 4:3 และ widescreen แสดงสีได้สูงสุดถึง 16.7 ล้านสี รวมทั้งเมนูการใช้งานภาษาไทย โดยรุ่น K10 นี้ จะสามารถเป็นเพื่อนคู่ใจสำหรับการฉายภาพของคุณได้ทุกที่ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 25,900บาท (ราคารวม VAT 7%) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ทั่วประเทศ หรือที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th
โน้ตบุ๊คน้ำหอมอัสซุสกลิ่นโดนใจบริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศแนะนำ “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นฟลอรัล บลอสซัม (Floral Blossom) ความหอมจากดอกไม้ ตัวเครื่องสีชมพูหวานสดใส กลิ่นมัสกี้ แบลค (Musky Black) แนวสปอร์ต เปี่ยมพลัง พร้อมตัวเครื่องสีดำแวววาว กลิ่นมอร์นิ่ง ดิว (Morning Dew) เพิ่มความสดชื่นแบบธรรมชาติ ตัวเครื่องสีเขียวพาสเทล กลิ่นอควอ โอเชี่ยน (Aqua Ocean) เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า พร้อมตัวเครื่องสีฟ้าสดใส รายงานข่าวแจ้งว่า อัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มาพร้อมกับพลังการประมวลผลของอินเทล Centrino2 Processors P8600 2.4 GHz หน่วยความจำ 3GB ฮาร์ดดิสก์ 250 GB ให้ความรวดเร็วในการทำงาน เล่นเกม เนื่องจากใช้กราฟฟิคการ์ด ATI Radeon HD3470 และงานแสดงด้านกราฟฟิค ระบบปฏิบัติการ Genuine Windows Vista Home Premium ของแท้ติดมากับเครื่อง ขนาดขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว นำหนักเพียง 1.98 กิโลกรัม พกพาได้สะดวกรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้ร่วมงานผ่านกล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ (Splendid) และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ (Power 4 Gear) อีกทั้งรองรับการเชื่อมต่อทั้งบลูทูธ และไวร์เลสแลน พบกับอัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลกได้ ตามร้านตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วไป ในราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)ข่าวจาก : ไทยรัฐนางสาวศุภมาส เนติชัย รหัสนักศึกษา 51210088
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของอังกฤษประกาศว่า จะแปลงให้ยุงเป็นเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วที่มีชีวิต สำหรับฉีดยา วัคซีนและเซรุ่มปริมาณแค่ไม่กี่มิลลิลิตร ให้กับคนไข้โดยตรง นับเป็นเทคโนโลยีอย่างใหม่ ที่เป็นการปฏิวัติอาชีพการแพทย์เหมาะสมกับการให้ยาตรงพื้นผิวเฉพาะที่ของร่างกายอย่างเช่น ถุงรากผมหรือตามรูผิวหนัง พร้อมกับเสริมว่าผลดีอีกอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่นี้ คือเป็นคุณแก่ผู้ที่มีความรู้สึกขยาดกับเข็มฉีดยา ซึ่งประมาณว่ามีจำนวนในราวสักร้อยละสิบ การให้แมลงช่วยกัดฉีดยาให้จะทำให้ รู้สึกไม่น่ากลัวอย่างใดนางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=126069
สาระสำคัญของ เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม ประวัติของอินเทอร์เน็ต (Internet)อินเทอร์เน็ต (Internet) อินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา โดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ภารกิจหลักเพื่อใช้ในงานวิจัยทางทหารโดยใช้ชื่อว่า "อาร์ปา" (ARPA : Advanced Research Project Agency) ปี 2515 หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์พา ประสบความสำเร็จ ก็ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานจากอาร์ปา มาเป็นดาร์พา (Defence Communication Agency) ในปี 2526 อาร์ปาเน็ตได้แบ่งเป็น 2 เครือข่าย ด้านงานวิจัยใช้ชื่อว่าอาร์ปาเน็ตเหมือนเดิม ส่วนเครือข่ายของกองทัพใช้ มิลเน็ต (MILNET: Military Network) ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้โปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เป็นครั้งแรก ในปี 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกา (NSF) ได้ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 6 แห่ง และใช้ชื่อว่า NSFNET และพอมาถึงในปี 2533 อาร์ปาเนตไม่สามารถ ที่จะรองรับ ภาระที่เป็นหลัก (Backbone) ของระบบได้ อาร์ปาเน็ตจึงได้ยุติลง และเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครือข่ายอื่นๆ แทนมาจนเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยเรียกเครือข่ายว่า อินเทอร์เน็ต โดยเครือข่ายส่วนใหญ่่จะอยู่ในอเมริกา และปัจจุบันนี้มีเครือข่ายย่อย มากมายทั่วโลก อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวรจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าด้วยกันเรียกว่า "เครือข่ายไทยสาร" เครือข่ายไทยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการเข้ามาเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศขณะนั้นยังจำกัดอยู่ในวงการศึกษา และการวิจัยเท่านั้น ไม่ได้เป็นเครือข่ายที่ให้บริการในรูปของธุรกิจ แต่ทางสถาบันนั้น ๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 ความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตจากภาคเอกชนมีมากขึ้น การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท) จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน เปิดบริการอินเทอร์เน็ต ให้แก่บุคล ผู้สนใจทั่วไปได้สมัครเป็นสมาชิก ตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ เรียกว่า "ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต" หรือ ISP (Internet Service Provider) นางพิระตา บิณศิรวานิช รหัสนักศึกษา 51210072ที่มา http://www.skn.ac.th/a_cd/printout/printpage2.html
แคสซินีพบดวงจันทร์บริวารน้องใหม่ของดาวเสาร์ เป็นจันทร์ดวงเล็กที่แอบซ่อนอยู่ในชั้นวงแหวนสลัวที่ไม่เต็มวง นักวิทยาศาสตร์คาดดวงจันทร์อาจเคยถูกอุกกาบาตชน ทำให้เศษน้ำแข็งกระจัดกระจายกลายเป็นชั้นวงแหวนทีมีเพียงบางส่วน นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการสำรวจดาวเสาร์โดยยานแคสซินี (Cassini) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) เปิดเผยในเอกสารของสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union) ถึงการค้นพบดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ของดาวเสาร์ โดยระบุว่ามีขนาดประมาณครึ่งกิโลเมตร พบอยู่ในวงแหวนของดาวเสาร์ชั้นจี (G ring) ซึ่งนาซารายงานว่าดวงจันทร์ดังกล่าวอาจเป็นต้นกำเนิดของวงแหวนชั้นนี้ "ก่อนหน้านี้เราเข้าใจกันว่าในวงแหวนชั้นจีมีแต่เพียงฝุ่นเท่านั้น และไม่มีจันทร์ดวงไหนที่โคจรอยู่ในวงแหวนดังกล่าว แต่แคสซินีก็พบ และการค้นพบดวงจันทร์ในชั้นวงแหวนจีนี้ก็จะทำให้เราเข้าใจปริศนาคาใจก่อนหน้านี้ได้ดียิ่งขึ้น" แมทธิว เฮดแมน (Matthew Hedman) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) เมืองอิทาคา มลรัฐนิวยอร์ก กล่าว ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในทีมวิจัยภาพถ่ายจากยานแคสซินี วงแหวนชั้นจีของดาวเสาร์เป็นชั้นที่อยู่ค่อนออกมาทางด้านนอก และเป็นชั้นที่ค่อนข้างบางเบา โดยจัดว่าเป็นวงแหวนบางส่วน มีความกว้างประมาณ 250 กิโลเมตร และแผ่ขยายออกไปเป็นส่วนโค้งด้วยระยะทางประมาณ 150,000 กิโลเมตร หรือ 1 ใน 6 ของระยะทางรอบดาวเสาร์ในตำแหน่งของวงแหวนจี ซึ่งจากการวิเคราะห์ฝุ่นในบริเวณดังกล่าวก่อนหน้านี้คาดว่าวงแหวนจีนี้เกิดขึ้นจากเศษน้ำแข็งที่เคยเป็นส่วนเดียวกันมาก่อน และเป็นได้ว่าอาจกระจัดกระจายออกมาจากดวงจันทร์ดังกล่าวเมื่อครั้งถูกอุกกาบาตพุ่งชนนานมาแล้ว ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์พบดวงจันทร์ดังกล่าวในภาพของเมื่อวันที่ 15 ส.ค.51 และมั่นใจได้ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งของดาวเสาร์จริงๆ เมื่อพบวัตถุเดียวกันอยู่ในอีก 2 ภาพก่อนหน้านั้น ซึ่งพวกเขาพบเห็นดวงจันทร์ดวงนี้เป็นครั้งคราว ล่าสุดที่พบคือเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ดวงจันทร์ที่พบใหม่นี้มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะวิเคราะห์ขนาดได้โดยตรงด้วยกล้องของยานแคสซินี แต่นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่าน่าจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวครึ่งกิโลเมตร โดยการเทียบความสว่างกับจันทร์ดวงเล็กของดาวเสาร์อีกดวงหนึ่งที่ชื่อว่า พาลลินี (Pallene) และยังพบอีกด้วยว่าวงโคจรของจันทร์ดวงเล็กที่เพิ่งพบนี้ถูกรบกวนจากดวงจันทร์ไมมาส (Mimas) ที่อยู่ใกล้เคียงกันและมีขนาดใหญ่กว่า โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 390 กิโลเมตร ด้านคาร์ล เมอร์เรย์ (Carl Murray) นักวิทยาศาสตร์อีกคนหนึ่งในทีม จากควีนแมรี ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ลอนดอน (Queen Mary, University of London) สหราชอาณาจักร กล่าวว่าการค้นพบจันทร์ดวงนี้และวิถีโคจรที่ถูกรบกวนจากจันทร์ดวงใกล้เคียงแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันระหว่างดวงจันทร์ทั้งสองและวงแหวนของดาวเสาร์ ซึ่งเรายังต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกเกี่ยวกับการเกิดส่วนโค้งของวงแหวนและปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างหลักของมันhttp://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000025566
เทคโนโลยีล่าสุดของดีลิงค์ เป็นสวิตช์ไร้สายอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานระบบไร้สาย ติดตั้งง่าย บริหารจัดการแอคเซสพอยต์ทั้งหมดได้จากส่วนกลาง อัตราการรับส่งข้อมูลสูงถึง 108 เมกะบิตต่อวินาที ควบคุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งใช้งานอุปกรณ์ไร้สายและเพิ่มขยายให้สอดคล้องกับการขยายหรือเติบโตขององค์กรได้ในภายหลังที่มา: http://www.giggog.com/social/cat2/news12034/นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078
นาโนเทคโนโยโลยีNanotechnology จัดเป็นคลื่นลูกที่สามที่ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์และเภสัชกรรม รวมทั้งในวงการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมอุตสาหกรรมการผลิต นักวิชาการจำนวนมากทำนายไว้ว่า Nanotechnology คลื่นลูกที่สามซึ่งตามมาหลังจากเทคโนโลยีสารสนเทศ Information Technology และเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology นี้จะเป็นคลื่นที่มีความรุนแรงมากที่สุด แทบจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์ในทศวรรษที่ 21 อย่างสิ้นเชิง และยังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตรวมทั้งความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติอย่างมากเกินกว่าที่หลายคนเคยคาดคิดกันไว้ก่อนหน้านี้นาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์การนำนาโนเทคโนโยโลยีมาใช้ทางการแพทย์เป็นไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ได้เริ่มต้นศึกษาวิจัยมาตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรป กลุ่มประเทศเอเชีย เช่น จีน เกาหลี อินเดีย และสิงคโปร์ ความรู้ใหม่ๆ เหล่านี้ทำให้เกิดเป็นศาสตร์แขนงใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า "NANOMEDICINE" ซึ่งที่ผ่านมาในระยะเริ่มต้น พบว่ามีเป้าหมายที่สำคัญอย่างเด่นชัดสามประการด้วยกันประการที่หนึ่ง - เพื่อเป็นเครื่องมือใหม่ในการศึกษากระบวนการสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ทั้งหมดโดยใช้แนวทาง Nanotechnology และประยุกต์ใช้ศึกษาความผิดปกติที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดที่รู้จักกันในปัจจุบัน รวมทั้งโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีอีกมากมายหลายร้อยหลายพันโรค ก็คือสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า "idiopathic" หมายถึงยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในปัจจุบันนั่นเอง ยกตัวอย่างพอเป็นสังเขปเช่นโรคเลือดที่ชื่อ ITP (Idiopatic Thrombocytopenic Purpura) หรือโรคปอดที่ชื่อ IPF (Idiopathic Pulmonary Fibrosis) เป็นต้นประการที่สอง - เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค ปัญหาที่พบในเวชปฎิบัติทั่วไปขณะนี้คือบางโรคยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ในเวลาอันรวดเร็วบางโรคยังต้องใช้ข้อมูลทางระบาดวิทยา บางโรคอาจต้องติดตามการรักษาไปสักระยะหนึ่งก่อนการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย ดังนั้นเป้าหมายสำคัญในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ก็เพื่อให้ออกแบบแนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำมากขึ้นนอกจากนี้ ด้วยหลักการเดียวกัน ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการติดตามผลการรักษาได้อีกด้วย สามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงหรือฤทธิ์อันไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการบำบัดรักษาได้มากกว่าเดิมประการที่สาม - ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยากที่สุดที่จะเกิดขึ้น เรียกว่า "Nanorobots" ทำหน้าที่ช่วยเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีอยู่ในธรรมชาติทำหน้าที่ป้องกันอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมทั้งที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และก่อให้เกิดโรคออโตอิมมูน ซึ่งมีเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน แนวความคิดนี้ใกล้เคียงกับ DNA COMPUTER ที่กำลังถูกพัฒนามาแทนที่ Silicon Chip ในเร็ววันนี้ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพhttp://www.bangkokhealth.comนางสุภาพร มหิทธิบุรินทร์ รหัส 51210076
แจ้งเกิดสารานุกรม100ล้าน ข้อมูลเชิงวิชาการบนโลกไอทีในปีนี้โดดเด่นไม่แพ้เรื่องอื่น โครงการจัดทำสารานุกรมสิ่งมีชีวิตออนไลน์ Encycopedia of Life หรือ eof.org มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐได้รับความสนใจจากทุกมุมโลก สาระสำคัญคือเน้นให้ความสำคัญกับสัตว์ พืช และกลุ่มเชื้อรา เห็ด โดยจะนำเสนอด้วยภาพถ่าย ข้อความตัวอักษร แผนที่ คลิปวิดีโอ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ที่รวดเร็วและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมมากกว่าเดิม สิ่งมีชีวิตบนโลกทั้ง 8-10 ล้านสายพันธุ์ และฟอสซิลนานาชนิดจะถูกใส่เข้าไปในฐานข้อมูลเว็บไซต์นี้ด้วยเช่นกัน โดยจะจัดทำเป็นแผนผังแสดงการทำลายพันธุ์พืชและสัตว์ด้วยน้ำมือมนุษย์ เช่น การก่อมลภาวะต่าง ๆ พฤติกรรมการบริโภคที่ทำให้สมดุลของโลกเสียไปตลอดจนภาวะโลกร้อนด้วยข่าวจากhttp://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=1544นางปาณิสรา เกิดมรกต รหัสประจำตัว 51210079
คอมพิวเตอร์ของยุคอนาคตใช้ลูกตาคนควบคุมแทนเมาส์ข้อความ : คอมพิวเตอร์ของอนาคต จะให้ตาควบคุมแทนมือบังคับเมาส์หรือแป้นพิมพ์ เช่นอย่างทุกวันนี้ เพียงแต่เคลื่อนไหวกลอกตา ก็ทำงานแทนได้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ของคณะคอมพิวเตอร์ ที่อิมพีเรียล คอลเลจ ในกรุงลอนดอน กำลังหาวิธี ใช้นัยน์ตาควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ แทนที่ต้องใช้มือจับเมาส์หรือพิมพ์แป้นพิมพ์ที่เป็นอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีจับความเคลื่อนไหวของลูกตา ด้วยลำแสงอินฟราเรด หัวหน้าทีมวิจัยเผยว่า เป้าหมายของการวิจัย คือพัฒนาระบบการทำงานรับภาพของคอมพิวเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการจับความเคลื่อนไหว ของนัยน์ตาคนเรา เชื่อถือได้ และใช้งานง่ายกว่า เทคโนโลยีอันนี้ จะสามารถนำไปใช้ในงานต่างๆ ได้มาก ตั้งแต่การผ่าตัดที่จะต้องใช้ความเที่ยงตรงของสายตา และยังอาจเอาไปใช้ประโยชน์ในการขับขี่รถยนต์ โดยมีกล้องจับความเคลื่อนไหวของลูกตา ติดไว้ที่แผงหน้าปัดรถ เมื่อจับพบคนขับเกิดอาการอ่อนเพลีย หรือเหน็ดเหนื่อย จนอาจเกิดอันตรายได้ ก็จะส่งสัญญาณเตือนให้รู้ตัว. ที่มา : http://www.thairath.co.thwebmaster - 13/07/2002 22:56 นางสาวณัฐกุลจิรา สกุณารหัส 51210067
Friday, 27 February 2009 แนวหน้า วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นายไมเคิล มูลเลอร์ รมช.สิ่งแวดล้อมอนุรักษ์ธรรมชาติและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ว่า เนื่องจากประเทศเยอรมนีได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนจากชีวภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้มีความต้องการใช้พืชพลังงานเพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เยอรมนีพยายามพัฒนามาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์ม และการออกใบรับรองการผลิตน้ำมันปาล์มที่ต้องมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานในระดับสากล ดังนั้นไทยและเยอรมนีจึงร่วมกันจัดทำโครงการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน เพื่อประยุกต์มาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มของเยอรมนี ให้ไทยสามารถผลิตน้ำมันปาล์มที่ได้มาตรฐาน และได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขยายฐานการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยไปยังประเทศเยอรมนี และพัฒนาไปสู่ตลาดยุโรปในอนาคต ทำให้ความต้องการน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น และเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2551นักวิทยาศาสตร์ทำได้สำเร็จแล้ว สร้างเพชรขึ้นด้วย เหล้า ใครที่เคยคิดว่า วิทยาศาสตร์มีแต่เรื่องแห้งแล้ง อาจต้องเปลี่ยนใจเสียใหม่ เพราะบัดนี้นักวิทยาศาสตร์เม็กซิโก สามารถเสกเหล้าพื้นเมืองให้เป็นเพชรขึ้นได้แล้ว คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งเม็กซิโก ทำโดยการเผาเหล้าเตกิลลา ที่มีแอลกอฮอล์แรง 40% แล้วให้มันตกตะกอนลงบนแผ่นซิลิคอนหรือเหล็กไม่เป็นสนิม เกิดเป็นแผ่นฟิล์มของเพชรขึ้นมา หัวหน้านักวิจัยนายจาเวียร์ มอเรลส์ กล่าวว่า เขาได้ความคิดขึ้นมาเมื่อพิจารณาเห็นอัตราส่วนของเหล้า ก็ประกอบด้วยไฮโรเจน ออกซิเจนและคาร์บอน ซึ่งล้วนแต่อยู่ในย่านการเจริญเติบโตของเพชร จึงได้ทดลองทำขึ้น และยังมองเห็นประโยชน์ว่าฟิล์มเพชรที่ได้ อาจไปใช้ทำเป็นฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าที่มีราคาถูกได้ พวกเขาได้เคยทดลองสร้างเพชรขึ้นจากน้ำยาอินทรีย์ พวกอีทานอล เมทานอลและอซีโทน มาก่อนแล้ว ยังได้พบว่า หากใช้น้ำยาอีทานอลเจือจางด้วยน้ำ ก็สร้างฟิล์มเพชรที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้เช่นกัน และสังเกตเห็นด้วยว่าส่วนผสมของอีทานอลร้อยละ 40 ส่วน กับน้ำร้อยละ 60 ส่วน นั้นเป็นอัตราเดียวกันกับของเหล้าเตกิลลา. ที่มา ไทยรัฐ Message
กรุงเทพฯ 6 มี.ค. - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายณอง ฟิลิป เคอร์ทัวส์ ประธานฝ่ายบริหารงานระหว่างประเทศ และรองประธานอาวุโสบริษัทไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น วันนี้ (6 มี.ค.) ว่า นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า บริษัทไมโครซอฟท์ สามารถช่วยพัฒนาการศึกษาของไทยได้หลายรูปแบบ ทั้งการสร้าง self education หรือการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ local education หรือการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาการศึกษาในชนบท ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในปี 2553 ที่จะมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีสามารถมาช่วยเสริมในส่วนนี้ได้และถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลที่ต้องเร่งพัฒนาการศึกษาในประเทศเพื่อรองรับกับนวตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่รัฐบาลพร้อมผลักดันให้คนไทยได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในโลกโดยเฉพาะการลดช่องว่างในชนบท และไทยเองยังมีโอกาสอีกมากที่จะนำนวตกรรมทางเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาทั้งด้านสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยวและการพัฒนาในระดับท้องถิ่นด้านนายณอง แสดงความเชื่อมั่นการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและยืนยันว่า จะเดินหน้าดำเนินธุรกิจในไทยต่อไปและต้องการพัฒนาความร่วมมือกับไทยในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มากขึ้น โดยปัจจุบันได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน จัดฝึกอบรมด้านไอซีที และทักษะด้านการประกอบธุรกิจ ให้กับแรงงานเพื่อช่วยส่งเสริมการสร้างงานในไทยและยังสนใจการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มศักยภาพทางการศึกษา ซึ่งตรงกับที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสนใจทั้งระยะยาวและระยะสั้น ขณะที่ได้ยกตัวอย่างการนำซอฟต์แวร์มาใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้าในท้องถิ่นของประเทศโปรตุเกส และไมโครซอฟท์ก็สนใจที่จะจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมในพื้นที่ชนบทของไทย เพื่อช่วยให้คนในชุมชนที่ห่างไกลสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้.ที่มา : http://news.mcot.net/technology/นางสาวสุดใจ ปินตา รหัสนักศึกษา 51210081
ประดิษฐ์ทีวีประจำตัว ใช้ติดกับคอนแทคเลนส์ที่ใส่ อยู่แล้ว [13 ก.พ. 52 - 00:14] นักคาดการณ์อนาคตกล่าวทำนายว่า จะมีการประดิษฐ์ โทรทัศน์ติดกับคอนแทคเลนส์ ขึ้นภายใน 10 ปีนี้ โดยที่จะใช้พลังงานที่สร้างขึ้นจากไอตัวของผู้ชมเองด้วยนายเอียน เพียร์สัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ทางคาดการณ์อนาคต และทำงานเป็นที่ปรึกษาให้ความคิดในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับบริษัทในอังกฤษหลายแห่ง กล่าวว่า “ตื่นเช้าขึ้นมาก็เพียงแต่คว้ามันมาใส่เข้าที่ลูกตา และก็ชมโทรทัศน์ไปได้ทั้งวัน” เวลาจะเปลี่ยนช่องก็เพียงแต่สั่งเอา หรือไม่ก็ทำมือเท่านั้นตามข่าวของหนังสือพิมพ์รายวัน “เดอะ เทเลกราฟ”กล่าวต่อไปว่า ความคิดนี้ แม้จะฟังดูยังค่อนข้างไกลจากความจริง สักหน่อย แต่ก็มีพื้นฐานอยู่ในเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่หลายอย่างอยู่แล้ว อย่างเช่น แว่นตา ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นโรงมหรสพประจำตัวได้. http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=123293นางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์รหัสนักศึกษา 51210068
นวัตกรรมใหม่วีซ่าใส่บัตรเครดิตในมือถือ บัตรเครดิตวีซ่า เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ บริการชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบเชื่อมต่อระยะสั้นแบบไร้สายหรือ NFC ธนาคารกสิกรไทย กำลังทดสอบระบบอาจได้ใช้จริงกลางปีนี้นายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการประเทศไทย บริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทเนลสัน ซึ่งทำหน้าที่สำรวจข้อมูล26 ม.ค. 2552 ที่มา : http://news.giggog.com/technology/นางปราณีต จีนบุญมี รหัสนักศึกษา 51210069
ISSPออกโปรโมชั่น'ADSL Premium'ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อินเตอร์เน็ต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด (ISSP) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตองค์กรและรายบุคคล ออกโปรโมชันใหม่ บริการ “ADSL Premium” สำหรับองค์กรขนาดกลาง (SME) ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องอินเทอร์เน็ต ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยบริการ ADSL & Wireless Internet ที่มาพร้อมกับ Fixed IP เปลี่ยนการใช้งานอินเตอร์เน็ตระบบ LAN ให้เป็นระบบไร้สาย หรือ Wi-Fi ไฮเทค ในราคาไม่แพง ด้วยความเร็วตั้งแต่ 256 Kbps จนถึง 4 Mbps เพิ่มทางเลือกที่เหมาะสมแก่องค์กร พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 40% ด้วยความเร็ว 1Mbps ในราคาเพียง 3,500 บาทต่อเดือน จากปกติ 6,000 บาทอำพร เอี่ยมแจ้ง รหัส 51210089
This comment has been removed by the author.
ญี่ปุ่นแจ๋ว เปิดทางผู้ใช้เปลี่ยนเพลงไอพ็อดด้วยการแลบลิ้นอุปกรณ์ไฮเทคนี้ได้ชื่อเรียกว่า "Mimi Switch" หรือ "Ear Switch" มองภายนอกดูเหมือนหูฟังธรรมดา แต่ภายในมีการฝังเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในหู ซึ่งจะเกิดขึ้นตามลักษณะการเคลื่อนไหวบนใบหน้า โดยอุปกรณ์นี้จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วเพื่อส่งสัญญาณควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งผู้พัฒนาการันตีว่าสามารถนำไปใช้เป็นรีโมต"แฮนด์ฟรี"ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดโดยไม่จำเป็นต้องใช้มือคาสุฮิโร ทานิคุชิ นักวิจัยด้านวิทยาศาตร์วิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ผู้ประดิษฐ์ Ear Switch ระบุว่าผู้ใส่สามารถเปิดไฟในห้อง หรือเปิดการทำงานเครื่องซักผ้าเพียงขยับริมฝีปากเล็กน้อย "ผู้ใช้ไอพ็อดก็สามารถเล่นหรือหยุดเพลงได้ด้วยการแลบลิ้น เหมือนในภาพถ่ายอันโด่งดังของไอสไตน์ อาจถลึงตาให้โตมากขึ้นเพื่อสั่งเลื่อนเพลงขึ้น และกระพริบตาขวาเพื่อเลื่อนเพลงลงได้ อุปกรณ์นี้สามารถตั้งโปรแกรมเพื่อทำงานกับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้หลากหลาย ทั้งการยิ้มและการขยับจมูก"
กระติกเทคโนโลยีอวกาศ
ReplyDeleteกระติกส่วนใหญ่มีไว้เพื่อเก็บความเย็นให้กับของที่แช่ไว้ภายใน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่น่าอัศจรรย์ที่มีใช้ในยานอวกาศของนาซ่า ทำให้กระติก Franklin Digital Cooler นี้ไม่ธรรมดาด้วยไมโครชิพขนาดเล็กของนาซ่า ทำให้คุณสามารถแช่ของร้อนให้เย็นเป็นน้ำแข็งในไม่กี่นาที ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ และตัวควบคุมอุณหภูมิ ที่แสดงด้วย LED ทำให้คุณสามารถกำหนดอุณหภูมิที่ต้องการได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร้อนหรือเย็น คุณสามารถแช่ไอศกรีมหรืออาหารแช่แข็งที่อุณหภูมิจุดเยือกแข็งได้ กระติกนี้ใช้ไฟฟ้าในการทำงาน โดยสามารถเสียบปลั๊กไฟที่บ้านหรือที่ทำงาน และยังมีตัวแปลงไฟสำหรับใช้กับไฟในรถยนต์ได้
ที่มา : GadgetUniverse
นางพรรณี เรณูหอม รหัสนักศึกษา 51210080
การบินที่วิวัฒนาการ
ReplyDeleteเทคโนโลยี วัสดุ ทิ Carbonfiber ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข้งแกร่ง ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิง โดยมีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ก้าวหน้าสามารถคำนวณการควบคุมส่วนต่างๆ ของเครื่องบินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดภาระของนักบิน แทนที่จะต้องคอยควบคุมปุ่มและคันบังคับต่างๆ เหลือเพียงตัดสินใจและสั่งงานเท่านั้น เทคโนโลยีนี้รวมเรียกว่า Fly by Wire ทำให้การทำภารกิจของนักบินโดยเฉพาะการรบดียิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องคอยกังวลกับการควบคุมเครื่องบิน ลดความผิดพลาดจากการบินอันเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ ลง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถ้านักบินบังคับเครื่องบินผิดพลาดจนอาจจะเกิดอุบัติเหตุ คอมพิวเตอร์จะเตือน หรือแม้แต่จะตัดการควบคุม เปลี่ยนให้การบินกลับมาสู่ความปลอดภัยได้ เช่น กรณีนักบินต้องการบังคับเครื่องให้ชนหรือตกโดยตั้งใจ อีกเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น คือ การล่องหน (stealth) ด้วยการออกแบบรูปร่างที่สะท้อนการตรวจจับของเรดาร์ การใช้วัสดุที่ดูดซับคลื่นเรดาร์ หรือแม้แต่เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถซ่อนความร้อนที่พ่นออกทางท้ายเครื่อง ที่เรียกว่า Super Cruse แม้ในขณะทำการบินด้วยความเร็วเหนือเสียง ก็ยังยากที่จะตรวจจับด้วยเครื่องตรวจความร้อน เครื่องบินในปัจจุบันพัฒนามาจนถึงขีดสุดที่นักบินจะได้รับ เนื่องจากแรง G ที่เกิดขึ้น แม้จะมีชุด G SUIT ที่ช่วยให้นักบินยังคงมีสถิติ และทนแรง G นี้ได้ หากต้องการให้ทำภารกิจที่ซับซ้อนกว่านี้ นักบิน จะเป็นตัวแปรสำคัญในการออกแบบเครื่องบินในอนาคต เครื่องบินไร้คนขับจึงอาจเป็นเครื่องบินของยุคต่อไป
ที่มา scienceinaction.info
รหัสนักศีกษา 51210085
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของอังกฤษประกาศว่า จะแปลงให้ยุงเป็นเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วที่มีชีวิต สำหรับฉีดยา วัคซีนและเซรุ่มปริมาณแค่ไม่กี่มิลลิลิตร ให้กับคนไข้โดยตรง นับเป็นเทคโนโลยีอย่างใหม่ ที่เป็นการปฏิวัติอาชีพการแพทย์
ReplyDeleteประธานของบริษัทเมดิคอล ไลฟ์ นายจอห์น โซมมส์ ประธานของบริษัทเมดิคอล ไลฟ์ ประเทศอังกฤษ ชี้แจงว่า มันสามารถจะฉีดยาในปริมาณเล็กน้อยแค่ 0.01 มิลลิลิตรให้กับคนไข้โดยตรงได้ นับเป็นเทคนิคอันเหมาะสมกับการให้ยาตรงพื้นผิวเฉพาะที่ของร่างกายอย่างเช่น ถุงรากผมหรือตามรูผิวหนัง พร้อมกับเสริมว่าผลดีอีกอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่นี้ คือเป็นคุณแก่ผู้ที่มีความรู้สึกขยาดกับเข็มฉีดยา ซึ่งประมาณว่ามีจำนวนในราวสักร้อยละสิบ การให้แมลงช่วยกัดฉีดยาให้จะทำให้ รู้สึกไม่น่ากลัวอย่างใด
เขาได้บอกชักชวนให้ศัลยแพทย์ทั่วประเทศ คิดตั้งฟาร์มเลี้ยงยุงเอาไว้ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไปได้ แต่กับผู้มีอาชีพเพาะพันธุ์แมลง อย่างเช่นนายแฮร์รี ฟรีแมน ผู้มีอาชีพเพาะพันธุ์อยู่แล้วกล่าวว่า “แม้อดตกใจอยู่บ้าง แต่เราจะพยายามเร่งมือให้ทันกับความต้องการ ให้เรารู้เถิดว่า ต้องการยุงชนิดไหน”
ในวงการแพทย์ต่างพากันต้อนรับข่าวเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกระคนกัน หมอมัลคอล์ม แพนซี ที่คลินิกในกรุงลอนดอน กล่าวว่า “รู้สึกไม่ค่อยเต็มใจอยากให้มียุงบินให้ว่อนอยู่ในคลินิกนัก แต่ มันอาจจะเป็นเรื่องของยุคสมัยก็ได้ ในขณะที่แพทย์อาวุโสโรงพยาบาลเมืองแมนเชสเตอร์อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าขายหน้า ที่ปล่อยให้แมลงมาแย่งทำในสิ่งที่มนุษย์ทำกันมาหลายปีดีดักแล้ว”.
http://www.thairath.co.th/content_technology.html
นางมะลิวรรณ บุญนะฤธี
รหัสนักศึกษา 51210073
สมโชค คำแพง รหัส 51210077
ReplyDeleteพบกากนิวเคลียร์ที่สืบทอดมาใส่ในขวด
ขวดที่ถูกทิ้งในบริเวณที่ทิ้งขยะของสหรัฐอเมริกานั้นประกอบไปด้วยขวดตัวอย่างที่มีอายุเก่าแก่ที่บรรจุพลูโตเนียมเกรดที่ทำระเบิดนิวเคลียร์ ที่ได้มาจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ตัวอย่างนี้ระบุวันที่ในปี 1944 ซึ่งเป็นของที่ตกทอดมาจากกองทัพสหรัฐอเมริกาในโครงการระเบิดนิวเคลียร์
ทีมจากห้องทดลองแห่งชาติแปซิฟิกนอร์ธเวสต์ได้ใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อระบุวันของตัวอย่างและติดตามไปยังแหล่งต้นตอ รายงานเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ลงวารสาร journal Analytical Chemistry ซึ่งนักวิจัยได้อธิบายงานตัวเองนี้ว่าเป็น โบราณคดีนิวเคลียร์ (nuclear archaeology)
เม้าส์คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์มานานเกือบ 40 ปี แต่ล่าสุด บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ คาดว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจถูกเลิกใช้ในอีก 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีสั่งการเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อาจใช้วิธีจิ้มนิ้วไปที่หน้าจอ หรือ ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้ใช้งาน
ReplyDeleteนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ มองว่า เม้าส์คอมพิวเตอร์อาจใช้ได้ดีกับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อให้ความบันเทิงในบ้าน หรือคอมพิวเตอร์แบบพกพา การกดปุ่มคำสั่งโดยใช้วิธีลากเม้าส์จะหมดความหมายไปในทันที
หลายบริษัทกำลังปรับปรุงรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีสายเม้าส์มาคอยควบคุมให้ยุ่งยาก เช่น บริษัทไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบจอสัมผัส หรือ ทัช สกรีน เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าจอ ก็สามารถควบคุมการใช้งานของเครื่องได้แล้ว คอมพิวเตอร์บางเครื่อง แค่ให้ผู้ใช้งานครอบอุปกรณ์บางอย่างบนศีรษะ แล้วใช้วิธีสั่งเครื่องโดยการคิด อุปกรณ์ชุดนี้จะหาซื้อได้ในเดือนกันยายน
นอกจากเม้าส์คอมพิวเตอร์แล้ว อุปกรณ์รีโมทคอนโทรล ก็มีแนวโน้มจะใช้งานน้อยลงเช่นกัน เพราะล่าสุด พานาโซนิก ได้พัฒนาโทรทัศน์ให้จดจำใบหน้าของผู้ใช้งานเอาไว้ เมื่อต้องการเปิดโทรทัศน์ ก็แค่ไปยืนหน้าจอ จากนั้น จะมีเมนูช่องต่างๆ ผุดขึ้นมาให้เลือก ผู้ใช้งานเพียงแค่ขยับมือ โทรทัศน์ก็จะเปลี่ยนช่องให้ตามที่เลือกไว้ ส่วนโซนี่ และแคนนอน ก็กำลังพัฒนากล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว และกล้องถ่ายรูป ให้ใช้วิธีจดจำใบหน้าผู้คนให้ได้เช่นกัน บางรุ่นตั้งโปรแกรมจะถ่ายภาพเฉพาะคนยิ้มเท่านั้น ถ้าไปเจอคนกำลังยิ้ม กล้องก็จะถ่ายภาพเองโดยอัตโนมัติ
http://technology.impaqmsn.com/article.asp?id=7436&art=product
นางสุนันทา ไม้จีน รหัสประจำตัว 51210070
New card Homework 8
ReplyDeleteAugCog
DARPA (Defense Advance Research Project Agency) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยข้อมูลของโครงการล่าสุด ซึ่งได้มีการเริ่มทำการวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ค.ศ.2007หรือเมื่อราว7ปีก่อน
โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า Augmented Cognition หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า “AugCog” ซึ่งโครงการนี้เป็นการวิจัยว่าด้วยการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถเข้าถึงความรู้สึกและปฏิกิริยาตอบสนองของสมองมนุษย์ ที่อยู่ในระดับที่เรียกว่า “จิตไร้สำนึก” เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ได้ว่าสมองของมนุษย์เรากำลังนึกถึงสิ่งใด หรือกำลังให้ความสนใจกับสิ่งใดนั่นเอง
ระบบ AugCog ถูกนำมาใช้กับนักวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียม โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมจะถูกนำมาให้นักวิเคราะห์ค้นหาตำแหน่งที่สงสัยว่าน่าจะเป็นที่หลบซ่อนของฝ่ายศัตรู หรืออาจจะเป็นคลังอาวุธ รวมไปถึงฐานขีปนาวุธที่อาจซุกซ่อนอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในภาพ
ระบบ AugCog จะตรวจจับปฏิกิริยาตอบสนองที่มาจากส่วนที่เรียกว่าจิตไร้สำนึก นั่นคือว่าคอมพิวเตอร์จะสามารถตรวจจับได้ว่าสายตาของนัก วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมได้ให้ความสนใจกับจุดใดจุดหนึ่งในภาพถ่ายเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนแม้กระทั่งเจ้าตัวเองก็ไม่สามารถรับรู้ หรือรู้สึกได้ทันว่ามันกำลังเกิดขึ้นอยู่กับตัวเองในขณะนั้น.
นางดัสสนี สังข์วงษ์ รหัสนักศึกษา 51210075
New card Homework 8
ReplyDeleteนาซาจะส่งยานดิสคัฟเวอรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) กำหนดส่งยานกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ หลังจากเลื่อนมา 4 ครั้ง เพราะปัญหาทางเทคนิค
นาซามีแผนส่งยานกระสวยอวกาศในปีนี้ 5 ครั้ง และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก การเลื่อนส่งก่อนหน้านี้เนื่องจากมีความวิตกกังวลว่าลิ้นเปิดปิดรักษาแรงดันในถังเชื้อเพลิงของยานกระสวยอวกาศ จะเกิดการแตกหัก ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อตัวยาน
ทั้งนี้ในระหว่างที่ยานกระสวยอวกาศเดินทางขึ้นสู่อวกาศครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เกิดการแตกหักของลิ้นเปิดปิดชิ้นหนึ่ง ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าอาจเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้กับชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่า หรืออาจเกิดการแตกหักในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ยานกำลังไต่ระดับขึ้น
ภารกิจของยานดิสคัฟเวอรี คือนำเสารับพลังงานแสงอาทิตย์ชุดสุดท้ายไปติดตั้งที่สถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งนี้ในแผนการนั้น ยานกระสวยอวกาศของนาซายังเหลืออีก 8 ภารกิจที่จะทำให้การก่อสร้างสถานีอวกาศนานาชาติเสร็จสมบูรณ์ และมีภารกิจสุดท้ายในการซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ก่อนที่จะปลดประจำการยานกระสวยอวกาศในปีหน้า อย่างไรก็ตามกำลังมีการทบทวนแผนการทั้งหมดนี้.-สำนักข่าวไทย
สืบค้นจาก http://news.mcot.net วันที่ 4 มี.ค. 2552
นายอุทัย สังข์วงษ์ รหัสนักศึกษา 51210084
นางสาวนภาพร ปินตารักษ์ รหัส 51210071
ReplyDeleteที่มา :cWednesday, 4 March 2009 22:19 -- เทคโนโลยีสารสนเทศ
กรุงเทพฯ--4 มี.ค.--ดีคอม กรุ๊ป
DCOM เปิดตัวสินค้าใหม่ ASUS Eee PC S101 เน็ตบุ๊คระดับ Hi-End บางเฉียบที่สุดในโลก
ASUS Eee PC S101 เน็ตบุ๊คระดับ Hi-End ที่มีการดีไซน์ที่สวยหรู บางเฉียบโดดเด่นได้อย่างลงตัว เพิ่มความเก๋แบบคลาสสิคด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ที่บานพับ ขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัม มีให้เลือกถึง 2 เฉดสี คือ สีน้ำตาล และสีแชมเปญ (น้ำตาลทอง) หน้าจอกว้าง 10.2 นิ้ว แบบ LED-Backlight ทำให้ประหยัดพลังงานลดลง แต่ให้แสงสว่างมากขึ้น รองรับความละเอียดของหน้าจอด้วยระบบ WSVGA ซึ่งมีความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล จึงสามารทำงานด้านมัลติมีเดียได้เป็นอย่างดี และยังเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยี 4-in-1 flash card reader รวมทั้งมีการรองรับ Flash Memory ได้ถึง 4 ชนิด คือ MMC , SD , Memory Stick และ MS-PRO ทำให้ง่ายต่อการทำงานทุกรูปแบบ สนใจเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วไป ภายใต้สัญลักษณ์ดีคอม พร้อมนโยบายการเคลมสินค้า “ ซื้อที่ไหน เคลมได้ที่ DCOM Shop ทั่วประเทศ ”
นางสาวคำเพียง ยงจันทึก รหัส 51210091
ReplyDeleteที่มา : Wednesday, 4 March 2009 17:59 -- เทคโนโลยีสารสนเทศ
กรุงเทพฯ--4 มี.ค.--พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง
เอเซอร์ โชว์โฉม โปรเจคเตอร์ K10 เล็กสุดๆ ด้วยขนาดพกพา เพื่อนคู่ใจให้คุณฉายภาพได้ทุกที่
บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัว LED Projector K10 ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 0.55 กิโลกรัม ช่วยให้คุณหมดปัญหาในเรื่องของการเคลื่อนย้าย มาพร้อมกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด สามารถแสดงผลที่ให้ความละเอียด (Resolution) ในระดับ SVGA และรองรับสูงสุดที่ระดับ SXGA (1,280 x 1,024) WXGA+ (1,440 x 900) อายุการใช้งานหลอดภาพ (Lamp Life) นานถึง 20,000 ชม. ให้ความคมชัด Contrast Ratio 2000:1 ความสว่าง (Brightness) 100 ANSI Lumens สามารถปรับและแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูได้ถึง +/-40 องศา ทั้งแบบปกติและอัตโนมัติ (Auto keystone correction) รองรับและช่วยปรับการแสดงผลอัตโนมัติ ทั้งแบบ 4:3 และ widescreen แสดงสีได้สูงสุดถึง 16.7 ล้านสี รวมทั้งเมนูการใช้งานภาษาไทย โดยรุ่น K10 นี้ จะสามารถเป็นเพื่อนคู่ใจสำหรับการฉายภาพของคุณได้ทุกที่ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 25,900บาท (ราคารวม VAT 7%) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ทั่วประเทศ หรือที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th
โน้ตบุ๊คน้ำหอมอัสซุสกลิ่นโดนใจ
ReplyDeleteบริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศแนะนำ “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มีให้เลือก 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นฟลอรัล บลอสซัม (Floral Blossom) ความหอมจากดอกไม้ ตัวเครื่องสีชมพูหวานสดใส กลิ่นมัสกี้ แบลค (Musky Black) แนวสปอร์ต เปี่ยมพลัง พร้อมตัวเครื่องสีดำแวววาว กลิ่นมอร์นิ่ง ดิว (Morning Dew) เพิ่มความสดชื่นแบบธรรมชาติ ตัวเครื่องสีเขียวพาสเทล กลิ่นอควอ โอเชี่ยน (Aqua Ocean) เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า พร้อมตัวเครื่องสีฟ้าสดใส
รายงานข่าวแจ้งว่า อัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลก มาพร้อมกับพลังการประมวลผลของอินเทล Centrino2 Processors P8600 2.4 GHz หน่วยความจำ 3GB ฮาร์ดดิสก์ 250 GB ให้ความรวดเร็วในการทำงาน เล่นเกม เนื่องจากใช้กราฟฟิคการ์ด ATI Radeon HD3470 และงานแสดงด้านกราฟฟิค ระบบปฏิบัติการ Genuine Windows Vista Home Premium ของแท้ติดมากับเครื่อง ขนาดขนาดกะทัดรัด หน้าจอ 13.3 นิ้ว นำหนักเพียง 1.98 กิโลกรัม พกพาได้สะดวก
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ และผู้ร่วมงานผ่านกล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) เทคโนโลยีเพิ่มความคมชัดของภาพ (Splendid) และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ (Power 4 Gear) อีกทั้งรองรับการเชื่อมต่อทั้งบลูทูธ และไวร์เลสแลน พบกับอัสซุส “โน้ตบุ๊คน้ำหอม” (F6V Series) เครื่องแรกของโลกได้ ตามร้านตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วไป ในราคา 42,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
นางสาวศุภมาส เนติชัย รหัสนักศึกษา 51210088
บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของอังกฤษประกาศว่า จะแปลงให้ยุงเป็นเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วที่มีชีวิต สำหรับฉีดยา วัคซีนและเซรุ่มปริมาณแค่ไม่กี่มิลลิลิตร ให้กับคนไข้โดยตรง นับเป็นเทคโนโลยีอย่างใหม่ ที่เป็นการปฏิวัติอาชีพการแพทย์เหมาะสมกับการให้ยาตรงพื้นผิวเฉพาะที่ของร่างกายอย่างเช่น ถุงรากผมหรือตามรูผิวหนัง พร้อมกับเสริมว่าผลดีอีกอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่นี้ คือเป็นคุณแก่ผู้ที่มีความรู้สึกขยาดกับเข็มฉีดยา ซึ่งประมาณว่ามีจำนวนในราวสักร้อยละสิบ การให้แมลงช่วยกัดฉีดยาให้จะทำให้ รู้สึกไม่น่ากลัวอย่างใด
ReplyDeleteนางสาวสุวรรณา เพชรบังเกิด รหัสนักศึกษา 51210086
ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=126069
สาระสำคัญของ เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม
ReplyDeleteประวัติของอินเทอร์เน็ต (Internet)
อินเทอร์เน็ต (Internet)
อินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา
โดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ภารกิจหลักเพื่อใช้ในงานวิจัยทางทหาร
โดยใช้ชื่อว่า "อาร์ปา" (ARPA : Advanced Research Project Agency)
ปี 2515 หลังจากที่เครือข่ายทดลองอาร์พา ประสบความสำเร็จ ก็ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานจาก
อาร์ปา มาเป็นดาร์พา (Defence Communication Agency) ในปี 2526 อาร์ปาเน็ตได้แบ่งเป็น 2 เครือข่าย ด้านงานวิจัยใช้ชื่อว่าอาร์ปาเน็ตเหมือนเดิม ส่วนเครือข่ายของกองทัพใช้ มิลเน็ต (MILNET: Military Network) ซึ่งมีการเชื่อมต่อโดยใช้โปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เป็นครั้งแรก
ในปี 2528 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกา (NSF) ได้ให้เงินทุนในการสร้างศูนย์ซูเปอร์
คอมพิวเตอร์ 6 แห่ง และใช้ชื่อว่า NSFNET และพอมาถึงในปี 2533 อาร์ปาเนตไม่สามารถ ที่จะรองรับ ภาระที่
เป็นหลัก (Backbone) ของระบบได้ อาร์ปาเน็ตจึงได้ยุติลง และเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครือข่ายอื่นๆ แทน
มาจนเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยเรียกเครือข่ายว่า อินเทอร์เน็ต โดยเครือข่ายส่วนใหญ่
่จะอยู่ในอเมริกา และปัจจุบันนี้มีเครือข่ายย่อย มากมายทั่วโลก
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศ
ออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวร
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อ
คอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สถาบันเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC),
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าด้วยกันเรียกว่า "เครือข่ายไทยสาร"
เครือข่ายไทยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการเข้ามาเชื่อมต่อกับ
เครือข่ายนี้เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศขณะนั้นยังจำกัดอยู่ในวงการศึกษา และการวิจัย
เท่านั้น ไม่ได้เป็นเครือข่ายที่ให้บริการในรูปของธุรกิจ แต่ทางสถาบันนั้น ๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 ความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตจากภาคเอกชนมีมากขึ้น การสื่อสาร
แห่งประเทศไทย (กสท) จึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน เปิดบริการอินเทอร์เน็ต ให้แก่บุคล ผู้สนใจทั่วไปได้สมัคร
เป็นสมาชิก ตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ เรียกว่า "ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต"
หรือ ISP (Internet Service Provider)
นางพิระตา บิณศิรวานิช รหัสนักศึกษา 51210072
ที่มา http://www.skn.ac.th/a_cd/printout/printpage2.html
แคสซินีพบดวงจันทร์บริวารน้องใหม่ของดาวเสาร์ เป็นจันทร์ดวงเล็กที่แอบซ่อนอยู่ในชั้นวงแหวนสลัวที่ไม่เต็มวง นักวิทยาศาสตร์คาดดวงจันทร์อาจเคยถูกอุกกาบาตชน ทำให้เศษน้ำแข็งกระจัดกระจายกลายเป็นชั้นวงแหวนทีมีเพียงบางส่วน
ReplyDeleteนักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการสำรวจดาวเสาร์โดยยานแคสซินี (Cassini) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) เปิดเผยในเอกสารของสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union) ถึงการค้นพบดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ของดาวเสาร์ โดยระบุว่ามีขนาดประมาณครึ่งกิโลเมตร พบอยู่ในวงแหวนของดาวเสาร์ชั้นจี (G ring) ซึ่งนาซารายงานว่าดวงจันทร์ดังกล่าวอาจเป็นต้นกำเนิดของวงแหวนชั้นนี้
"ก่อนหน้านี้เราเข้าใจกันว่าในวงแหวนชั้นจีมีแต่เพียงฝุ่นเท่านั้น และไม่มีจันทร์ดวงไหนที่โคจรอยู่ในวงแหวนดังกล่าว แต่แคสซินีก็พบ และการค้นพบดวงจันทร์ในชั้นวงแหวนจีนี้ก็จะทำให้เราเข้าใจปริศนาคาใจก่อนหน้านี้ได้ดียิ่งขึ้น" แมทธิว เฮดแมน (Matthew Hedman) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) เมืองอิทาคา มลรัฐนิวยอร์ก กล่าว ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในทีมวิจัยภาพถ่ายจากยานแคสซินี
วงแหวนชั้นจีของดาวเสาร์เป็นชั้นที่อยู่ค่อนออกมาทางด้านนอก และเป็นชั้นที่ค่อนข้างบางเบา โดยจัดว่าเป็นวงแหวนบางส่วน มีความกว้างประมาณ 250 กิโลเมตร และแผ่ขยายออกไปเป็นส่วนโค้งด้วยระยะทางประมาณ 150,000 กิโลเมตร หรือ 1 ใน 6 ของระยะทางรอบดาวเสาร์ในตำแหน่งของวงแหวนจี ซึ่งจากการวิเคราะห์ฝุ่นในบริเวณดังกล่าวก่อนหน้านี้คาดว่าวงแหวนจีนี้เกิดขึ้นจากเศษน้ำแข็งที่เคยเป็นส่วนเดียวกันมาก่อน และเป็นได้ว่าอาจกระจัดกระจายออกมาจากดวงจันทร์ดังกล่าวเมื่อครั้งถูกอุกกาบาตพุ่งชนนานมาแล้ว
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์พบดวงจันทร์ดังกล่าวในภาพของเมื่อวันที่ 15 ส.ค.51 และมั่นใจได้ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นดวงจันทร์อีกดวงหนึ่ง
ของดาวเสาร์จริงๆ เมื่อพบวัตถุเดียวกันอยู่ในอีก 2 ภาพก่อนหน้านั้น ซึ่งพวกเขาพบเห็นดวงจันทร์ดวงนี้เป็นครั้งคราว ล่าสุดที่พบคือเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา
ดวงจันทร์ที่พบใหม่นี้มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะวิเคราะห์ขนาดได้โดยตรงด้วยกล้องของยานแคสซินี แต่นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่าน่าจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวครึ่งกิโลเมตร โดยการเทียบความสว่างกับจันทร์ดวงเล็กของดาวเสาร์อีกดวงหนึ่งที่ชื่อว่า พาลลินี (Pallene) และยังพบอีกด้วยว่าวงโคจรของจันทร์ดวงเล็กที่เพิ่งพบนี้ถูกรบกวนจากดวงจันทร์ไมมาส (Mimas) ที่อยู่ใกล้เคียงกันและมีขนาดใหญ่กว่า โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 390 กิโลเมตร
ด้านคาร์ล เมอร์เรย์ (Carl Murray) นักวิทยาศาสตร์อีกคนหนึ่งในทีม จากควีนแมรี ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ลอนดอน (Queen Mary, University of London) สหราชอาณาจักร กล่าวว่าการค้นพบจันทร์ดวงนี้และวิถีโคจรที่ถูกรบกวนจากจันทร์ดวงใกล้เคียงแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันระหว่างดวงจันทร์ทั้งสองและวงแหวนของดาวเสาร์ ซึ่งเรายังต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกเกี่ยวกับการเกิดส่วนโค้งของวงแหวนและปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างหลักของมัน
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000025566
เทคโนโลยีล่าสุดของดีลิงค์ เป็นสวิตช์ไร้สายอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานระบบไร้สาย ติดตั้งง่าย บริหารจัดการแอคเซสพอยต์ทั้งหมดได้จากส่วนกลาง อัตราการรับส่งข้อมูลสูงถึง 108 เมกะบิตต่อวินาที ควบคุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งใช้งานอุปกรณ์ไร้สายและเพิ่มขยายให้สอดคล้องกับการขยายหรือเติบโตขององค์กรได้ในภายหลัง
ReplyDeleteที่มา: http://www.giggog.com/social/cat2/news12034/
นางระเบียบ อุบลวัตร์ รหัสนักศึกษา 51210078
นาโนเทคโนโยโลยี
ReplyDeleteNanotechnology จัดเป็นคลื่นลูกที่สามที่ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์และเภสัชกรรม รวมทั้งในวงการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมอุตสาหกรรมการผลิต นักวิชาการจำนวนมากทำนายไว้ว่า Nanotechnology คลื่นลูกที่สามซึ่งตามมาหลังจากเทคโนโลยีสารสนเทศ Information Technology และเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology นี้จะเป็นคลื่นที่มีความรุนแรงมากที่สุด แทบจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์ในทศวรรษที่ 21 อย่างสิ้นเชิง และยังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตรวมทั้งความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติอย่างมากเกินกว่าที่หลายคนเคยคาดคิดกันไว้ก่อนหน้านี้
นาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์
การนำนาโนเทคโนโยโลยีมาใช้ทางการแพทย์เป็นไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ได้เริ่มต้นศึกษาวิจัยมาตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรป กลุ่มประเทศเอเชีย เช่น จีน เกาหลี อินเดีย และสิงคโปร์ ความรู้ใหม่ๆ เหล่านี้ทำให้เกิดเป็นศาสตร์แขนงใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า "NANOMEDICINE" ซึ่งที่ผ่านมาในระยะเริ่มต้น พบว่ามีเป้าหมายที่สำคัญอย่างเด่นชัดสามประการด้วยกัน
ประการที่หนึ่ง - เพื่อเป็นเครื่องมือใหม่ในการศึกษากระบวนการสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ทั้งหมดโดยใช้แนวทาง Nanotechnology และประยุกต์ใช้ศึกษาความผิดปกติที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดที่รู้จักกันในปัจจุบัน รวมทั้งโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีอีกมากมายหลายร้อยหลายพันโรค ก็คือสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า "idiopathic" หมายถึงยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในปัจจุบันนั่นเอง ยกตัวอย่างพอเป็นสังเขปเช่นโรคเลือดที่ชื่อ ITP (Idiopatic Thrombocytopenic Purpura) หรือโรคปอดที่ชื่อ IPF (Idiopathic Pulmonary Fibrosis) เป็นต้น
ประการที่สอง - เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค ปัญหาที่พบในเวชปฎิบัติทั่วไปขณะนี้คือบางโรคยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ในเวลาอันรวดเร็วบางโรคยังต้องใช้ข้อมูลทางระบาดวิทยา บางโรคอาจต้องติดตามการรักษาไปสักระยะหนึ่งก่อนการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย ดังนั้นเป้าหมายสำคัญในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ก็เพื่อให้ออกแบบแนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำมากขึ้นนอกจากนี้ ด้วยหลักการเดียวกัน ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการติดตามผลการรักษาได้อีกด้วย สามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงหรือฤทธิ์อันไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการบำบัดรักษาได้มากกว่าเดิม
ประการที่สาม - ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยากที่สุดที่จะเกิดขึ้น เรียกว่า "Nanorobots" ทำหน้าที่ช่วยเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีอยู่ในธรรมชาติทำหน้าที่ป้องกันอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมทั้งที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และก่อให้เกิดโรคออโตอิมมูน ซึ่งมีเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน แนวความคิดนี้ใกล้เคียงกับ DNA COMPUTER ที่กำลังถูกพัฒนามาแทนที่ Silicon Chip ในเร็ววันนี้
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
http://www.bangkokhealth.com
นางสุภาพร มหิทธิบุรินทร์ รหัส 51210076
แจ้งเกิดสารานุกรม100ล้าน
ReplyDeleteข้อมูลเชิงวิชาการบนโลกไอทีในปีนี้โดดเด่นไม่แพ้เรื่องอื่น โครงการจัดทำสารานุกรมสิ่งมีชีวิตออนไลน์ Encycopedia of Life หรือ eof.org มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐได้รับความสนใจจากทุกมุมโลก สาระสำคัญคือเน้นให้ความสำคัญกับสัตว์ พืช และกลุ่มเชื้อรา เห็ด โดยจะนำเสนอด้วยภาพถ่าย ข้อความตัวอักษร แผนที่ คลิปวิดีโอ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ที่รวดเร็วและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมมากกว่าเดิม
สิ่งมีชีวิตบนโลกทั้ง 8-10 ล้านสายพันธุ์ และฟอสซิลนานาชนิดจะถูกใส่เข้าไปในฐานข้อมูลเว็บไซต์นี้ด้วยเช่นกัน โดยจะจัดทำเป็นแผนผังแสดงการทำลายพันธุ์พืชและสัตว์ด้วยน้ำมือมนุษย์ เช่น การก่อมลภาวะต่าง ๆ พฤติกรรมการบริโภคที่ทำให้สมดุลของโลกเสียไปตลอดจนภาวะโลกร้อนด้วย
ข่าวจาก
http://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=1544
นางปาณิสรา เกิดมรกต รหัสประจำตัว 51210079
คอมพิวเตอร์ของยุคอนาคตใช้ลูกตาคนควบคุมแทนเมาส์
ReplyDeleteข้อความ : คอมพิวเตอร์ของอนาคต จะให้ตาควบคุมแทนมือบังคับเมาส์หรือแป้นพิมพ์ เช่นอย่างทุกวันนี้ เพียงแต่เคลื่อนไหวกลอกตา ก็ทำงานแทนได้
ทีมนักวิทยาศาสตร์ของคณะคอมพิวเตอร์ ที่อิมพีเรียล คอลเลจ ในกรุงลอนดอน กำลังหาวิธี ใช้นัยน์ตาควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ แทนที่ต้องใช้มือจับเมาส์หรือพิมพ์แป้นพิมพ์ที่เป็นอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีจับความเคลื่อนไหวของลูกตา ด้วยลำแสงอินฟราเรด
หัวหน้าทีมวิจัยเผยว่า เป้าหมายของการวิจัย คือพัฒนาระบบการทำงานรับภาพของคอมพิวเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการจับความเคลื่อนไหว ของนัยน์ตาคนเรา เชื่อถือได้ และใช้งานง่ายกว่า เทคโนโลยีอันนี้ จะสามารถนำไปใช้ในงานต่างๆ ได้มาก ตั้งแต่การผ่าตัดที่จะต้องใช้ความเที่ยงตรงของสายตา และยังอาจเอาไปใช้ประโยชน์ในการขับขี่รถยนต์ โดยมีกล้องจับความเคลื่อนไหวของลูกตา ติดไว้ที่แผงหน้าปัดรถ เมื่อจับพบคนขับเกิดอาการอ่อนเพลีย หรือเหน็ดเหนื่อย จนอาจเกิดอันตรายได้ ก็จะส่งสัญญาณเตือนให้รู้ตัว.
ที่มา : http://www.thairath.co.th
webmaster - 13/07/2002 22:56
นางสาวณัฐกุลจิรา สกุณา
รหัส 51210067
Friday, 27 February 2009
ReplyDeleteแนวหน้า วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นายไมเคิล มูลเลอร์ รมช.สิ่งแวดล้อมอนุรักษ์ธรรมชาติและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ว่า เนื่องจากประเทศเยอรมนีได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนจากชีวภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้มีความต้องการใช้พืชพลังงานเพื่อนำไปผลิตไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เยอรมนีพยายามพัฒนามาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์ม และการออกใบรับรองการผลิตน้ำมันปาล์มที่ต้องมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานในระดับสากล
ดังนั้นไทยและเยอรมนีจึงร่วมกันจัดทำโครงการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน เพื่อประยุกต์มาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มของเยอรมนี ให้ไทยสามารถผลิตน้ำมันปาล์มที่ได้มาตรฐาน และได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขยายฐานการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยไปยังประเทศเยอรมนี และพัฒนาไปสู่ตลาดยุโรปในอนาคต ทำให้ความต้องการน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น และเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2551
ReplyDeleteนักวิทยาศาสตร์ทำได้สำเร็จแล้ว สร้างเพชรขึ้นด้วย เหล้า
ใครที่เคยคิดว่า วิทยาศาสตร์มีแต่เรื่องแห้งแล้ง อาจต้องเปลี่ยนใจเสียใหม่ เพราะบัดนี้นักวิทยาศาสตร์เม็กซิโก สามารถเสกเหล้าพื้นเมืองให้เป็นเพชรขึ้นได้แล้ว
คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งเม็กซิโก ทำโดยการเผาเหล้าเตกิลลา ที่มีแอลกอฮอล์แรง 40% แล้วให้มันตกตะกอนลงบนแผ่นซิลิคอนหรือเหล็กไม่เป็นสนิม เกิดเป็นแผ่นฟิล์มของเพชรขึ้นมา
หัวหน้านักวิจัยนายจาเวียร์ มอเรลส์ กล่าวว่า เขาได้ความคิดขึ้นมาเมื่อพิจารณาเห็นอัตราส่วนของเหล้า ก็ประกอบด้วยไฮโรเจน ออกซิเจนและคาร์บอน ซึ่งล้วนแต่อยู่ในย่านการเจริญเติบโตของเพชร จึงได้ทดลองทำขึ้น และยังมองเห็นประโยชน์ว่าฟิล์มเพชรที่ได้ อาจไปใช้ทำเป็นฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าที่มีราคาถูกได้
พวกเขาได้เคยทดลองสร้างเพชรขึ้นจากน้ำยาอินทรีย์ พวกอีทานอล เมทานอลและอซีโทน มาก่อนแล้ว ยังได้พบว่า หากใช้น้ำยาอีทานอลเจือจางด้วยน้ำ ก็สร้างฟิล์มเพชรที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้เช่นกัน และสังเกตเห็นด้วยว่าส่วนผสมของอีทานอลร้อยละ 40 ส่วน กับน้ำร้อยละ 60 ส่วน นั้นเป็นอัตราเดียวกันกับของเหล้าเตกิลลา.
ที่มา ไทยรัฐ
Message
กรุงเทพฯ 6 มี.ค. - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายณอง ฟิลิป เคอร์ทัวส์ ประธานฝ่ายบริหารงานระหว่างประเทศ และรองประธานอาวุโสบริษัทไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น วันนี้ (6 มี.ค.) ว่า นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า บริษัทไมโครซอฟท์ สามารถช่วยพัฒนาการศึกษาของไทยได้หลายรูปแบบ ทั้งการสร้าง self education หรือการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ local education หรือการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาการศึกษาในชนบท
ReplyDeleteทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในปี 2553 ที่จะมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีสามารถมาช่วยเสริมในส่วนนี้ได้และถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลที่ต้องเร่งพัฒนาการศึกษาในประเทศเพื่อรองรับกับนวตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่รัฐบาลพร้อมผลักดันให้คนไทยได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในโลกโดยเฉพาะการลดช่องว่างในชนบท และไทยเองยังมีโอกาสอีกมากที่จะนำนวตกรรมทางเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาทั้งด้านสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การท่องเที่ยวและการพัฒนาในระดับท้องถิ่น
ด้านนายณอง แสดงความเชื่อมั่นการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและยืนยันว่า จะเดินหน้าดำเนินธุรกิจในไทยต่อไปและต้องการพัฒนาความร่วมมือกับไทยในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มากขึ้น โดยปัจจุบันได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน จัดฝึกอบรมด้านไอซีที และทักษะด้านการประกอบธุรกิจ ให้กับแรงงานเพื่อช่วยส่งเสริมการสร้างงานในไทยและยังสนใจการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มศักยภาพทางการศึกษา ซึ่งตรงกับที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสนใจทั้งระยะยาวและระยะสั้น ขณะที่ได้ยกตัวอย่างการนำซอฟต์แวร์มาใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้าในท้องถิ่นของประเทศโปรตุเกส และไมโครซอฟท์ก็สนใจที่จะจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมในพื้นที่ชนบทของไทย เพื่อช่วยให้คนในชุมชนที่ห่างไกลสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้.
ที่มา : http://news.mcot.net/technology/
นางสาวสุดใจ ปินตา รหัสนักศึกษา 51210081
ประดิษฐ์ทีวีประจำตัว ใช้ติดกับคอนแทคเลนส์ที่ใส่ อยู่แล้ว [13 ก.พ. 52 - 00:14]
ReplyDeleteนักคาดการณ์อนาคตกล่าวทำนายว่า จะมีการประดิษฐ์ โทรทัศน์ติดกับคอนแทคเลนส์ ขึ้นภายใน 10 ปีนี้ โดยที่จะใช้พลังงานที่สร้างขึ้นจากไอตัวของผู้ชมเองด้วย
นายเอียน เพียร์สัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ทางคาดการณ์อนาคต และทำงานเป็นที่ปรึกษาให้ความคิดในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับบริษัทในอังกฤษหลายแห่ง กล่าวว่า “ตื่นเช้าขึ้นมาก็เพียงแต่คว้ามันมาใส่เข้าที่ลูกตา และก็ชมโทรทัศน์ไปได้ทั้งวัน” เวลาจะเปลี่ยนช่องก็เพียงแต่สั่งเอา หรือไม่ก็ทำมือเท่านั้น
ตามข่าวของหนังสือพิมพ์รายวัน “เดอะ เทเลกราฟ”กล่าวต่อไปว่า ความคิดนี้ แม้จะฟังดูยังค่อนข้างไกลจากความจริง สักหน่อย แต่ก็มีพื้นฐานอยู่ในเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่หลายอย่างอยู่แล้ว อย่างเช่น แว่นตา ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นโรงมหรสพประจำตัวได้.
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=123293
นางสาวนริศรา เนาว์นิเวศน์
รหัสนักศึกษา 51210068
นวัตกรรมใหม่วีซ่าใส่บัตรเครดิตในมือถือ
ReplyDeleteบัตรเครดิตวีซ่า เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ บริการชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบเชื่อมต่อระยะสั้นแบบไร้สายหรือ NFC ธนาคารกสิกรไทย กำลังทดสอบระบบอาจได้ใช้จริงกลางปีนี้นายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการประเทศไทย บริษัทวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทเนลสัน ซึ่งทำหน้าที่สำรวจข้อมูล
26 ม.ค. 2552
ที่มา : http://news.giggog.com/technology/
นางปราณีต จีนบุญมี รหัสนักศึกษา 51210069
ISSPออกโปรโมชั่น'ADSL Premium'
ReplyDeleteผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อินเตอร์เน็ต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด (ISSP) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตองค์กรและรายบุคคล ออกโปรโมชันใหม่ บริการ “ADSL Premium” สำหรับองค์กรขนาดกลาง (SME) ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องอินเทอร์เน็ต ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยบริการ ADSL & Wireless Internet ที่มาพร้อมกับ Fixed IP เปลี่ยนการใช้งานอินเตอร์เน็ตระบบ LAN ให้เป็นระบบไร้สาย หรือ Wi-Fi ไฮเทค ในราคาไม่แพง ด้วยความเร็วตั้งแต่ 256 Kbps จนถึง 4 Mbps เพิ่มทางเลือกที่เหมาะสมแก่องค์กร พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 40% ด้วยความเร็ว 1Mbps ในราคาเพียง 3,500 บาทต่อเดือน จากปกติ 6,000 บาท
อำพร เอี่ยมแจ้ง
รหัส 51210089
This comment has been removed by the author.
ReplyDeleteญี่ปุ่นแจ๋ว เปิดทางผู้ใช้เปลี่ยนเพลงไอพ็อดด้วยการแลบลิ้น
ReplyDeleteอุปกรณ์ไฮเทคนี้ได้ชื่อเรียกว่า "Mimi Switch" หรือ "Ear Switch" มองภายนอกดูเหมือนหูฟังธรรมดา แต่ภายในมีการฝังเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในหู ซึ่งจะเกิดขึ้นตามลักษณะการเคลื่อนไหวบนใบหน้า โดยอุปกรณ์นี้จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วเพื่อส่งสัญญาณควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งผู้พัฒนาการันตีว่าสามารถนำไปใช้เป็นรีโมต"แฮนด์ฟรี"ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดโดยไม่จำเป็นต้องใช้มือคาสุฮิโร ทานิคุชิ นักวิจัยด้านวิทยาศาตร์วิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ผู้ประดิษฐ์ Ear Switch ระบุว่าผู้ใส่สามารถเปิดไฟในห้อง หรือเปิดการทำงานเครื่องซักผ้าเพียงขยับริมฝีปากเล็กน้อย
"ผู้ใช้ไอพ็อดก็สามารถเล่นหรือหยุดเพลงได้ด้วยการแลบลิ้น เหมือนในภาพถ่ายอันโด่งดังของไอสไตน์ อาจถลึงตาให้โตมากขึ้นเพื่อสั่งเลื่อนเพลงขึ้น และกระพริบตาขวาเพื่อเลื่อนเพลงลงได้ อุปกรณ์นี้สามารถตั้งโปรแกรมเพื่อทำงานกับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้หลากหลาย ทั้งการยิ้มและการขยับจมูก"